ธนาธร-นักสร้างภาพ จอมบิดเบือน ชอบปลุกระดม??? จริง-ไม่จริง?!?

0

(1) 20 ก.พ.63 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โพสต์ คำชี้แจงจากใจ โดยมีข้อความบางช่วงที่สังคมต้องร่วมพิจารณาในข้อเท็จจริง???

(2) ธนาธร บอกว่า พรรคที่อยากสร้างมีลักษณะเป็นพรรคมวลชน เป็นนิติบุคคลได้รับการรองรับจากกกต.เมื่อ 3 ตุลาคม 2561

(2.1) คำถาม-อ้างเป็นพรรคมวลชน แต่ตอนให้กู้ยืมเงินกัน​ ประชาชนรู้เรื่องด้วยหรือไม่ ทำกันเองใช่ไหม และถ้า​เป็นพรรคประชาชนจริง​ ประชาชนสั่งอะไรธนาธร​ คนให้เงินพรรคกู้ได้หรือไม่???

บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า
บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า

(3) การสร้างพรรคจำเป็นต้องใช้เงินภายใต้กฎกติการัฐธรรมนูญปี2560

(3.1) คำถาม-ธนาธรและอนาคตใหม่อยู่ภายใต้กฎกติการัฐธรรมนูญจริงหรือ เพราะการกระทำที่ผ่านมาก็เป็นคำตอบแล้วว่าโกหก??? อีกทั้งทุกพรรคการเมืองก็ต้องใช้เงินกันทั้งนั้นไม่ใช่แค่อนาคตใหม่

(4) พรรคมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าที่พักและค่าน้ำมันในการลงพื้นที่

(4.1) คำพูดนี้ของธนาธรน่าสงสัยว่าบิดเบือนหรือไม่??? เพราะดูระยะเวลาที่กู้ครั้งแรกต้นมกราคม และครั้งสองเมษายน จะเห็นว่าเป็นช่วงก่อนเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง

(4.2) ดังนั้นเงินกู้นั้น จึงไม่น่าไปใช้ซื้อของเพื่อทำสาขาพรรคหรือเดินทางดูแลความเดือดร้อนประชาชน เพราะเงินก้อนแรก 161 ล้านใช้เพียง 3 เดือนระหว่างเลือกตั้ง แต่อีกก้อนกู้ตามมาหลังเลือกตั้ง???

(5) พรรคมีทางเลือกสองทาง คือหนึ่ง ใช้เงินส่วนตัวของธนาธรในการจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ไม่ยุ่งยากทำเอกสาร

(5.1) คำพูดนี้จะเห็นว่าธนาธรเก่งและถนัดในการสร้างภาพเป็นอย่างยิ่ง??? เพราะตามกฏหมายพรรคไม่สามารถนำเงินธนาธรซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคมาใช้ในลักษณะจำนวนนี้ได้อยูแล้ว ซึ่งหากเป็นการบริจาคก็ไม่เกิน10ล้านต่อปี!?!

(6) แต่พรรคเลือกให้ค่าใช้จ่ายของพรรค โดยให้พรรคกู้เงินจากตนเอง ทุกคนจะรู้ว่าในพรรคมีเงินกู้เท่าไหร่

(6.1) ซึ่งข้อนี้การกู้ของพรรคอนาคตใหม่จากธนาธร จึงกลายเป็นคดี ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นนิติอำพรางให้กู้จริงหรือไม่??? ทั้งยังถูกตั้งข้อสังเกตว่า เงินกู้ก็คือ เงินบริจาค ทั้งยังถูกเปรียบไม่ต่างไปจากการฟอกเงินในพรรค???

(7) ธนาธรยังบอกว่า พรรคปฏิเสธเงินก้อนใหญ่จากทุนผูกขาดที่มาจากเลือดเนื้อประชาชนเพราะขัดต่อแนวอุดมการณ์ของพรรค โดยที่ไม่ต้องการตอบแทนกลุ่มทุนหากวันใดมีอำนาจทางการเมือง พรรคจะได้เป็นตัวของตัวเองที่สุด

(7.1) ข้อนี้ก็มีคนสงสัยและตั้งคำถามว่านี่คือ การสร้างภาพให้ตัวเองดูหล่อ-ดูดี เพราะตัวธนาธรก็เป็นนักธุรกิจนายทุนคนหนึ่งใช่หรือไม่???

