โล่ง!ผลแล็ปหนุ่มนักวิ่งออกแล้วโดนวางยา ตร.มั่นใจประสงค์ต่อทรัพย์

0

จากกรณีที่หนุ่มนักวิ่ง ได้ออกมาโพสต์เตือนภัย ขณะไปวิ่งออกกำลังกายในสวนสาธารณะ จ.นนทบุรี แล้ว โดนวางยาในขวดน้ำที่วางไว้ จนเกือบหมดสติ โชคดีเพื่อนพาไป ร.พ.ทันเวลา  ซึ่งยังพบว่ามีผู้เสียหายอีก 1 คน เคยมีอาการคล้ายถูกวางยาด้วย

นายวิโรจน์ ไศละบาท อายุ 42 ปี  ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “Etoriw Sibaht”  ได้เล่าเหตุการณ์ว่าไปวิ่งออกกำลังกายภายในสวนสาธารณะศาลากลาง จ.นนทบุรี หลังจากวิ่งเสร็จก็ไปหยิบขวดน้ำที่วางไว้ โดยซื้อมาจากร้านค้าแห่งหนึ่งแต่ยังไม่ได้เปิด ปรากฏว่าขณะดื่มน้ำ รู้สึกถึงรสชาติที่เฝื่อน ๆ แปลกไป แต่ก็ยังไม่ได้คิดอะไรมาก จากนั้นออกไปหาเพื่อน ๆ ต่อ นั่งกินดื่มไปสักพัก รู้สึกถึงอาการแปลก ๆ ของร่ายกาย เริ่มเห็นภาพหมุน หายใจติดขัด เหมือนจะอาเจียนอีก 2-3 ครั้ง และกำลังจะหมดสติ จนรู้สึกว่าแย่แล้ว เพื่อนจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลรามาฯ

ต่อมา แพทย์บอกว่าตนได้รับสารพิษบางอย่างซึ่งมีอาการคล้าย STORKE ต้องรอผลตรวจเลือด และตรวจปัสสาวะที่ชัดเจน ตนเลยสงสัยกลับไปตรวจดูขวดน้ำดื่มและพบว่ามีน้ำไหลออกมาจากรูเล็ก ๆ บริเวณฝาขวดด้วย จึงคิดน่าจะโดนวางยา เพื่อหวังชิงทรัพย์แน่ ๆ หลังจากนั้นก็ได้ไปแจ้งความที่ สภ.รัตนาธิเบศร์

BIG BONUS BRAND SALE
BIG BONUS BRAND SALE

ทั้งนี้ หนุ่มนักวิ่ง ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เครียดมาก เพราะจู่ ๆ กลับกลายเป็นว่าตนสร้างเรื่องขึ้นมาและตกเป็นจำเลยสังคม ทั้ง ๆ ที่พยายามโพสต์เตือนกลุ่มเพื่อนนักวิ่งด้วยกันเพื่อความหวังดี

ล่าสุด  รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อ.อ๊อด ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์บนเฟซบุ๊ก “Weerachai Phutdhawong” ว่า หลังจากได้รับตัวอย่างน้ำของหนุ่มนักวิ่งมาตรวจหาสารแปลกปลอม และคาดว่าจะปนเปื้อนอยู่ในน้ำ พบสารไซลาซีน (Xylazine) ยาสลบที่ใช้ในม้าวัวควาย และสารเมทิลพาราเบน (methyl paraben) ซึ่งเจือปนอยู่ 1%  โดยสัตวแพทย์มักใช้ในแมว ไม่มีรส ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี และดูดซึมได้เร็วทางกระเพาะอาหาร มิจฉาชีพนิยมใช้ผสมน้ำแล้วมอมยาเหยื่อก่อนจะปลดทรัพย์

นอกจากนี้ เพจ “Drama-addict” ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันยาดังกล่าว มีขายกันเกลื่อนตามเว็บขายยามอมสาว จากนี้ไปใครจะไปวิ่งในที่สาธารณะ แล้วพกขวดน้ำไป ก็ต้องระวัง อย่าไปวางขวดน้ำทิ้งไว้ เพราะอาจเจอเหตการณ์แบบเดียวกันนี้ก็ได้

ส่วนทางด้านคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ มั่นใจว่าคนร้ายมีความประสงค์ต่อทรัพย์สินแน่นอนเพราะนักวิ่งทุกคนส่วนมากจะสวมใส่นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ ราคาแพงประมาณ 50,000 บาท ถ้าหากคนร้ายก่อเหตุสำเร็จก็จะนำทรัพย์สินไปขาย แค่ในราคา 4,000-5,000 บาท