จตุพรขอย้ำ!ขีดเส้นใต้อย่ายุ่งสถาบัน ลั่นนำม็อบยืนแถวหน้า ไม่เคยแอบหลังใคร?

0

จากที่วันก่อนนี้จตุพร พรหมพันธุ์ ได้ออกมาส่งเสียงเตือนถึงกลุ่มการเมืองหรือฝ่ายใดๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่ ไม่ควรนำเรื่องสถาบันเข้าไปเกี่ยวข้อง ล่าสุดประธานนปช.ได้ออกมาย้ำเตือนถึงเรื่องก้าวล่วงสถาบันไว้อีกครั้งอย่างสนใจ

โดยในวันนี้(22 มิ.ย.63) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้เฟซบุ๊คไลฟ์รายการ PEACETALK ซึ่งมีบางช่วงที่มีเนื้อหาสำคัญว่า ตนยังถูกหลายคนวิจารณ์กรณีเตือนนักเคลื่อนไหวอย่าพาดพิงสถาบันกษัตริย์ แต่ตนยืนยันว่า บนสนามต่อสู้มาค่อนชีวิต ไม่มีอะไรที่ขึ้นต้นคำว่า “กล้า” แล้วตนผ่านมาแทบทุกสมรภูมิที่เกี่ยวข้องกับความตาย และผ่านมาแทบทุกสมรภูมิ ขาดสิ่งเดียวที่ยังไม่พบคือ ความตาย ดังนั้นในทางการเคลื่อนไหวจึงรู้ว่า อะไรควร ไม่ควร และผลรับสุดท้ายเป็นอย่างไร

“ผมไม่ยุยงให้คนอื่นไปสุ่มเสี่ยงกับการเคลื่อนไหว แล้วตัวเองหลบอยู่ข้างหลัง ที่ผ่านมานั้น เมื่อตัดสินใจอะไรแล้วจะเคลื่อนไหวยืนอยู่แถวหน้าตลอดชีวิต ซึ่งจตุพรไม่เคยแอบอยู่ข้างหลังใคร

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

ในสถานการณ์ความเป็นจริงนี้ ตนพูดในฐานะคนผ่านทาง ผ่านร้อน หนาว ผ่านทุกขเวทนาสารพัดที่ต้องเจอในการต่อสู้ จึงไม่ได้วิจารณ์ตามความรู้สึก แต่เป็นข้อเสนอแนะทุกฝ่าย และต้องย้ำว่า เราต้องขีดเส้นใต้การเคลื่อนไหว ไม่ว่าเป็นพรรคการเมือง ทั้งภาคประชาชน ต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์โดยเด็ดขาด

การแสดงความเห็นที่แตกต่างทางการเมืองนั้น ขอให้อยู่ระหว่างประชาชนกับประชาชนเท่านั้น ไม่ว่า ประชาชนจะอยู่ในบทบาทฝ่ายบริหาร ซีกผู้มีอำนาจ ฝ่ายค้านหรือภาคประชาชนก็ตาม ดังนั้นการออกมาเตือน เพราะรู้ว่าปลายทางจะเดินไปสู่อะไร ไม่ใช่เรื่องกล้า ไม่กล้า จึงต้องย้ำเตือนกันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผมทำหน้าที่ได้เพียงเท่านี้” นายจตุพร กล่าว

ทั้งนี้ประธานนปช. ยังกล่าวในทางการเมืองในขณะนี้ ถ้าเป็นปกติ การเรียกร้องให้ปฏิรูปการเมือง พรรคการเมือง นักการเมือง และปฏิรูปประชาชนด้วยนั้น ต้องมีเสียงดังกระหึ่มแล้ว ตนฟังการสัมภาษณ์ของวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จะต่อ พรก.ฉุกเฉิน หรือไม่ในวันที่ 25-26 มิ.ย.นี้ ซึ่งตนมองข้ามการมีหรือไม่มี พรก.ฉุกเฉินไปนานแล้ว และเชื่อว่าประชาชนก็ไม่รู้สึกกับ พรก.ฉุกเฉินด้วยเช่นกัน

แต่สิ่งที่ฉุกเฉินกว่าคือ สภาพการอดอยากที่รออยู่ข้างหน้า แม้ทีมเศรษฐกิจคิดไว้เรียบร้อย ทั้งเขียน พรบ.งบปี 2564 แต่คนบริหารงบปี 2564 ซึ่งขาดดุลเกินกว่า 6 แสนล้านบาทนั้นเป็นคนละคนกัน ดังนั้นในสถานการณ์ยากลำบากนี้ จึงต้องระดมความคิดเห็น ทั้งเห็นด้วยและเห็นต่างกันอย่างสร้างสรรค์

อีกทั้ง ในสถานการณ์ที่กำลังเดินไปสู่ภาวะความอดอยากนั้น นักการเมืองจำนวนหนึ่งอาจไม่เข้าใจสถานการณ์ว่า ประเทศกำลังจะเจออะไร ในหนทางข้างหน้า ตนพยายามอธิบายบนพื้นฐานไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองทุกบริบท เพราะถูกตัดสิทธิ์การเมือง และกำลังเจอคดีอีกหลายคดี แต่เราสามารถรับรู้ชะตากรรมของคนไทยว่า จะเดินไปเจออะไรนับแต่ ก.ค.เป็นต้นไป

ที่มา : เฟซบุ๊ก Peace News