เตือนนิสิตนักศึกษาอย่าโง่ ยอมให้ธนาธรหลอกออกมาปะทะ

0

 

ในรายการ “ทิศทางไทยในช่วงเวลา 00.00 กับ สนธิญาณ” ทางช่องสถาบันทิศทางไทย เผยแพร่ผ่านทางยูทูป  ทางด้าน สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม”ได้แสดงความคิดเห็นทางการเมืองเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของนิสิตนักศึกษาหลังจากที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ  ในกรณีกู้เงินนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 191.2 ล้านบาท ระบุว่า…

 

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

กระแสการเคลื่อนไหวของนักศึกษาทั้งในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น ธรรมศาสตร์ จุฬาฯ เกษตรฯ ศรีนครินทรวิโรฒ กระจายไปที่ต่างจังหวัด ดูหลากหลายมากมาย

 

“สนธิญาณ”เผยต่อไปว่า มีผู้คนสอบถามเข้ามามากดูแล้วจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องที่น่าเป็นห่วงหรือไม่ ตนยืนยันว่า ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงเพราะการชุมนุมของนักศึกษาเป็นการชุมนุมอยู่ในพื้นที่มหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนต่าง ๆ  ซึ่งหลังจากมีการชุมนุมแล้ว “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้ออกมาตอกย้ำขอเชิญชวนประชาชนไปชุมนุมในพื้นที่สถานศึกษาต่าง ๆ ได้เพราะกฎหมายการชุมนุมสาธารณะยกเว้นเอาไว้

 

ดูเหมือนดี แต่โดยข้อเท็จจริง การชุมนุมทางการเมืองคือการแสดงออกทางการเมืองซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่นักศึกษานักเรียนได้มีโอกาสแสดงออกทางการเมืองนอกเหนือจากการแสดงออกผ่านโซเชียล การทำกิจกรรมจริง การเคลื่อนตัว  การต้องใช้สติปัญญาเผชิญต่อหน้าเพื่อนฝูง ผู้คน ถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่นักศึกษากิจกรรมควรที่จะผ่านบทเรียนเหล่านี้แต่ “อย่าโง่”

 

คำว่า “อย่าโง่” ที่จะบอกเด็ก ๆ นักเรียน นักศึกษา ก็คือการที่ถูกครอบงำด้วยความคิดโดยไม่รู้สึกตัว ว่าประเทศที่จะต้องเดินหน้านั้นจะต้องมีความเป็นประชาธิปไตย เสรีประชาธิปไตยแบบตะวันตก

 

“ผมอาจจะเคยโง่มาแล้วและคุณก็อาจจะเหยียบย่ำซ้ำเติมผม ว่าโง่มาแล้วก็ยังโง่อยู่อีก บอกได้เลยว่าความโง่ของผมเมื่อครั้งเป็นนักศึกษานั้น ถึงขนาดตั้งต้นศึกษาความเป็นไปของชนชั้นต่าง ๆ การต่อสู้ของภาคประชาชน การเคลื่อนตัวขององค์กรปฏิวัติ ศึกษาอย่างละเอียด แต่ท้ายที่สุดก็ยังถูกครอบงำทางความคิดโดยไม่รู้สึกตัว” สนธิญาณกล่าว

 

การครอบงำทางความคิดคือการที่เราไม่ได้เข้าใจโลกที่แท้จริง ไม่ได้เรียนรู้ความเป็นจริงของโลก ไม่เข้าใจว่าเวลาพ่อแม่หาเงินส่งเสียให้มาเรียนนั้น จะต้องไปทำงาน จะต้องเกี่ยวพันกับบริษัท บริษัทจะต้องเกี่ยวพันกับองค์กรของรัฐ รัฐนี้จะต้องเกี่ยวกันกับรัฐอื่น ประเทศนี้ต้องเกี่ยวพันกับประเทศอื่น ล้วนมีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งไม่ได้ศึกษา

 

เห็นแต่เรื่องเฉพาะหน้าอย่างเดียว ประชาธิปไตย การกดขี่ เผด็จการแล้วอารมณ์ก็พลุ่งพล่านขึ้น  หลายคนต่อสู้ทุ่มเทชีวิต  หลายคนเสียชีวิต หลายคนเสียเวลา หลายคนกลับมา ซึ่งหลังจากกลับมาแล้ว ทุกคนมีบทเรียน  แล้วแต่ว่าจะสรุปไปทางไหน

 

วันนี้นักศึกษาดูเหมือนว่ามีพลังเคลื่อนตัวรุก ขณะที่ “ธนาธร-ปิยบุตร” ตีปีก !! นั้นไม่ใช่เรื่อง่าย การโดดลงสู่เวทีต่อสู้ที่เอาเลือดเนื้อเข้าต่อสู้นั้น ต้องใช้จิตใจที่เสียสละ คุณก็คิดว่าคุณมีจิตใจที่เสียสละ ความเร่าร้อนในจิตใจมันรุกฮือ ต้องสู้ เป็นเรื่องดี จะได้เรียนรู้

 

“สนธิญาณ”ย้ำว่า ไม่ได้ขู่ แต่การเมืองทุกวันมันสลับซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ถึงขนาดจัดตั้งกองกำลังอาวุธมาเข่นฆ่ากัน เหมือนที่คิดว่าปี2553 ทหารยิงประชาชน ความมืดมิดของดวงตา สติปัญญาที่ไม่เห็นว่ามีชายชุดดำไปยิงทหาร เพราะต้องการให้เกิดแรงปะทะและให้ทหารออกมายิงเพื่อให้ประชาชนล้มตาย แล้วนำความตายของประชาชนมาเป็นเครื่องมือ สิ่งเหล่านี้คุณไม่เห็น แต่ถ้าคุณเห็นต่อไปว่าการชุมนุมของกปปส.นั้น มีชายชุดดำมาเข่นฆ่าประชาชนที่มาชุมนุมตายอย่างต่อเนื่อง เป็นคนกลุ่มเดิมที่กระทำ

