แบไต๋ช่อ…เดินเกมสร้างภาพระหว่างประเทศจากนอกสภา

0

แบไต๋ช่อ…เดินเกมสร้างภาพระหว่างประเทศจากนอกสภา

รศ.ดร.แสงเทียน อยู่เถา นักวิชาการสถาบันทิศทางไทย

 

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

จากกรณีที่ คุณช่อ น.ส.พรรณิการ์ วานิช เปิดแถลงข่าวนอกสภาหลังสิ้นสภาพการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้มีการยุบพรรคและให้พ้นสภาพและห้ามยุ่งเกี่ยวการเมือง ๑๐ ปี โดยได้กล่าวถึง กองทุน “1MDB” ซึ่งหยิบขึ้นมาแถลงความเชื่อมโยงกล่าวหารัฐบาล ในนาม “คณะอนาคตใหม่” และบอกพบหลักฐานที่เชื่อได้ว่า รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีพฤติกรรมปกปิดข้อเท็จจริง กรณีอาชญากรรมทางการเงินอื้อฉาวนี้ (กรุงเทพธุรกิจออนไลน์, ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓)

“1MDB” คือ กรณีที่หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal ได้ตีพิมพ์ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ๒๕๒๘ ว่า ผู้ตรวจสอบของมาเลเซียได้พบว่ามีเงินไหลจากกองทุนที่มีชื่อว่า 1MDB (1 Malaysia Development Berhad) จำนวน 700 ล้านดอลลาร์ เข้าบัญชีส่วนตัวของ “นาจิบ ราซัค” ที่ตอนนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างไม่ชอบมาพากล โดยถูกกล่าวหาว่ามีกลไกจากกองทุนนี้เป็นเรื่องคอรัปชั่นและทำให้เกิดความเสียหายและสูญเสียเงินไปจำนวนมากของประเทศมาเลเซีย

การนำเรื่องนี้ออกมาโจมตีรัฐบาลไทย ก็มุ่งไปที่การทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่หลายฝ่ายมองว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องตรงไปตรงมาในการดำเนินการแบบนั้น การดำเนินการดังกล่าว น่าจะเป็น

“การแบไต๋…ที่จะเดินเกมระหว่างประเทศ”

เหมือนที่อดีตพรรคที่ถูกยุบไปที่คุณช่อสังกัด ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แต่การเดินเกมแบบนี้ยิ่งมีความหมายมากขึ้นในช่วงของการเริ่มการต่อสู้นอกสภา การที่จะชี้ให้ต่างชาติได้เห็นความไม่ชอบมาพากลของรัฐบาล ก็เป็นการสร้างความชอบธรรมในการต่อสู้ โดยหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าน่าจะเป็นการพูดถึงประเทศที่ไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับทางยุโรปและอเมริกา เพื่อสร้างหรือปูทางเอาไว้ เมื่อมีการต่อสู้กันทางการเมืองนอกสภาและมีเหตุต้องใช้การต่อสู้นอกสภาที่มาจากต่างประเทศจะดูชอบธรรมมากขึ้น หรือถ้ามองร้ายไปกว่านั้นก็สามารถลี้ภัยทางการเมืองของกลุ่มหรือคณะของตนได้สะดวกขึ้น

หลายฝ่ายเห็นว่า การต่อสู้หรือการโจมตีรัฐบาลไทยว่าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งไม่ดีกับประเทศอื่นๆ ที่เป็นฝ่ายตรงกันข้ามหรือเป็นไปในทิศทางไม่ลงรอยกันนักกับยุโรปและอเมริกาอาจถูกนำมาเป็นประเด็นมากขึ้น เพื่อสร้างความชอบธรรม หรืออาจเป็นการต่อสู้ในเรื่องของ “ประชาธิปไตย” “ความอยุติธรรมในสังคม” หรือ “เสรีภาพ” ของประชาชน ที่พยายามดึงเยาวชน นักเรียน นักศึกษา คนรุ่นใหม่ เข้ามาเป็นแนวร่วมการดำเนินการนี้ พร้อมๆ กับการดึงต่างชาติเข้ามากดดันมากขึ้น โดยทางสถาบันทิศทางไทยได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และจะนำข้อมูลออกมาตีแผ่ต่อสังคมอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมาให้มากที่สุดเพื่อสกัดกั้นการบิดเบือน โดยจะจับตาคณะอนาคตใหม่ และขอเตือนคุณช่อและคณะในการดำเนินการในช่วงที่ “ไร้หลังคาความเป็น สส. คุ้มกะลาหัว”

และเรื่องนี้ในส่วนของรัฐบาลไทยจึงต้องตระหนัก และเตรียมตัวในการรับมือให้มาก ในโอกาสที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศยื่นความจำนงจะลาออก ก็นับเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องตระหนักในการสรรหาคนที่มีความเข้าใจ มีความรู้ความสามารถ ที่จะเข้ามาบริหารงานในกระทรวงต่างประเทศเพื่อทำความเข้าใจและดำเนินการการต่างประเทศในเชิงรุกให้มากขึ้นเป็นหลายเท่าตัว

 

เพราะ “ปฏิบัติการพินอคคิโอ” ในนาม “คณะอนาคตใหม่” เริ่มออกปฏิบัติการแล้วที่จะเดินเกมสร้างภาพระหว่างประเทศจากนอกสภา ร่วมกับในสภาของพลพรรคที่ยังเหลืออยู่ …ระวังจะเสียทีปฏิบัติการนี้