“ญี่ปุ่น” พร้อมรับแรงงานไทย 14 สาขาอาชีพ ฝึกปฏิบัติงานนานถึง 5 ปี ชื่นชมคนไทยขยัน อดทน

0

ถือเป็นอีกหนึ่งข่าวในช่วงเวลาที่ทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะโควิด-19 เมื่กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานของไทย เชิญองค์กรผู้ส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ภายใต้โครงการฝึกปฏิบัติงานเทคนิคไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 51 องค์กร ชี้แจงแนวทางการจัดส่งแรงงานไทยที่มีทักษะเฉพาะไปทำงานในประเทศญี่ปุ่นใน 14 สาขาอาชีพ ซึ่งเป็นอาชีพที่แรงงานไทยมีโอกาสในญี่ปุ่น และถือเป็นการขยายตลาดแรงงานด้วย

โดยทางด้านนายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดการประชุม “ชี้แจงแนวทางการปฏิบัติงาน กรณีการจ้างแรงงานที่มีทักษะเฉพาะไปทำงานในประเทศญี่ปุ่น” แก่องค์กรผู้ส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ภายใต้โครงการฝึกปฏิบัติงานเทคนิคไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 51 องค์กร

โดยมีนายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวรายงาน และ นายสายชล อกนิษฐวงศ์ อัครราชทูตที่ปรึกษาด้านแรงงาน ณ กรุงโตเกียว ร่วมชี้แจงให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ผ่านระบบ Video Conference ณ ห้องอบรมคนหางานก่อนไปทำงานต่างประเทศ ชั้น 11 อาคารสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 กระทรวงแรงงาน

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การจัดส่งแรงงานไทยไปประเทศญี่ปุ่นถือเป็นเรื่องที่กระทรวงแรงงานมุ่งเน้นและติดตามผลการปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง เมื่อวันที่ 4 ก.พ.63 กระทรวงแรงงานได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือด้านข้อมูลพื้นฐานเพื่อการจัดระบบและการพำนักของแรงงานที่มีทักษะเฉพาะ (MOC) กับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศญี่ปุ่น 4 หน่วยงาน คือกระทรวงยุติธรรม กระทรวง การต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เพื่อส่งเสริมการจัดส่งและการรับแรงงานที่มีทักษะเฉพาะจากประเทศไทยไปทำงานในประเทศญี่ปุ่นให้เป็นไปอย่างราบรื่น แก้ไขปัญหาในการส่งและการรับแรงงาน และปัญหาของการพำนักอยู่ในญี่ปุ่นของแรงงานที่มีทักษะเฉพาะ อันเป็นการคุ้มครองแรงงานซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ

โดยกำหนดสาขาอาชีพของแรงงานที่มีทักษะเฉพาะในเบื้องต้นไว้ 14 สาขาอาชีพได้แก่ การบริบาล การจัดทำความสะอาดอาคาร การทำชิ้นส่วนเครื่องจักรกลและเครื่องมือสำหรับประกอบอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเครื่องจักร ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมสารสนเทศ อุตสาหกรรมการก่อสร้าง การต่อเรือและอุตสาหกรรมเครื่องจักรเรือ การซ่อมแซมรถยนต์และการบำรุงรักษา อุตสาหกรรมการบิน

อุตสาหกรรมโรงแรม เกษตรกรรม การประมงและการเพาะเลี้ยง สัตว์น้ำ การผลิตอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมบริการ ซึ่งในระยะแรกประเทศญี่ปุ่นจะเปิดรับใน 4 สาขาอาชีพ คือ (1) งานบริบาล (2) งานอุตสาหกรรมก่อสร้าง (3) งานจัดการทำความสะอาดอาคาร และ (4) งานเกษตรกรรม โดยมีระยะเวลาการทำงานสูงสุด 5 ปี

กรมการจัดหางาน มีหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลการจัดส่งแรงงานไทยไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อให้การดำเนินแนวทางการจัดส่งแรงงานที่มีทักษะเฉพาะไปทำงานในประเทศญี่ปุ่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด แต่เนื่องจากการปฏิบัติการจัดส่งแรงงานทักษะเฉพาะของไทยและประเทศญี่ปุ่น มีความแตกต่างจากระบบการอนุญาตผู้ฝึกงานเทคนิคซึ่งเป็นระบบเดิม ทั้งสองประเทศเพิ่งจะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปและยังไม่เกิดผลสัมฤทธิ์

ดังนั้นกรมการจัดหางานจึงจัดการประชุมชี้แจงแนวทางการปฏิบัติงานกรณีการจ้างแรงงานที่มีทักษะเฉพาะไปทำงานในประเทศญี่ปุ่นให้กับภาคเอกชน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและให้สามารถปฏิบัติงานตามแนวทางการจัดส่งแรงงานที่มีทักษะเฉพาะได้ ซึ่งจะเป็นการจุดประกายและสร้างความตระหนักให้องค์กรผู้ส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศเห็นถึงความสำคัญของการจัดส่งแรงงานไทยที่มีทักษะเฉพาะไปทำงานใน 14 สาขาอาชีพ

ซึ่งเป็นอาชีพที่แรงงานไทยมีโอกาสในญี่ปุ่และเป็นช่องทางการขยายจำนวนแรงงานไปทำงานในประเทศญี่ปุ่นได้เพิ่มมากขึ้น โดยมีองค์กรผู้ส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ภายใต้โครงการฝึกปฏิบัติงานเทคนิคไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่น เข้าร่วมจำนวน 51 องค์กร

“เนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ่นเปลี่ยนนโยบายการรับคนเข้าเมือง เพื่อให้ทันกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ จึงมีแผนกำหนดสถานะของการพำนักอาศัยใหม่ให้แก่แรงงานต่างชาติ เป็นแรงงานที่มีทักษะเฉพาะ เพื่อดึงดูดกำลังแรงงานต่างชาติให้เข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น และลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตรกรรม ก่อสร้างภาคบริการโรงแรม และการบริบาลผู้สูงอายุ

โดยที่ผ่านมา รัฐบาลมีการส่งแรงงานไทยไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นอย่างถูกกฎหมาย ในรูปแบบรัฐจัดส่ง ผ่านโครงการจัดส่งผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นกับองค์กรพัฒนาแรงงานระดับนานาชาติประเทศญี่ปุ่น (IM Japan) ซึ่งที่ผ่านมาแรงงานไทยได้รับความสนใจเป็น อย่างมาก เนื่องจากมีทักษะการทำงานที่ดี มีความขยัน อดทน อย่างไรก็ดี กระทรวงแรงงานจะเร่งหามาตรการเสริม เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมและพัฒนาทักษะแรงงานไทย จะได้เพิ่มโอกาสในการไปทำงานในตำแหน่งที่เปิดรับต่อไป”