สหรัฐฯตรวจเจอติดเชื้อโควิดเพิ่ม วันเดียวทะลุ 3.7 หมื่นราย ทุบสถิติเดิม สะท้อนปัญหาเปิดเมือง ไร้มาตรการควบคุม

0

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในสหรัฐ มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ติดเชื้อ รายใหม่ของวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.) ที่ผ่านมา ว่ามีจำนวนมากกว่า 37,000 คน

ส่วนรัฐที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด ก็รัฐฟลอริดา เท็กซัส แคลิฟอร์เนีย และแอริโซนา จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ดังกล่าว ยังสูงกว่าสถิติเดิมเมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันดังกล่าวที่ 36,188 คน

ด้วยเหตุนี้ทำให้ตัวเลขสะสมของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในสหรัฐ เพิ่มมาเกินกว่า 2,418,000 คนแล้ว และการแพร่ระบาดที่กลับมารุนแรงขึ้นนี้สร้างความกังวลให้กับนักลงุทนจำนวนมาก ทั้งยังทำให้เจ้าหน้าที่รัฐในรัฐทางใต้และตะวันตกของประเทศต้องยอมถอย หลังจากพยายามผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคอย่างรวดเร็ว

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ทั้งนี้ทางด้านผู้เชี่ยวชาญทางสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกา ยังได้ระบุว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ เป็นเรื่องจริง และเชื้อไวรัสก็เหมือนไฟป่า ที่สามารถลุกไหม้ได้ตราบใดที่ยังมีเชื้อไฟ ดังนั้นโรคระบาดใหญ่อย่างโควิด-19 จะยังไม่มีทางหายไปในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งขัดแย้งกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศว่า โรคโควิด-19 ที่แพร่ระบาดสู่ชาวอเมริกันกว่า 2 ล้านคนนั้นกำลังจะหายไป

ทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า “เชื้อไวรัสกำลังจะหายไป” และในการปราศรัยหาเสียงของทรัมป์ ที่จัดขึ้นที่เมืองทัลซา รัฐโอกลาโฮมา ทรัมป์กล่าวว่า เขาได้ขอให้มีการ “ชะลอการตรวจหาเชื้อ” เนื่องจากจะเป็นการเพิ่มตัวเลขผู้ป่วยยืนยันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทว่าผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อได้ออกมาโต้แย้งว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นในสหรัฐฯ ล่าสุดนั้นเป็นความจริง การรับมือกับโรคระบาดใหญ่ระดับประเทศไม่ได้ผล

ขณะที่ทางด้านดร.ทอม อิงเกิลสบี ผู้อำนวยการศูนย์ความมั่นคงด้านสุขภาพ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ บลูมเบิร์ก ได้เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ป่วยยืนยันที่เพิ่มสูงขึ้นในหลายรัฐ ทางตอนใต้และทางตะวันตกของสหรัฐฯ ไม่ได้เกิดจากการตรวจหาเชื้อมากขึ้น แต่มีข้อมูลที่ระบุว่าเปอร์เซ็นต์ของผลตรวจที่เป็นบวกมีเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน บางรัฐ เช่น แอริโซนา เท็กซัส นอร์ธแคโรไลนา เซาธ์แคโรไลนา และฟลอริดา ก็มีผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นด้วย จนตอนนี้อาจจะมีเตียงรองรับผู้ป่วยไม่พอด้วยซ้ำ

แน่นอนว่ายอดติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น มาจากการคลายล็อกของเมืองต่าง ๆ ที่เปิดให้เข้าเที่ยวสถาบันเทิงได้รวดเร็วเกินไป ทั้งให้ประชาชนออกจากบ้านมานอนอาบแดด เล่นน้ำริมชายหาด และที่แย่กว่านั้นคือ ไม่ได้มีมาตรการป้องกันตัวเองและคนรอบข้าง ดร.อิงเกิลสบีก็ไม่ได้แนะนำให้กลับไปใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง เนื่องจากแต่ละรัฐก็มีพื้นฐานแตกต่างกันออกไป และให้ความเห็นว่าผู้นำของรัฐต่าง ๆ ควรสนับสนุนให้ประชาชนให้ล้างมือ สวมหน้ากาก และรักษาระยะห่างทางสังคมเมื่ออยู่ในที่สาธารณะอย่างเคร่งครัด

และต้องบอกว่าสถานการณ์ในสหัฐฯ ทำให้ทั่วโลกจับตามอง อีกทั้งยังส่งความห่วงใย ว่าทรัมป์จะนำพาประชาชนในรอดวิกฤตนี้ได้หรือไม่ หากยอมตัดสินใจเด็ดขาด และปฏิบัติตามหลักการจากที่หลาย ๆ ประเทศแนะนำ ก็น่าจะเป็นผลดี

หากย้อนไปก่อนหน้านี้ ทางด้านผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เทดรอส อัดนอม เกเบรเยซุส ได้เปิดเผยว่า ยอดติดเชื้อโควิด-19 จะทะยานทะลุ 10 ล้านรายในสัปดาห์หน้าแน่นอน จากที่ตอนนี้ยอดติดเชื้ออยู่ที่ 9.3 ล้านราย และเสียชีวิตเกือบ 4.8 แสนคน ตามข้อมูลล่าสุดของมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอพกินส์ ในวันพุธที่ 24 มิ.ย.63

ขณะที่ทางด้านดร.ไมค์ ไรอัน หัวหน้าโครงการฉุกเฉินของอนามัยโลก กล่าวว่า การระบาดใหญ่ของโควิด-19 ในทวีปอเมริกายังไม่ถึงจุดสูงสุด จากที่ตอนนี้หลายประเทศในทวีปอเมริกา มีผู้ติดเชื้อพุ่งสูงระดับ 25-50% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ตอนนี้ลาตินอเมริกาถูกจับตาในฐานะพื้นที่ระบาดใหญ่ของโลก โดยบราซิลครองแชมป์ด้วยยอดติดเชื้อ 1.1 ล้านราย และเสียชีวิต 5.3 หมื่นคน และพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เกือบ 4 หมื่นคน และเสียชีวิต 1,300 คนในวันอังคาร (23 มิ.ย.)เพียงวันเดียว ขณะที่ประธานาธิบดีจาอีร์ โบลโซนาโร แห่งบราซิล ถูกศาลสั่งให้สวมหน้ากากหากอยู่ตามที่สาธารณะ ถ้าฝ่าฝืนเจอโทษปรับ 400 ดอลลาร์ต่อวัน

ส่วนทางด้านสหรัฐฯ ขยับมาที่อันดับ 1 ของโลกในแง่ผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากโควิด-19 ที่ยอดติดเชื้อ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านสาธารณสุขสหรัฐฯ ยังเคยกล่าวระหว่างการให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถึงสถานการณ์โควิด-19 ในสหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ กำลังพ่ายแพ้ให้กับโควิด-19

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : WHO ฟันธงยอดติดเชื้อโควิด ในสัปดาห์หน้า พุ่งถึง 10 ล้านราย วิเคราะห์สถานการณ์สหรัฐฯย่ำแย่ ซ้ำเจอข้อมูลจุดระบาดใหญ่ของโลก

อ้างอิงข้อมูล :Bloomberg , washingtonpost