ยอดติดเชื้อโควิดในอินเดีย พุ่งทะลุ 5 แสนราย คนป่วยล้นรพ.ขาดแคลนเตียงนอน นักระบาดวิทยาคาดกลางเดือนก.ค. ตัวเลขจะน่ากลัวยิ่งกว่านี้

0

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ประเทศอินเดีย ถือว่ายังน่าเป็นห่วงและเข้าขั้นวิกฤตอย่างมาก ไม่ใช่แค่เพียงแต่การรับมือกับผู้ป่วยติดเชื้อ ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น แต่ยังต้องเจอปัญหาด้านการรักษาที่อาจจะไม่สะดวก และความช่วยเหลือไม่สามารถเข้าถึงได้ ทำให้อินเดียติดอันดับที่ 4 ของโลก เนื่องจากมีจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น

จนทำให้ทางการกรุงนิวเดลี ออกคำสั่งถึงโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในเมือง ให้ยกเลิกคำขอลาหยุดทุกกรณีของแพทย์ทุกคน และหลังจากนี้จะอนุญาตให้ลาหยุดได้ในกรณีที่จำเป็นที่สุดเท่านั้น ทั้งนี้ปัจจุบันอินเดียเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสูงที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากสหรัฐฯ, บราซิล และรัสเซีย โดยหลายประเทศกำลังทยอยอพยพพลเมืองของตัวเองออกจากแดนภารตะมาตั้งแต่เดือนมีนาคม รวมทั้งเยอรมนี, ฝรั่งเศส, เบลเยียม, เนเธอร์แลนด์, ยูเครน, อิสราเอล, จีน และมาเลเซีย

ก่อนหน้านี้หน่วยงานกำกับควบคุมยาของประเทศอนุมัติให้บริษัทผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งจะถูกจัดจำหน่ายตามใบสั่งยาจากแพทย์ภายใต้ชื่อฟาบิฟูล (FabiFlu) ในราคา 1.35 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ราว 41 บาท ต่อเม็ด (คิดตามอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ 31 บาท) หากต้องทานทั้งกล่องที่มีราว ๆ 34 เม็ด จะตกราคา 1,394 บาท

สำหรับยาฟาวิพิราเวียร์ที่ได้รับการสนับสนุนด้วยหลักฐานทางคลินิก ใช้รักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีโรคอื่นปรากฏร่วมอยู่ด้วย เช่น โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ รวมถึงมีอาการของโรคโควิด-19 ในระดับไม่รุนแรงจนถึงปานกลาง คำแถลงเสริมว่ายาฟาวิพิราเวียร์ช่วยลดปริมาณไวรัสอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 4 วัน และช่วยให้ผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรงจนถึงปานกลาง มีอาการดีขึ้นสูงถึงร้อยละ 88

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : บริษัทยักษ์ใหญ่ประกาศสู้โควิด-19 ช่วยคนอินเดีย ขายยารักษาคนป่วยอาการไม่รุนแรง 1 เม็ดราคาสูงลิ่ว ใครจะซื้อไหว ?

ล่าสุดทางด้านสำนักข่าว รอยเตอร์ส เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขของประเทศอินเดียเปิดเผยในวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. 2563 ที่ผ่านมาระบุว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มากกว่า 17,000 ราย ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้ยอดสะสมของผู้ติดเชื้อเพิ่มจนเกินกว่า 500,000 รายแล้ว โดยพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมากเป็นพิเศษตามเมืองใหญ่ รวมถึงกรุงนิวเดลี

เมื่อตรวจสอบผ่านทาง Johns Hopkins University จะเห็นตัวเลขล่าสุดที่ยอดติดเชื้ออยู่ที่ 508,953 รายแล้ว

ทั้งนี้อินเดียถือเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มากเป็นอันดับ 4 ของโลกรองจากสหรัฐฯ, บราซิล และรัสเซีย โดยผู้เชี่ยวชาญในประเทศเริ่มแนะนำให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดผู้เสียชีวิต มากกว่าการควบคุมการระบาด

ขณะที่ทางด้านดร.มาโนจ มูร์เฮคาร์ สมาชิกทีมเฉพาะกิจรับมือไวรัสโควิด-19 ของอินเดีย และผู้อำนวยการสถาบันระบาดวิทยาแห่งชาติ กล่าวว่า “เราควรมุ่งความสนใจในเรื่องป้องกันการเสียชีวิต ไม่ให้หยุดชะงักเพราะเรื่องตัวเลขที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น”

ขณะที่ทีมวิจัยของ ศ.พรหมา มุขเคอร์จี ศาสตราจารย์ดด้านชีวสถิติ ชาวอินเดีย-อเมริกัน จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน คาดการณ์ว่า อินเดียจะมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระหว่าง 770,000 ราย ถึง 925,000 ราย ในวันที่ 15 ก.ค. โดยจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้โรงพยาบาลต่าง ๆ มีเตียงไม่เพียงพอต่อการรับผู้ป่วย เช่น ที่กรุงนิวเดลี ทางการต้องรีบเร่งสร้างศูนย์พยาบาลชั่วคราวขึ้นมาหลายแห่ง

อย่างไรก็ตามทางด้านนายอาร์วินด์ เคชรีวัล มุขมนตรีกรุงนิวเดลี ได้เปิดเผยกับ บีบีซี ว่า จำนวนผู้ติดเชื้อในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นมากกว่าที่พวกเขาคาดเอาไว้ และเกิดการขาดแคลนของเตียงโรงพยาบาล พวกเขายังล่าช้าในเรื่องการตรวจโรค การขาดแคลนเตียงทำให้ผู้ป่วยบางคนไม่ได้เข้าโรงพยาบาล ทำให้อัตราการเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ ทางการนิวเดลีพยายามหาทางแก้ปัญหาด้วยการขยายขอบเขตการตรวจโรคให้กว้างขึ้น เพื่อหาว่าเชื้อแพร่กระจายในเมืองหลวงแห่งนี้มากขนาดไหน