นักเขียนซีไรต์ “Boomerang Effect” เปลือยอนาคตใหม่??? อีกด้านที่สังคมควรรู้!?!

0

(1) 26 ก.พ.63 มีความเคลื่อนที่น่าสนใจยิ่งเมื่อ วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนซีไรต์ โพสต์ถึงอนาคตใหม่และผลของบูมเมอแรงที่เกิดขึ้นหลังยุบพรรค โดยวิมล ตั้งหัว สเตตัสไว้ ว่า  “Boomerang Effect”

(2) เนื้อความของวิมล ฉายให้เห็น หรือ สะท้อนภาพอีกด้านของพรรคอนาคตใหม่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งนี่คือหลักคิด-ข้อมูลข้อเท็จจริงที่สำคัญ ที่สังคมไทยควรรับรู้???

(3) เนื้อหาที่นักเขียนซีไรต์ต้องการจะสื่อออกมา มีบางช่วงที่ระบุว่า… ตอนเปิดตัว “พรรคอนาคตใหม่” คุณธนาธรประกาศอย่างอหังการ์ “พรรคไหนคิดไม่เหมือนเราก็ต้องเป็นศัตรูกับเรา” แน่นอน…ย่อมรวมถึงคนทั้งประเทศที่คิดต่างกับเขาด้วย

บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า
บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า

(3.1) ผลคือ…เขาได้ศัตรูเพียบนับแต่สิ้นเสียงประกาศ!

(3.2) พรรคปั่นกระแสแบ่งแยก “คนรุ่นเก่า – คนรุ่นใหม่” “พวกก้าวหน้า – พวกล้าหลัง” “ฝ่ายประชาธิปไตย – ฝ่ายเผด็จการ” จนกลายเป็นความแตกแยกร้าวลึกไปถึงหน่วยงาน – สถาบันต่างๆ จนถึงระดับครอบครัว!

(3.2) บางคนเขียนโปสเตอร์ในเฟซบุ๊คว่า จะไม่เลี้ยงดูพ่อแม่ จะให้อดตาย เพราะเป็นพวกสลิ่ม

(3.3) บางคนประกาศว่า “ฆ่าสลิ่มไม่บาป!”

(แบบเดียวกับกิตติวุฒิโฑเคยบอกในยุค 6 ตค. 19 ว่าฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป)

(3.4) ผลการเลือกตั้งออกมา พรรคอนาคตใหม่ได้ สส. มากกว่า 80 คน ด้วยคะแนนเสียง 6.3 ล้าน ยิ่งทำให้เขามั่นใจมากขึ้น จึงมุ่งแต่จะตะลุยไปข้างหน้าจนสะดุดขาตัวเองหลายครั้ง

(3.5) สุดท้ายก็ล้มด้วยเรื่องเงินกู้ – เงินบริจาคที่เขาให้แก่พรรคอนาคตใหม่

(แต่เคยคุยว่าพรรคเขาไม่มีนายทุน!)

(3.6) ฝ่ายเดียวกันยังคงเชียร์พวกเขาต่อไป และก่นด่าศาลรัฐธรรมนูญ ด่ารัฐธรรมนูญ ด่ารัฐบาล ว่าไม่ยุติธรรม และพาลแขวะไปถึงบุคคลที่เขาเรียกว่า “ผู้กำกับภาพยนตร์” !

(3.7) แต่เสียงก่นด่าพวกเขา สมน้ำหน้าพวกเขา เยาะเย้ยแดกดันพวกเขาดังกระหึ่มมากกว่าพวกที่เชียร์

นั่นเพราะอะไร?

(3.8) เพราะพวกเขาได้แบ่งฝ่ายไว้เอง ทำให้สังคมแตกแยกไว้เอง ดูถูกเหยียดหยาม และเหยียบย่ำหัวใจคนค่อนประเทศที่รักสถาบันกษัตริย์ (ไม่เรียนรู้จากกรณีคุณทักษิณ)

(3.9) ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาทำไว้…ล้วนกลับมาทำร้ายและทำลายพวกเขาเอง

ทำอะไรไว้ก็ได้รับผลอย่างนั้น!

(3.10) มันเป็นผลจาก “ความไม่ต้องการอยู่ร่วมกับคนอื่นที่คิดต่าง”

มันเป็น “Boomerang Effect”

(4) 4 ชั่วโมงต่อมา วิมล โพสต์ข้อความอีกครั้งหลังนำเสนอ “Boomerang Effect” ซึ่งมีเนื้อความบางส่วนระบุว่า…

(4.1) “เราต่างก็ผิดหวัง” หลายปีมานี้ผมทำให้เพื่อนในเฟซบุ๊คไม่ต่ำกว่า 20 คนผิดหวัง ซึ่งเป็นแฟนหนังสือ ไม่นับที่หายไปเงียบๆ เหตุเพราะไม่เอาทักษิณ มาตอนนี้ก็ไม่เอาธนาธร

(4.2) ผมก็เศร้าใจกับตัวเอง…ที่ไม่เห็นดีเห็นงามไปกับคุณธนาธร และย้อนขึ้นไปก็คุณทักษิณ

(5) นั่นคือเรื่องที่วิมล ได้โพสต์เอาไว้เกี่ยวกับอนาคตใหม่กับปฏิกิริยา boomerang effect  ซึ่งชัดเจนอย่างยิ่งสำหรับธาตุแท้ของคนในพรรคนี้???

(6) วิมล ได้ให้ข้อมูลฉายให้เห็นอีกด้านในข้อเท็จจริงที่เขาเห็น แล้วสะท้อนออกมา แต่ที่สุดตัวเขาเองก็เจอ boomerang effect จากผู้คนเช่นกัน ตามที่เขาเล่าไว้ในเฟซบุ๊ก

(7) boomerang effect หรือ ผลบูมเมอแรง ในด้านจิตวิทยาสังคมผลบูมเมอแรง หมายถึง ผลที่ไม่ตั้งใจของความพยายามที่จะชักชวนให้เกิดการยอมรับตำแหน่งฝ่ายตรงข้ามแทน บางครั้งก็เรียกว่า “ทฤษฎีของการปฏิรูปทางจิตวิทยา”

(8) ปี 2539-2543 วิมล เคยเข้าสู่การเมือง ครั้งแรก​ในทีมกลุ่มมดงาน ดร. พิจิต รัตตกุล พรรคถิ่นไทย

(9) ปี 2550 วิลมประกาศตั้งพรรคการเมือง ชื่อพรรค ดุลยภาพ

(10) ในด้านนักประพันธ์ วิมล มีผลงานเล่มแรกได้รับการตีพิมพ์ตอนอายุ 27 ปี นับแต่นั้นก็มีผลงานสร้างสรรค์ด้านวรรณกรรมทั้งนวนิยายและเรื่องสั้น โดยนวนิยาย อมตะ คว้ารางวัลซีไรต์ ในปี2543

 

#ปอกเปลือก#ปอกเปลือกให้เห็นความจริง