เปิดสัมพันธ์ลึก!! พล.ท.พงศกร กับ พล.ท.ภราดร เพื่อนรุ่นเดียวกัน และทักษิณ เส้นทางนี้มีเบื้องหลัง?

0

 

ในรายการ “ทิศทางไทยในช่วงเวลา 00.00 กับ สนธิญาณ” ทางช่องสถาบันทิศทางไทย เผยแพร่ผ่านทางยูทูป  ทางด้าน สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม”ได้แสดงความคิดเห็นทางการเมืองกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับ พลโท พงศกร  รอดชมพู  แม้จะเกษียณอายุราชการแต่ยังอาศัยอยู่บ้านหลวง ระบุว่า…

น่าสนใจติดตาม สำหรับเรื่องราวของนายทหารคนดังที่ชื่อพลโท พงศกร  รอดชมพู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ประกาศจะเข้ามาปฎิรูปกองทัพ แต่ปรากฏว่าจะเข้าคำที่ว่าขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ พอเหลาลงไปกลายเป็นบ้องกัญชา หรืออีกสำนวนก็คือว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง นั้นเพราะมีข่าวออกมาว่าตั้งแต่พลโท พงศกร เกษียณอายุราชการตั้งแต่ปีพ.ศ.2559 จนถึงบัดนี้เป็นระยะเวลากว่า 4 ปี ก็ยังอาศัยบ้านหลวง บ้านพักนายทหารระดับสูงอยู่ ในขระที่พรรคอนาคตใหม่เคลื่อนไหวโจมตี อดีตนายทหารระดับสูงซึ่งอยู่ฝ่ายตรงข้ามตัวเองมาตลอดเวลา ท้ายที่สุดทนสู้กระแสไม่ไหวประกาศลาออกจากรองหัวหน้าพรรค แสดงสปิริตพร้อมทั้งประกาศว่าจะหรือกำลังทำหนังสือถึงกองทัพ เพื่อที่จะย้ายออกในเดือนมีนาคม แต่โดนเข้าไปอีกดอก กองทัพสวนว่าถ้าจะออก..ออกเลยไม่จำเป็นต้องทำหนังสือ เพราะเป็นเรื่องที่พลโท พงศกรต้องตัดสินใจ ไม่ใช่เรื่องของกองทัพ

BIG BONUS BRAND SALE
BIG BONUS BRAND SALE

“ไปไม่เป็นอีกครับ ..โดนดอกนี้”  …“สนธิญาณ”กล่าว

การประกาศย้ายออกจากบ้านพักนายทหารระดับสูง และประกาศลาออกจากรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะจบ..แต่ปรากฎว่ายังไม่จบ เมื่อ “ถวิล เปลี่ยนศรี” อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ องค์กรเดียวกับ พลโท พงศกรย้ายจากกองทัพไปทำงาน ออกมาเปิดเผยว่า พลโท พงศกร เข้ามาเป็นรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อปีพ.ศ.2555 การมาเป็นรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาตินั้นเท่ากับย้ายสังกัดจากฝ่ายทหาร มาเป็นข้าราชการพลเรือนแล้ว ดังนั้นต้องถือว่าพลโท พงศกรขาดจากการเป็นทหารตั้งแต่ปีพ.ศ.2555แล้ว ดังนั้นการที่พลโท พงศกรยังอาศัยบ้านพักนายทหารอยู่นั้นใช้สิทธิเกินสิทธิ ไม่น่าจะใช่แค่4ปี  “ถวิล เปลี่ยนศรี”บอกให้ไปนับเอาเอง แต่ตนนับได้ 8 ปีเศษ ที่พลโท พงศกร ใช้สิทธิเกินสิทธิพักบ้านพักนายทหารระดับสูงอยู่ นี่เป็นประเด็นที่ทำให้เรื่องที่ดูเหมือนว่าจะจบไม่ลง เพราะยิ่งพูดยิ่งเข้าเนื้อ ยิ่งพูดยิ่งเข้าตัว

