“ญี่ปุ่น” คาใจ “คิมจองอึน” ยังอยู่ดีหรือไม่ ? พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญปัญหาสุขภาพ โยงโควิด-19 ในเกาหลีเหนือ

0

จากกรณีที่เกิดความขัดแย้งระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ นับตั้งแต่ “คิม โย จอง” น้องสาวของผู้นำสูงสุดเกาหลีเหรือสั่งบึ้มทำลายตึก สนง.ประสานความร่วมมือพังพินาศ ต่อมาได้มีรายงานอ้างสื่อกระบอกเสียงทางการเกาหลีเหนือ เปิดเผยว่า “คิม จอง อึน” ผู้นำเกาหลีเหนือมีคำสั่งระงับให้แผนการใช้กำลังทางทหารกับเกาหลีใต้ หลังจากในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : จับตา “คิมโยจอง” เดินหมากสำคัญ ขู่สหรัฐฯทางอ้อม ปมเจรจาอาวุธนิวเคลียร์ งานนี้อาจจะมีตัวหลอก?

รัฐมนตรีรวมชาติเกาหลีใต้ ลาออก เซ่นพิษสัมพันธ์ 2 เกาหลีขาดสะบั้น “คิมโยจอง” ไม่ไวหน้า กล่าวหาแรงถึง “ปธน.มุนแจอิน”

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

เนื่องจากความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ได้ทวีสูงขึ้น อีกทั้งกองทัพเกาหลีเหนือยังขู่จะส่งกำลังทหารเข้าไปยังเขตปลอดทหาร บริเวณชายแดนของสองเกาหลีใต้อีกด้วย ทั้งนี้คำสั่งดังกล่าวของ คิม จอง อึน สร้างความประหลาดใจอย่างมาก เพราะมีขึ้นขณะที่มีการคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่า การประชุมคณะกรรมาธิการทหารของพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลบริหารประเทศ อาจมีมติให้ใช้กำลังทางทหารข่มขู่เกาหลีใต้

ล่าสุดทางด้านนายทาโร โคโนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ประเทศญี่ปุ่นมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของนายคิม จองอึน วัย 36 ปี เนื่องจากที่ผ่านมาเกาหลีเหนือเคลื่อนไหวแปลกมาก เรียกว่าผิดปกติเลยก็ว่าได้

เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อเดือนเม.ย. นายคิม หายไปจากสายตาของสาธารณชนนานเกือบ 3 สัปดาห์ จนมีการรายงานว่าถ้านายคิมไม่มีอาการหนักจากการผ่าตัดหัวใจ ก็อาจจะถึงแก่อสัญกรรมไปแล้วก็ได้ ต่อมา สื่อของทางการเกาหลีเหนือเผยแพร่ภาพนายคิมเดินทางไปเยี่ยมโรงงานผลิตปุ๋ย เมื่อวันที่ 1 พ.ค. เพื่อสยบกระแสข่าวดังกล่าว แต่นายคิมก็หายไปอีกครั้งหลังจากนั้น และเช่นเดิม สื่อของทางการเกาหลีเหนือ ก็เผยแพร่รูปเมื่อวันที่ 24 พ.ค. ว่านายคิมเข้าประชุมเกี่ยวกับการเสริมศักยภาพทางนิวเคลียร์ หลังจากมีข่าวลือเกี่ยวกับสุขภาพของนายคิมดังขึ้นมาอีกครั้ง

นอกจากนี้นายโคโนะ ตั้งข้อสังเกตว่า บางทีนายคิมอาจจะหายไปเก็บตัว เพื่อไม่ให้ติดเชื้อไวรัส ซึ่งก็แปลว่าบางทีเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อาจแพร่ระบาดไปทั่วเกาหลีเหนือแล้ว แม้ว่าเกาหลีเหนือจะอ้างว่าไม่มีใครในประเทศติดโรคดังกล่าวเลยแม้แต่คนเดียวก็ตาม

อย่างไรก็ตามทางด้านรัฐมนตรีกลาโหมของญี่ปุ่นยืนยันว่าสหรัฐ ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับนายคิมต่อกันมาโดยตลอด จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยและจับตามองอย่างมากในช่วงนี้