ทลาย App กู้เงิน พบเงินหมุนเวียน 50 ล้านบาท/เดือน

0

ศปน.ตร. บุกทลาย App กู้เงินนอกระบบบ พร้อมอายัดเงิน 22 ล้านบาท พบเงินหมุนเวียน 50 ล้านบาท/เดือน มีลูกหนี้นับหมื่นคน จ่ายไม่ตรง ส่ง SMS ประจาน ทวง ข่มขู่ คุกคาม

ศปน.ตร. ได้รับร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากว่า ได้มีการกู้ยืมเงินผ่าน Application เงินกู้นอกระบบ ชื่อ “TRUE CASH PRO” ซึ่งมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยใช้วิธีการให้ผู้กู้ติดตั้ง Application ลงในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเมื่อกู้ผ่านแล้วจะถูกหักค่าบริการออกจากเงินกู้ แต่ลูกหนี้ยังต้องชำระเงินเต็มจำนวนพร้อมดอกเบี้ย หากไม่ชำระตามกำหนดเวลา จะมีการทวงหนี้ในลักษณะข่มขู่ ด่าทอ คุกคาม และมีการส่งข้อความ SMS เกี่ยวกับการเป็นหนี้ให้แก่บุคคลที่สาม ทำให้ผู้กู้ได้รับความอับอายและเสื่อมเสียชื่อเสียง

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปน.ตร. ได้แถลงผลการจับกุม Application ดังกล่าว จากการสืบสวนพบว่า TRUE CASH PRO ดำเนินการโดยกลุ่มนายทุนต่างชาติ มีเงินหมุนเวียนในระบบต่อเดือนสูงถึงกว่า 50 ล้านบาท มีบัญชีเงินฝากที่เกี่ยวข้องในระบบหลายสิบบัญชีและมีบัญชีลูกหนี้นับหมื่นคน

โดยมีการย้ายที่ตั้งสำนักงานบ่อยครั้งในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา เพื่อให้ยากแก่การติดตาม ซึ่งจากการสืบสวนพบว่ามีการว่าจ้าง บริษัททวงหนี้แห่งหนึ่ง ย่านโชคชัย 4 ให้ดำเนินการทวงถามหนี้ให้ โดยได้รับรายชื่อลูกหนี้ให้ติดตามเดือนละประมาณ 5,000 ราย โดยทาง TRUE CASH PRO จะจ่ายค่าจ้างให้รายละ 580 บาท หากสามารถเก็บเงินกู้ได้ครบตามจำนวน

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

สำหรับในส่วนของบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้นพบว่า มีชาวจีนอยู่หลายคน ตำรวจ ปอศ. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมขออนุมัติหมายจับต่อ ศาลแขวงพระนครเหนือ จำนวน 7 ราย เป็นนิติบุคคล จำนวน 2 ราย โดยบุกเข้าจับกุมพร้อมอายัดบัญชีเงินฝากที่เกี่ยวข้องกับ แอปพลิเคชั่น TRUE CASH PRO จำนวนทั้งสิ้น 31 บัญชี จาก 6 ธนาคาร รวมเงินที่อายัดจำนวนทั้งสิ้นกว่า 22,000,000 บาท โดย 1 ในผู้เสียหาย เล่าว่า ได้คลิกเข้าไปตามลิงก์ และทำการกู้ยืมเงินครั้งแรก 2,500 บาท แต่โดยหักค่าส่วนต่าง ได้จริง 2,000 บาท และได้ชำระหนี้ไป ต่อมาครั้งที่ 2 ได้กู้ยืมเงินมากขึ้น แต่ไม่มีเงินชำระหนี้ และโทรศัพท์มาข่มขู่ ส่งข้อความไปหาบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บุคคลอ้างอิงอีก 20-30 คน เพื่อประจาน

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า จากคดีนี้จะเห็นว่า ปัจจุบันกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบซี่งมีทั้งคนไทยและกลุ่มทุนต่างชาติ ซึ่งได้เข้ามาหาประโยชน์เอารัดเอาเปรียบประชาชนที่กำลังเดือดร้อน มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการกระทำความผิดไปจากเดิมเป็นอย่างมาก โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เพื่อให้เข้าถึงประชาชนเป็นจำนวนมากได้โดยง่าย ส่งผลให้เกิดความเสียหายในภาพรวมเป็นวงกว้าง

ปน.ตร. จึงใคร่ขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนให้ทราบถึงกลุ่มมิจฉาชีพเงินกู้นอกระบบที่มาในรูปแบบใหม่ ๆ อาศัยความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้กู้สามารถเข้าถึงบริการได้ง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยอาจมองข้ามถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นตามมา จึงขอฝากเตือนพี่น้องประชาชนที่คิดจะมาสมัครงานทวงหนี้ให้กับบริษัทที่ปล่อยเงินกู้ในลักษณะนี้ โดยเฉพาะที่มีชาวต่างชาติมาดำเนินกิจการ เพราะอาจเข้าข่ายเป็นการร่วมกันกระทำความผิดและอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได้

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวอีกว่า สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน หรือต้องการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับเงินกู้นอกระบบ สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชั้น 1 อาคารกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ หรือโทรศัพท์สายด่วน 1599 และ 0-2255-1898 ตลอด 24 ชั่วโมง