นพ.คณะแพทยศาสตร์จุฬาฯ ชี้หลัง1กค.ไทยเสี่ยง เผย3เหตุผลระบาดรอบ2คุมยาก!

0

จากที่วันนี้(27 มิ.ย.63) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลง สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด ไม่พบตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศ ยอดผู้ป่วยสะสม 3,162 ผู้เสียชีวิตคงที่ 58 ราย ไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกัน 33 วัน

ขณะที่ นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของประเทศไทยด้วย ซึ่งเป็นการเตือนด้วยข้อมูลที่ประชาชนควรรับฟังและนำมาตระหนักร่วมกันดังนี้

วันนี้…”มีแต่ความว่างเปล่า” ความว่างเปล่านี้…ดี…และเป็นความพิเศษของเรา แตกต่างจากประเทศอื่นทั่วโลก หลายประเทศ”เคยว่างเปล่า” บัดนี้กำลังปวดหัวกับตัวเลขที่ผุดขึ้นแต่ละวันไม่หยุดหย่อน ระลอกสองนั้นคุมลำบากกว่าระลอกแรก ด้วยเหตุผลหลายประการ

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

หนึ่ง ทุกประเทศทุ่มทรัพยากรหมดหน้าตักไปกับการสู้ระลอกแรก พอเกิดระลอกสอง กำลังที่จะสู้ย่อมร่อยหรอลงไป หลายประเทศก็ต้องกู้หนี้ยืมสินมา

สอง ระลอกสอง คนในประเทศจะเกิดภาวะเหนื่อยหน่ายกับมาตรการเดิมที่เคยใช้แล้วได้ผล เราเรียกว่า “community exhaustion” ทำให้มาตรการเดิมจะได้ผลน้อยลง การควบคุมโรคจะเป็นไปได้ยากขึ้น ใช้เวลานานขึ้น

สาม ระลอกสอง มักเกิดในกลุ่มคนที่ใช้ชีวิตประจำวัน ต่างจากระลอกแรกที่มุ่งเป้าเฉพาะกลุ่มได้ง่ายกว่า พอเกิดระลอกสอง กว่าจะตามหาเจาะจงกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดได้จะนานกว่า และระบาดไปกว้างก่อนจะจัดการได้

ประเทศไทยนั้นเราร่วมด้วยช่วยกันสู้ ฉุดกราฟการระบาดจาก 33% มาเหลือ 3% ได้โดยใช้เวลา 3 เดือนกว่าๆ ยังไม่มียา ไม่มีวัคซีน มีแต่สองแขนของเราที่ต้องช่วยกันตั้งการ์ดให้เข้มแข็งในระยะยาว ช่วยกันใส่หน้ากากเสมอ…ล้างมือบ่อยๆ…อยู่ห่างคนอื่น 1 เมตร พูดน้อยลง…พบปะคนน้อยลงสั้นลง เลี่ยงที่อโคจร…หมั่นสังเกตอาการตนเองและครอบครัว

หลังวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ความเสี่ยงสูง 4-7 กรกฎาคมเป็นช่วงตรงกับระยะฟักตัวของโรค หากมีคนติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 1 ดังนั้นต้องตั้งการ์ดให้ดี หากคิดจะไปเที่ยว…ต้องเที่ยวอย่างมีสติ

การไม่มีเคสรายงานในประเทศ ไม่ได้แปลว่าไวรัสหมดไปจากสังคมไทยนะครับ…

ที่มา : เฟซบุ๊ก Thira Woratanarat