วงเสวนาค้านยุบอนค.ทำลายนิติธรรมฯเดือด!!! สนธิญาณลั่นธนาธรอยากลงถนน แล้วเจอกัน!?!

0

จากกรณีวันนี้(19ก.พ.63) สถาบันทิศทางไทย จัดโซเชียลเสวนา “#คัดค้านยุบอนาคตใหม่​ ทำลาย​หลักนิติธรรม​ นิติรัฐ​” ร่วมเสวนาโดย สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ประธานกรรมการสถาบันทิศทางไทย สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรค รวมพลังประชาชาติไทย ดร.เวทิน ชาติกุล ผู้อำนวยการสถาบันทิศทางไทย ฐกฤต​ ราชโคตร​ ตัวแทนคนรุ่นใหม่นั้น

ทั้งนี้โดยดร.เวทิน เป็นผู้ดำเนินรายการ เปิดให้ผู้ร่วมเสวนาอภิปราย3ประเด็นด้วยกัน ซึ่งในแต่คนที่เข้าร่วมนั้นมีเนื้อหาที่น่าสนใจบางช่วงเริ่มที่นายสมชาย ที่บอกว่าศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาดเรื่องปัญหาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ รวมทั้งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พรรคการเมือง ยืนยันศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจยุบพรรคการเมือง ซึ่งพรรคการเมืองต้องมีกฎหมายรองรับ กติกา นั่นคือรัฐธรรมนูญกำกับ ที่ห้ามรับบริจาคเกิน10ล้าน รวมทั้งเรื่องนี้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พูดเองมีหลักฐาน รวมถึงที่ช่อ พรรณิการ์ ให้สัมภาษณ์สื่อว่ามีการกู้จริงด้วย

“พรป.พรรคการเมืองของรัฐธรรมนูญปี2550 มีการระบุถึงรายได้อื่นๆ ต่อมาถึงรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือปี60 ได้เปลี่ยนโดยตัดทิ้ง เพราะพรรคการเมืองอาจอาศัยแอบทำสัญญาเงินกู้กันในตอนนั้น และตอนนี้จึงต้องตัดทิ้งเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว”

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ขณะหมอวรงค์ บอกว่าเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญมีสิ่งสำคัญ อย่างการลงเลือกตั้งที่ผ่านมาต้องให้สมาชิกพรรคเป็นคนคัดเลือก ไม่ใช่หัวหน้าพรรคเป็นคนเลือก นั่นคือไพรมารี่โหวต ซึ่งกรณีกู้เงินหากปล่อยให้พรรคการเมืองกู้ได้ต่อไปบริจาคกันเยอะแน่ โดยที่ผ่านมาตนมองว่านายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาฯพรรคอนาคตใหม่ บิดเบือนข้อเท็จจริงกล่าวหากกต.และศาลรัฐธรรมนูญ ตนยืนยันว่าศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจในการวินิจฉัยยุบพรรคการเมือง ย้ำว่าหากปล่อยให้กู้ได้ประเทศเจ๊งแน่

“ตนสงสัยว่าพรรคอนาคตใหม่กู้แบบนิติกรรมอำพรางหรือไม่ มีการทำย้อนหลังให้การเท็จต่อกกต.หรือไม่ เพราะพูดเรื่องตัวเลขเงินกู้ในแต่ละครั้งคือ 5ครั้งตัวเลขไม่ตรงกัน”

ด้านนายสนธิญาณ กล่าวช่วงหนึ่งด้วยว่า กฎหมายบังคับไว้ชัดเจน ในพรป.พรรคการเมือง ตนมองว่าพรรคอนาคตใหม่ที่ทำไม่เข้าใจบิดเบือนไปมีวัตถุประสงค์อะไรแฝงเร้นหรือไม่ ส่วนคนที่ร่วมลงชื่อคัดค้านยุบพรรคอนาคตใหม่นั้น เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่ตนอยากให้มองประเด็นหลักนั่นคือ ศาลรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณา2ประเด็น หนึ่งคือ กู้ได้หรือไม่ ซึ่งหากกู้ได้ก็ต้องบอกว่า ยกประเทศให้ทุนสามานย์ที่แอบเร้นอยู่หลังพรรคการเมือง เรื่องนี้คือหลักการที่ใหญ่กว่าเรื่องยุบพรรคอนาคตใหม่

“เอกสารที่ปปช.ระบุที่ธนาธรยื่นไว้ มีหมายเหตุว่า พรรคอนาคตใหม่ได้ชำระเงินกู้บางส่วนให้ธนาธรแล้ว แต่เรื่องนี้ตนมองว่า เรื่องการติดคุกสำคัญกว่า ไม่แค่ยุบพรรค และตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค เปรียบการกู้มีนัยยะเหมือนการฟอกเงินรูปแบบหนึ่งหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ถ้าไม่ฟังศาลรัฐธรรมนูญยิ่งทำให้ประเทศเสียหาย”

นอกจากนี้นายสมชาย ในวันที่21กุมภาพันธ์นี้ ตนมองว่ามีแค่2ทางนั่นคือ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ กับ ตัดสินว่าไม่ยุบพรรค ส่วนที่มีนักวิชาการบางคนมองว่า มีทางที่สามนั่นคือ แบบรัฐศาสตร์ผสมนิติศาสตร์ ไม่ยุบพรรคแต่ตัดสิทธิ์กรรมการบริหาร ซึ่งตรงนี้ตนมองว่าข้อกฎหมายไม่มี เงื่อนไขนี้คือทางที่สามที่ไม่น่าเป็นไปได้ ดังนั้น 21 ก.พ.นี้ชี้ชะตาบ้านเมือง อย่างไรก็ตามนายสนธิญาณ ได้กล่าวช่วงท้ายเสวนาด้วยว่า 21 ก.พ.ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หลักคือยุบไม่ยุบก่อน ซึ่งเรื่องติดคุกจะหนักกว่า เพราะถ้ายุบก็ตั้งพรรคใหม่ หากตัดสิทธิ์กก.บห.ก็เลือกกันใหม่ แต่เรื่องคดีอาญาต้องติดคุกด้วย

“ผมบอกแล้วว่า อนาคตใหม่เคลื่อนไหวเตรียมการสะสมปริมาณและคุณภาพ เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต้องการทำอะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่าในสภาฯ ฉะนั้นคนที่ร่วมลงชื่อคัดค้านยุบพรรคอย่าไปเป็นเครื่องมือให้อนาคตใหม่ ผมเคยท้าธนาธรที่เคยขู่นองเลือดว่าถ้าจะลงถนนให้เอาลูกเมียลงมาด้วย ผมพูดเลยถ้าคุณลงท้องถนน ผมก็ลงด้วย ไม่มีใครกลัวใคร ผมไม่กลัวตายผมจะมีกี่คนก็ตาม อนาคตใหม่ธนาธรตั้งใจจะทำอะไรในหนังสือ ” Portrait ธนาธร ” ธนาธรพูดว่าตำแหน่งนายกฯไม่ใช่สูงสุดที่ต้องการแต่อยากมีอำนาจเพื่อต่อรองกับ…รวมทั้งการพูดงถึงทหารกองทัพ แบบนี้ผมบอกเลยถ้าคุณอยากลงท้องถนนลงมา แล้วเจอกัน” นายสนธิญาณ กล่าว