แพทย์วิเคราะห์เคสหญิงติดโควิด 3 รายเดินทางจากอินเดีย เสี่ยงอันตรายแค่ไหน? ดึงสติคนโวยเศรษฐกิจทรุด-ปลดล็อคน้อย

0

จากรณีที่นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แถลงถึงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ณ ทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 3 ราย เป็นผู้เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ

ส่งผลให้ผู้ป่วยติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 3,151 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม คงที่ 58 ราย รวมหายป่วยแล้ว 3,022 ราย โดยยังมีผู้ป่วยที่รักษาอาการอยู่ 71 คน ทั้งนี้ไทยไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด 19 ภายในประเทศครบ 28 วันแล้ว ซึ่งเป็น 2 รอบของระยะฟักตัว และอาจจะถือได้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำในการแพร่ระบาดของโรค


สำหรับรายละเอียดของผู้ป่วยเพิ่ม 3 ราย วันนี้ (22 มิ.ย.) มีดังนี้ เป็นผู้ที่เดินทางมาจากอินเดีย 3 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 11, 21 และ 34 ปี เดินทางมาถึงไทยวันที่ 15 มิ.ย. (เคยมีรายงานผู้ป่วย 1 ราย ที่เดินทางมาเที่ยวบินวันที่ 18 มิ.ย.) และเข้าสู่ State Quarantine หรือ สถานที่ควบคุมโรคที่ภาครัฐจัดตั้งขึ้น ใน จ.ชลบุรี และตรวจหาเชื้อในวันที่ 20 มิ.ย. ผลตรวจพบเชื้อ แต่ทุกรายไม่มีอาการ

ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ประเทศอินเดีย ถือว่ายังน่าเป็นห่วงและเข้าขั้นวิกฤตอย่างมาก โดยทางด้านสำนักข่าว แชนเนลนิวส์เอเชีย รายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขของประเทศอินเดียเปิดเผยในวันเสาร์ที่ 20 มิ.ย. 2563 ที่ผ่านมาว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ 14,516 รายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา นับเป็นสถิติรายวันที่สูงที่สุด ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วประเทศเพิ่มเป็น 425,282 ราย และเสียชีวิต 13,254 ศพแล้ว

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

โดยทางประเทศไอร์แลนด์ประกาศเตือนประชาชนในอินเดียว่า การขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ในอินเดียอาจทำได้ยาก เพราะมีผู้ติดเชื้อสูง และให้พิจารณาใช้เที่ยวบินอพยพต่าง ๆ ในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า

ล่าสุดในเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ของ รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ได้ให้ความคิดเห็นถึงเคสของหญิง 3 ราย ที่เดินทางมาจากประเทศอินเดีย ที่ต้องบอกว่าตอนนี้อินเดียวิกฤตมากที่สุดในทวีปเอเชีย รั้งอันดับที่ 4 ของโลก
ระบุว่า “วันนี้เลขคี่… ทั้งหมดเป็นผู้หญิง เดินทางกลับมาจากอินเดีย ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน ตรวจพบติดเชื้อวันที่ 20 แต่ไม่มีอาการ ขอให้ทุกคนปลอดภัย หายไว ๆ นะครับ


ที่น่าสนใจคือ เที่ยวบินที่เดินทางกลับมานี้ เคยมีรายงานพบผู้ติดเชื้อแล้วในวันที่ 18 ที่ผ่านมา พอดูตำแหน่งที่นั่งเทียบกับของวันนี้ พบว่าค่อนข้างกระจายห่างกันพอสมควร

สถานการณ์ทั่วโลกตอนนี้ติดเชื้อทะลุ 9 ล้านคนไปแล้ว สัปดาห์นึงติดเชื้อไปราวล้านคน ดังนั้นจึงต้องไม่ประมาท จีนตอนนี้ประสบปัญหาการระบาดรุนแรง ล่าสุดในปักกิ่ง โรงพยาบาลขนาด 1,800 เตียงต้องถูกปิด เพราะพยาบาลติดเชื้อโควิด และในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ปักกิ่งติดเชื้อไปกว่า 180 คน สูงที่สุดนับตั้งแต่กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ออสเตรเลียก็เช่นกัน รัฐวิคตอเรียก็ต้องต่ออายุภาวะฉุกเฉินอีกเดือนเพราะยังคุมการระบาดไม่ได้ วางไว้บนหิ้งไปนาน ๆ เถิดครับ แผนฟองสบู่พิลึกพิลั่น เพ้อฝันและอันตราย คุณจะเชื่อใจกันและกันก็เชื่อไป แต่อย่ามาปู้ยี่ปู้ยำนำความเสี่ยงมาสู่ประชาชนชาวไทย

ทั้งยาเสพติดรักษาสารพัดโรค ทั้งแข่งรถยามมีโรคระบาด หวัดธรรมดา หน้ากากล่องหน ต่อด้วย ฉันเชื่อใจเธอ เธอเชื่อใจฉัน เราจะไม่กักกัน ที่ชงๆ มาทั้งหมดนั้นสร้างวิกฤตมาหลายต่อหลายครา หน่วยงานความมั่นคงจำเป็นต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด และยึดมั่นในหลักการรักษาความปลอดภัย มั่นคง ต่อประเทศชาติ

หลักสำคัญตอนนี้คือ ประคับประคองประเทศให้รอดจากโรคระบาด ปลดล็อคให้พอหายใจหายคอได้ แต่ยังไม่ต้องหวังว่าจะคล่องตัวเหมือนอดีต เศรษฐกิจทรุดกันทั่วโลก ตอนนี้ต้องเน้นยุทธศาสตร์การพึ่งพาตนเอง ใช้ทรัพยากรภายในประเทศเพื่อประทังชีวิต ยุทธศาสตร์สร้างกิเลสโกยเงินจากต่างชาติ ไม่ว่าจะท่องเที่ยว หรือแม้แต่เอาคนป่วยต่างชาติเข้ามาในประเทศนั้น เป็นแนวคิดที่อันตรายมากเกินกว่าจะยอมรับได้ในสถานการณ์เช่นที่เห็นในปัจจุบันครับ

ประเทศไทยจำเป็นต้องยืนหยัดต่อสู้กับโรคนี้ ด้วยความพร้อมเพรียงกันของพวกเราทุกคน

28 วัน…ไม่ได้มีความหมายอะไรมากเกินกว่าการบอกให้เราทราบว่า ที่เราสู้กันมานั้นมาถูกทางแล้ว

และยังต้องช่วยกันทำต่อ เพราะโรคนี้ยังไม่มียารักษามาตรฐาน ไม่มีวัคซีนป้องกันครับ

ใส่หน้ากากเสมอ…ล้างมือบ่อยๆ…อยู่ห่างคนอื่นอย่างน้อยหนึ่งเมตร

พูดน้อยลง…พบปะคนน้อยลงสั้นลง

เลี่ยงที่อโคจร…หมั่นสังเกตอาการตนเองและครอบครัว

ประเทศไทยต้องทำได้ครับ…”

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Thira Woratanarat