ม.จ.จุลเจิม เผยโครงการพระราชินีช่วยพสกนิกรช่วงโควิด เรื่องนี้ไม่ค่อยมีเผยแพร่

0

จากที่ท่านใหม่ได้เคยโพสต์ถึงทุนพระราชทานไว้ก่อนหน้านี้เพราะมีคนสงสัยว่าเป็นเงินจากภาษีประชาชนหรือไม่ ซึ่งโดยข้อเท็จจริงคือเป็นเงินส่วนตัว หรือ ทรัพย์ส่วนพระองค์

ล่าสุดวันนี้(28มิ.ย.63)  ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือ ท่านใหม่ ได้โพสต์ข้อความถึงการพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์อีกครั้งว่า

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระองค์ ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ก็เพื่อทรงหวังที่จะสร้างคนดีคืนแผ่นดิน โดยไม่มีข้อผูกมัดจากเงินของกองทุน (เงินส่วนตัว เงินส่วนพระองค์ หรือเงินพระราชทาน)

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

จากโครงการนี้ ทำให้ มีเยาวชนที่ยากไร้ ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีโอกาสศึกษาในระดับที่สูงขึ้นและเมื่อจบจะได้กลับมาช่วยกันพัฒนาประเทศชาติ สมตามพระปณิธานที่ทรงตั้งไว้ นอกจากกองทุนพระราชทานนี้แล้ว ผมอยากจะเรียนว่า มีข่าวที่ไม่ค่อยจะมีการเผยแพร่ ให้รับรู้กันมากนัก จึงอยากจะขอให้ลองอ่าน ลองศึกษากันดู กับโครงการดีๆที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นโครงการ “พระผู้ปิดทองหลังองค์พระปฏิมาจริงๆ

ในปัจจุบัน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบ ต่อประชาชนทุกสาขาอาชีพ โดยเฉพาะปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ต้องตกงาน กลับภูมิลำเนา ฯลฯ

ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้นำที่ดินในโครงการฟาร์มตัวอย่าง 30 ฟาร์ม จากทั้งหมด 61 ฟาร์ม ใน 17 จังหวัดทั่วประเทศมาสนับสนุน และจัดให้มีวิทยากรเข้ามา ฝึกสอนชาวบ้านเพื่อทำกิน เพื่อเป็นแหล่งอาหารที่ปลอดภัย และมีรายได้ หรืออาจจะทำเป็นอาชีพที่ยั่งยืนต่อไปจะได้มีรายได้เลี้ยงครอบครัว ส่งลูกหลานให้อยู่ดีกินดี มีการศึกษา (จะได้ไม่ต้องรับจ้างออกเดินบนท้องถนน ชูป้ายเย้วๆ- )

ทั้งนี้สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ศูนย์อำนวนการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.จอส.พระราชทาน) ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการตามพระราโชบาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและเป็น ตัวอย่างของความสำเร็จที่ยั่งยืนตลอดไป

และนี่ก็เป็นอีกตัวอย่างที่คนไทยแทบจะไม่รู้กันเลยเป็นโครงการที่ได้ประโยชน์ต่อพสกนิกร ที่ยากไร้จะได้มีงานทำ สร้างรายได้มีเงินมีทองเลี้ยงครอบครัวต่อไป สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี ได้ทรงทำเพื่อพสกนิกร เกษตรกรของพระองค์ แบบ ปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

ไม่ต้องเที่ยวออกประกาศชวนเชื่อแบบนายบางคน ที่บอกว่าจะแจกเงิน 3,000 บาท ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้กันเลย น้องๆ เยาวชนทั้งหลาย เมื่อไม่รู้ทันกิเลสตัณหาของผู้อื่น (พวกเขา) น้องๆ ก็จะตกเป็นทาสรับใช้กิเลส ตัณหาของพวกเขาเพราะมี อวิชชา(ความไม่รู้ ไม่รู้จริง ไม่รู้เเจ้ง ไม่รู้เท่าทัน) ครอบงำ ลด ละ ฐิติ และเลิกกันดีกว่าครับ แล้วมุ่งหน้าเอาความรู้ที่ได้ร่ำเรียนกันมา มาช่วยกันพัฒนาประเทศชาติ ในทางที่ถูกต้องกันดีกว่า ครับ จะได้ไม่ต้องติดคุก ติดตะรางกันในอนาคตเพราะโดนหลอก วาดฝันกันซะสวยหรู

อย่าหาว่าผมโหนเจ้า ผมไม่จำเป็นต้องโหน เพราะผมเป็นเจ้าอยู่แล้ว

ที่มา : เฟซบุ๊กจุลเจิม ยุคล