(8) นับตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ได้รับการรับรองพรรคตุลาคม 2561 จนถึงสิ้นปี 2562 ได้เงินค่าสมาชิก บริจาค และระดมทุนจำนวน 70+138 ล้าน

(9) ก่อนที่ธนาธร จะอ้างการกระทำกลายเป็นดาบหอกทิ่ม เสี่ยงยุบพรรค, ตัดสิทธิ์กรรมการบริหาร และติดคุกเพราะต้องการสร้างพรรคแบบใหม่ที่ซื่อสัตย์, เจตนาดีและโปร่งใส?

(9.1) ข้อนี้น่าจะคำพูดที่ถูกต้องของธนาธร เพราะทุกคดีที่ผ่านมาล้วนมาจากคำพูดและการกระทำของตัวเองทั้งสิ้น ไม่มีใครไปใส่ร้าย

(9.2) ส่วนที่ว่าสร้างพรรคซื่อสัตย์ โปร่งใสจริงหรือไม่ เรื่องนี้คงลำบากสำหรับธนาธร เพราะเขาเป็นคนที่จำอะไรไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะที่กกต.ขอเอกสารบัญชีการเงินก็ไม่ยอมส่งให้ยื้อแล้วยื้ออีกไม่กี่ครั้งกี่เดือน???

(10) เหมือนผู้ร้าย ไม่รอบคอบ และตั้งใจบิดเบือนกฎหมาย ไม่ได้รับแม้แต่สิทธิในการพิจารณาคดีอย่างถูกต้อง และสิทธิในการสู้คดีอย่างที่พลเมืองในสังคมที่มีนิติรัฐ นิติธรรมควรจะได้รับ

(10.1) นี่คือความขัดแย้งและย้อนแย้งในคำพูดของธนาธร ซึ่งธนาธรและอนาคตใหม่เหมือนผู้ร้ายหรือไม่-เรื่องนี้สังคมพิจารณาได้ไม่ยากจากพฤติกรรมทั้งหลายของคนในพรรคนี้ ไม่ว่าตัวธนาธรงเอง ปิยบุตร หรือ พรรณิการ์

(10.2) แน่นอนว่าคดีที่เกิดขึ้นมาจากความไม่รอบคอบของธนาธรและพรรค เพราะดูได้จากกรณีถือหุ้นถือ ที่ถูกตั้งข้อสังเกตุว่า ธนาธรลืมโอนจึงทำให้กลายเป็นคดีย้อนเชือดคอตัวเอง

(10.3) ตั้งใจบิดเบือนกฎหมาย ข้อนี้เพราะคำพูดของธนาธรและแกนนำพรรคอย่างปิยบุตรหรือไม่ ซึ่งเกิดขึ้นในหลายวาระมาแล้ว

(10.4) ชัดเจนยิ่งนี่คือหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีการบิดเบือน เพราะที่ผ่านมากกต.ได้ให้โอกาสธนาธรและพรรคชี้แจงอย่างเต็มที่ รวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญที่ดำเนินการตามขั้นตอนพิจารณาโดยให้ผู้ถูกร้องส่งคำชี้แจงพร้อมพยาน17ปาก

(11) ธนาธรยังผลิตวาทกรรมที่ตนเองถนัดอย่างการอ้าง เรื่องอคติ หรือไม่มีเหตุผลยุบพรรคอนาคตใหม่ข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ก็ไม่มีเหตุผลทางกฎหมายใดที่จะทำให้พรรคถูกยุบ

(12) สุดท้ายธนาธร ก็ปลุกระดมเช่นเคยอย่างที่เคยทำมาตลอด ด้วยการนัด 21 กุมภาพันธ์ ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับความอยุติธรรม มาร่วมฟังคำวินิจฉัยและแสดงพลังที่สำนักงานใหญ่!!!

 

#ปอกเปลือก#ปอกให้เห็นความจริง