อย่าคิดง่ายๆ…ด้วยการ ยกเลิกการบ้าน

0
502

อย่าคิดง่ายๆ…ด้วยการ ยกเลิกการบ้าน

รศ.ดร.แสงเทียน อยู่เถา อาจารย์คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดล และนักวิชาการสถาบันทิศทางไทย

.

จากกรณีที่ มีโรงเรียนมัธยมศึกษาชื่อดังแห่งหนึ่งประกาศว่าจะมีการ “ยกเลิกการบ้าน” ก็เป็นเรื่องต้องมาคิดทบทวนเรื่องนี้กันอย่างเอาจริงเอาจังมากขึ้น มีกระแสของผู้ที่เห็นด้วยมากมาย การออกมากล่าวถึงเรื่องนี้ในทางตรงกันข้ามก็อาจถูกกล่าวหาหรือวิจารณ์ในทางที่ไม่น่าจะดีอย่างแน่นอน ขอออกตัวก่อนว่าที่ผ่านมาได้พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับการลดการบ้านมาอย่างต่อเนื่อง และต้องขอบคุณกรณีนี้ด้วยที่ทำให้เกิดกระแสในสังคมและแวดวงการศึกษาเป็นอย่างมาก

ในการดำเนินการเพื่อยกเลิกการบ้าน ก็คงถูกใจนักเรียนเป็นอย่างมาก และเป็นผู้ที่อยู่ในโลกสังคมออนไลน์ที่มีการสื่อสารกันอย่างกว้างขวางจนเป็นกระแสได้ง่าย แต่อาจต้องคิดให้ดีในเรื่องนี้และทำความเข้าใจกันมากขึ้น เพราะนักเรียน ครู หรือโรงเรียนอื่นๆ ที่ไม่เข้าใจก็นึกว่าโรงเรียนที่มีชื่อเสียงยังมีการยกเลิกการบ้าน ได้เลย ทำไมโรงเรียนอื่นจะยกเลิกไม่ได้ ที่จริงเรื่องนี้ทางโรงเรียนที่เสนอและจะดำเนินการเรื่องนี้ก็มีรายละเอียดของการ ยกเลิกการบ้าน ว่าเป็นการลดการบ้าน ดังในรายละเอียดเรืองนี้ที่มีการนำเสนอคือ “การไม่มีการบ้าน ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวว่า ก็ไม่ได้หมายความว่า จะไม่มีงานอะไร เพราะให้เด็กมีการทบทวนที่บ้านเอง และในวันรุ่งขึ้นก็สามารถมาแสดงออก มานำเสนอหน้าชั้นเรียน จากสิ่งที่ตัวเองทบทวนที่บ้าน น่าจะดีกว่า เพราะสิ่งเหล่านี้จะเข้าไปอยู่ในสมอง ซึ่งจริงๆ ก็อาจจะไม่ใช่การบ้านโดยตรง เมื่อย้อนกลับไปฟินแลนด์ เป็นประเทศเล็กๆจึงทำได้ง่าย ก็เหมือนที่ ผู้อำนวยการโรงเรียนบอกว่า โรงเรียนขนาดเล็กจึงทำได้ง่าย” (พีพีทีวีออนไลน์, ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓)

“การยกเลิกการบ้าน” ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่เห็นด้วยอย่างยิ่งในการพัฒนาเรื่องของการเรียน แต่ไม่ใช่นึกอยากจะยกเลิก ก็ยกเลิกได้อย่างง่ายๆ ต้องมีการจัดทำแผนการพัฒนาเพื่อลดการบ้านจนไม่ต้องมีการบ้านอีก การเรียนนั้นต้องมีการดำเนินการอย่างน้อย 3E คือ  E-Example คือการยกตัวอย่าง E-Exercise คือแบบฝึกหัด และ E-Examination / Test คือการทดสอบ ในส่วนของการบ้านจะเป็นส่วนที่เป็น Exercise เป็นหลัก ถ้าจะไม่ให้มีการบ้านก็ต้องจัดเวลาในระหว่างเรียน ก่อนเรียน หลังเรียน ช่วงว่างระหว่างเรียน คาบเวลาสำหรับทำแบบฝึกหัดประจำวันในโรงเรียน คาบเวลาการค้นคว้าเพื่อจัดทำแบบฝึกหัดหรือตามรูปแบบการประเมินในรายวิชานั้นๆ เมื่อสามารถดำเนินการทุกอย่างขณะอยู่ที่โรงเรียนได้ ก็ไม่จำเป็นต้องมีการบ้าน แต่ที่ผ่านมาเวลาสำหรับการดำเนินการเหล่านี้…มันมีมั้ยละ…มันทำทันมั้ยละ…?

การดำเนินการเพื่อการลดการบ้านจนนำไปสู่การยกเลิกการบ้าน จึงต้องมีการจัดทำแผนบูรณาการของทุกรายวิชาจากอาจารย์ที่รับผิดชอบทุกรายวิชานั้นๆ ในแต่ละชั้นปีในทุกๆ ภาคการศึกษา เพือให้มีการบริหารจัดการแบบฝึกหัดและงานในรายวิชา (Exercise and work Management) โดยอาจทำเป็น Exercise and work Mapping เพื่อแสดงให้เห็นว่ารายวิชาใดจะให้แบบฝึกหัดและงานในช่วงใด ใช้เวลาเท่าใด มีแบบฝึกหัดที่มีการบูรณาการระหว่างรายวิชาหรือไม่ ไม่ทับซ้อนกันในแต่ละรายวิชาเพื่อให้ผู้เรียนสามารถแบ่งเวลาในการทำโดยอาศัยองค์ความรู้จากผู้สอนในการแนะนำการบริหารจัดการเวลา (Time Management)

ผู้เขียนเสนอแนวคิดนี้มานานแต่ก็ไม่ค่อยได้รับการตอบรับมากนัก ครั้งนี้จึงนับว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ปรับโฉมเรื่องของการบ้านซะที อาจารย์ที่รับผิดชอบในทุกรายวิชาจะต้องมาคุย ระดมความเห็นร่วมกันเพื่อจัดทำแผนที่จะลดความซ้ำซ้อนของแบบฝึกหัดและงาน ไม่ทำให้เกิดการบ้าน ถ้าจะมีการบ้านจริงก็เพียงเป็นการค้นคว้า เตรียมตัว เพื่อการเรียนในครั้งต่อไป หรือเพื่อการนำเสนอแนวคิด หรืองานอื่นนี้ที่ไม่ได้เป็นการบ้านในลักษณะที่เป็นการทำแบบฝึกหัด

ประเด็นที่จะมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ควรได้รับการศึกษาหรือวิจัย เพื่อการพัฒนากันอย่างจริงจัง ให้การศึกษาของประเทศไทยก้าวหน้าต่อไป สร้างนักเรียนที่มีคุณภาพเพื่อสามารถเข้าใจในแนวคิด ทฤษฎี และการประยุกต์ใช้ ในการนำไปต่อยอดเพื่อก้าวสู่วิชาการและวิชาชีพในระดับที่สูงขึ้นต่อไป

 

เรื่อง “ยกเลิกการบ้าน” จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ควรศึกษากันอย่างจริงจังถึงผลดีผลเสีย และการบริการจัดการในกรณีดังกล่าว โดยไม่หวังกระแส หรือให้กระแสพาไป