“สนธิญาณ”กล่าวต่อว่า ที่ตนมาทบทวนเรื่องนี้ ไม่ได้ตั้งใจจะมาพูดเรื่องบ้านพรรคที่อยู่อาศัย ที่ปากอย่างการประพฤติอีกอย่าง แต่มีประเด็นทางการเมืองที่ลึกและน่าสนใจคือ พลโท พงศกร ย้ายจากทหารไปดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติได้อย่างไร?? ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งสำคัญเพราะรู้ความเคลื่อนไหวความเป็นไปทางด้านความั่นคงของประเทศทั้งหมด  นั้นเพราะพลโท พงศกร เป็นเพื่อนกับพลโท ภราดร พัฒนถาบุตร ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ด้วยการแต่งของ”ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี(ในขณะนั้น) แน่นอนว่าต้องผ่านการเห็นชอบจาก “ทักษิณ ชินวัตร”

“สนธิญาณ”ตั้งคำถามต่อว่า ทำไมพลโท ภราดรถึงเลือกเอาพลโทพงศกร มาเป็นรองเลขาธิการของตนเอง เพราะว่าเป็นเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 14 รุ่นเดียวกัน ดังนั้นจะต้องมีความสนิทสนมไว้เนื้อเชื่อใจกันเป็นอย่างยิ่ง ถึงไปดึงให้ข้ามห้วยจากทหารมาอยู่ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ  พร้อมย้ำอีกครั้งด้วย”ตำแหน่งนี้ถือว่าเป็นตำแหน่งสำคัญ จะมาได้จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก“ทักษิณ ชินวัตร”แน่นอน เพราะองค์กรแห่งนี้คือองค์กรที่จะทำให้รู้ความเคลื่อนไหว ว่าเป็นไปทางด้านความมั่นคงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแผนของเหล่าทัพไหน หรือตำรวจ หน่วยความมั่นคงใดจะต้องรวมกันอยู่ที่นี้ทั้งสิ้น ไม่สนิทไม่มึวามผูกพันธ์กันอย่างแน่นแฟ้นย้ายมาไม่ได้ ”

ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องไปหาว่าเพียงเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร14 กับพลโท ภราดร จึงทำให้พลโท พงศกร ได้ย้ายมาเป็นรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ??  หรือ เพราะพลโท พงศกร สนิทกับ”ทักษิณ ชินวัตร”ด้วย ?? หรือเพียงแค่ได้รับการรับรองจากพลโทภราดร กับ”ทักษิณ ชินวัตร”ว่าคนนี้ไว้ใจได้ ??นี่เป็นจุดที่จะต้องคว้านหา

แต่สิ่งที่น่าสนใจ เมื่อพลโทพงศกรคิดจะเล่นการเมือง ทำไมไม่ไปพรรคเพื่อไทย ทำไมไม่ไปอยู่กับพลโท ภราดร ทำไมถึงตัดสินใจมาอยู่กับพรรคอนาคตใหม่ และเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไป หัวหน้าพรรคประกาศตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งว่าตั้งพรรคนี้ขึ้นมาอยากได้ส.ส.เยอะๆ ไม่ใช่อยากเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้อยากมาบริหารประเทศชาติ แต่ต้องการอำนาจไปต่อรองกับ XXX ซึ่งนั้นหมายถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ และต้องการ เอาทหารกับศาล ซึ่งหัวหน้าและเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เห็นว่าเป็นเครื่องมือของสถาบันพระมหากษัตริย์

พลโท พงศกรเป็นทหารได้รับการอบรมมาอย่างแน่นอน และหลักการของทหารคือต้องจงรักภักดี แต่มีมุมอะไรถึงทำให้ตัดสินใจไปที่พรรคอนาคตใหม่ เพราะความเชื่อในอุดมการณ์ หรือความคลั่งแค้นต่อนายทหารรุ่นพี่ ที่ชื่อพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือเป็นการจัดกระบวนแถวแยกกันไปคนละที่มั่น แยกกันเดิน รวมกันตี เป็นเรื่องที่ต้องวินิจฉัย แต่ทุกเรื่องในบ้านเมืองนี้ ที่เคลื่อนไหว และเป็นอยู่ละ วางสายตาจาก “ทักษิณ ชินวัตร”ไม่ได้ แม้ว่าหัวหอกที่รุกรบวันนี้จะเป็นพรรคอนาคตใหม่ ก็ตามแต่