ปารีณาร้องช่อละเมิดอำนาจศาลรธน.!?! จับตาซ้ำรอยปิยบุตร???

0

(1) 20 ก.พ.63 น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรมนูญขอให้พิจารณา น.ส.พรรณิการ์ วาณิช หรือ ช่อ วิจารณ์ศาลจะวินิจฉัยคดียุบพรรคอนาคตใหม่ 21 ก.พ.ว่าเข้าข่ายเป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่???

(1.1) น.ส.ปารีณา กล่าวว่า บุคคลใดจะวิพากษ์วิจารณ์ศาลว่าพิจารณา หรือคำวินิจฉัยที่ไม่เหมาะสม เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำ เข้าข่ายเป็นเรื่องของความมั่นคงของชาติ หลักฐานที่ตนนำมายื่น คือข่าวที่ปรากฏทางสื่อมวลชนทั่วไป

(2) 20 ก.พ.63 วันเดียวกัน น.ส.พรรณิการ์​ ยังอ้าง ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจในการยุบพรรคการเมือง​ – ฝ่ายที่กดดันไม่ใช่พรรคอนาคตใหม่ แต่เป็นศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องพิสูจน์ว่า​เป็นองค์กรอิสระไม่ใช่เครื่องมือทางการเมือง???

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

(3) 13 ก.พ.63 ก่อนหน้านี้7วัน ช่อ แถลงศาลรัฐธรรมนูญไม่เปิดไต่สวน แต่ให้ส่งคำชี้แจงพยาน 17 ปาก จะส่งผลให้การพิจารณาคดีนี้เป็นธรรมหรือไม่

(3.1) ช่อ ตั้งข้อสงสัย คือ 1.พยาน 17 ปาก มี 4 คนเป็นพยานนำทำคำชี้แจงได้ แต่ 13 เป็นพยานหมาย คือเจ้าหน้าที่และอดีตเจ้าหน้าที่ กกต. ไม่สามารถไปทำคำชี้แจงเองได้ จึงขอไต่สวน แต่ศาลกลับปฏิเสธไม่ทำตาม

(3.2) พรรคอนาคตใหม่ทำคำชี้แจงพยานครบ 17 คน แล้วส่งศาลรัฐธรรมนูญใน 17 ก.พ. ศาลจะใช้เวลาพิจารณา และตัดสินคดีได้อย่างถูกต้องเที่ยงธรรมใน 21 ก.พ.

(3.3) “เนื่องจากไม่มีการเลื่อนพิจารณาคดี สาธารณชนย่อมตั้งข้อสงสัยว่า คำชี้แจงพยาน17 ปาก เพียงไม่กี่วันก่อนถึงวันพิพากษาจะได้รับการพิจารณาอย่างถ่องแท้หรือไม่” ช่อ ระบุ

(4) 14 ก.พ.63 ชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลฎีกา อธิบายข้อกฏหมายพร้อมเตือนถึงโฆษกอนาคตใหม่บางช่วง ว่า…

(4.1) ที่อนาคตใหม่ให้ศาลไต่สวนพยานอีก 17 ปาก จะให้ไต่สวนประเด็นอะไร แม้ไต่สวนพยานทั้ง 17 ปาก หรือ 50 ปาก หรือ 100 ปาก เพื่อให้พยานให้การว่า ไม่ได้กู้ยืมเงินธนาธรก็ไม่อาจลบล้างคำให้การธนาธรที่เป็นเจ้าของเงินได้

(4.2) การที่โฆษกพรรคอนาคตใหม่เรียกร้องให้ไต่สวนพยานเพื่อให้ความเห็นทางกฎหมายของบุคคลเหล่านั้น จึงเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลที่จะนำมาอ้างได้เลย

(4.3) กฎหมายอาญามาตรา 198 บัญญัติว่า ผู้ใดดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณาหรือพิพากษาคดีหรือ กระทําการขัดขวางการพิจารณาหรือพิพากษาของศาล ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 7 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(5) เชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ชี้แจงที่มาการมีกฎหมายละเมิดอำนาจศาล ว่าศาลเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ในการระงับ และเยียวยาปัญหาพิพาทตามกฎหมาย

(5.1) ฉะนั้นการคุ้มครองการละเมิดอำนาจศาล แท้ที่จริงแล้วเป็นการคุ้มครองครองต่อการเคารพกฎหมาย ขณะเดียวกันก็เป็นการคุ้มครองต่อคุณธรรมของกฎหมายที่ศาลใช้ในการประศาสตร์ความยุติธรรมให้กับประชาชน

(5.3) การคุ้มครองตรงนี้จึงไม่ได้เป็นคุ้มครองตุลาการหรือคุ้มครองตัวศาล แต่คุ้มครองกระบวนการในการอำนวยความยุติธรรมของศาลซึ่งเป็นการเคารพต่อกฎหมาย คุ้มครองต่อกฎหมาย

(6) 29 พ.ย.62 ประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณี ปอท.นำความเห็นสมควรสั่งฟ้อง ปิยบุตร แสงกนกกุล ฐานดูหมิ่นศาลรัฐธรรมนูญ กรณีอ่านแถลงการณ์เรื่องยุบพรรคไทยรักษาชาติ

(7) 17 เม.ย.62 ปิยบุตร เข้ารับทราบข้อกล่าวหากับปอท. แจ้งข้อหาตนในความผิดฐานดูหมิ่นศาลตามกฎหมายอาญามาตรา 198 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวม 2 ข้อหา ซึ่งตนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

(8) 16 ม.ค.63 อัยการเลื่อนนัดฟังคำสั่งคดีปิยบุตร หมิ่นศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากตำรวจยังไม่ส่งสำนวนที่ขอให้สอบพยานเพิ่มเติม จึงขอให้อัยการนัดฟังคำสั่งวันที่ 20 ก.พ.63

(9) 20 ก.พ.63 อัยการเลื่อนนัดฟังคำสั่งคดีปิยบุตร หมิ่นศาลรัฐธรรมนูญ เป็นวันที่ 24 มี.ค. 63 เนื่องจากสำนวนที่ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปสอบพยานเพิ่มเติมยังไม่ส่งกลับมา

(10) นั่นคือเส้นทางคดีหมิ่นศาลรัฐธรรมนูญที่ปิยบุตร กำลังเผชิญอยู่ และช่อก็กำลังจะเดินตามรอยนี้หรือไม่ เมื่อปารีณาได้ร้องให้มีการสอบ

(11) หากมีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ช่อต้องไม่โวยวายว่าโดนกลั่นแกล้งใส่ร้ายอีก เพราะมีการนำหลักฐานมาประกอบ ทั้งที่สำคัญมีฐานความผิดที่น่าสนใจ ดังนั้นต้องจับตากันต่อไปว่า ท้ายที่สุดแล้วทั้งช่อและปิยบุตรจะลงเอ่ยอย่างไรกับคดีหมิ่นศาล???

 

#ปอกเปลือก#ปอกให้เห็นความจริง