 

การชุมนุมวันนี้ไม่รู้ว่าความสลับซับซ้อนทางการเมืองเหล่านั้นที่ยังดำรงอยู่ ผู้บงการยังลอยนวลอยู่ ล่าสุดมีข่าวว่าทักษิณ  ชินวัตรจะแถลงเปิดอกเปิดใจที่ดูไบ ซึ่งก็ต้องติดตามกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วสิ่งที่ต้องรู้วันนี้คือคุณเป็นเครื่องมือของพรรคอนาคตใหม่ อาจจะรู้สึกว่าสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่นำเสนอต้องการต่อสู้กับสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นเป็นเรื่องโก้ เป็นเรื่องดี ก็ว่ากันไป แต่ในข้อเท็จจริงสถานการณ์ในตอนนี้ไม่เหมือน เมื่อครั้ง 14 ตุลาคม 2516 ไม่เหมือนเมื่อครั้งพฤษภา35 ก็เพราะว่าในการเคลื่อนตัวของสังคมยังมีคนอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นจำนวนมากที่เชื่อว่าพรรคอนาคตใหม่เดิมหรือกลุ่มของ “ธนาธร-ปิยบุตร” จะทำให้เกิดปัญหาของบ้านเมืองขึ้น คนเรานี้พร้อมที่จะสู้กับ “ธนาธร-ปิยบุตร” เมื่อคุณเคลื่อนตัวไปเป็นเครื่องมือโดยการหลอกลวง ด้วยความโง่ด้วยความไม่รู้ จะลำดับความให้ฟัง คุณอาจจะนำสิ่งที่ตนพูดไปเป็นแนวร่วมด้านกลับว่าสนธิญาณดูถูกว่านักศึกษาโง่ มาพวกเราออกมา

 

สนธิญาณกล่าวต่อว่า กลับไปศึกษาบทเรียนของกปปส. เป็นการชุมนุมที่คนออกมาเยอะมากที่สุดในโลกหลายล้านคน คนเหล่านี้ยังดำรงอยู่ หลายคนอาจจะเบื่อหน่าย แต่ตนเชื่อว่าคนที่พร้อมจะออกมาชุมนุมเพื่อบอกว่าอนาคตใหม่ผิดกฎหมาย อนาคตใหม่จะเป็นผู้ทำร้ายชาติ บ้านเมืองเพราะไปสร้างแรงกดดันให้เกิดความขัดแย้ง เกิดการปะทะขึ้น คุณไม่เชื่อก็ทำไป แต่จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่จะออกมาทำแบบคุณเหมือนกัน และจะรู้ว่าฝั่งไหนมากกว่ากัน พูดแบบนี้พวกคุณก็จะพูดอีกว่า เห็นไหมเหมือนกับ6 ตุลาฯโมเดล สร้างฝ่ายขวามาพิฆาตฝ่ายซ้าย นั้นไม่ใช่..เวลาคุณจะชุมนุม คุณชุมนุมได้ แต่พอเวลาคนอื่นมาชุมนุมกลายเป็นคนเลว คุณพูดเรื่องประชาธิปไตยบิดเบือนไปอีกทางหนึ่ง พอคนอีกฝั่งออกมาพูดกลายเป็นพวกขวาจัด พวกไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง เป็นพวกสลิ่ม

 

คนที่คิดไม่เหมือนคุณ คุณบอกว่าเป็นคนเลวทันที แต่คนที่มาหลอกลวงคุณกลายเป็นวีรบุรุษประชาธิปไตย ท้ายที่สุดวันเวลาประวัติศาสตร์จะบ่งบอกความจริงอะไรเป็นอะไร

 

สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไปขอให้รู้การออกมาชุมนุมแสดงว่าต้องการต่อสู้ อีกฝั่งหนึ่งก็มีคนที่อยากจะต่อสู้เหมือนกัน และถ้าเกิดกระบวนการที่ทำให้เกิดการประเชิญหน้า เกิดความวุ่นวาย ตนยินดีอย่างยิ่งหากจะมีคนเข้ามาจัดการความวุ่นวาย เพราะตนไม่เชื่อมั่นประชาธิปไตยที่เป็นอยู่..อยู่แล้ว

 

ประชาธิปไตยที่อยู่ภายใต้ตามก้นฝรั่งวนเวียนอยู่ในวงจรการหาเงินมาทุจริตเลือกตั้ง ปฏิวัติยึดอำนาจเข้าสู่วงจรเดิม ครั้งนี้ถ้ายึดกันแล้วอยู่กันให้ยาวๆ อย่าไปคิดว่าประชาชนจะเรียกร้องประชาธิปไตย สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุดคือเรื่องปากท้อง วิกฤติเศรษฐกิจที่กำลังกระจายไปทั่วโลก และมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดซึ่งรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ทุกวันนี้ก็มีคำถามว่าทำไม่ได้หรือไม่ เพราะติดกับกรอบของนักเลือกตั้งที่มาวนเวียนอยู่ อาจจะต้องลองกันใหม่อีกสักตั้ง ก็ลองดู … “สนธิญาณ”กล่าว