แค้นฝังใจ โค่นรูปปั้นนายพลฝ่ายใต้ กลุ่มผู้ประท้วงต้านการเหยียดผิวราดน้ำมันเผาซ้ำ ทรัมป์ตำหนิตำรวจ

0

กรุงวอชิงตัน ดี.ซี, สหรัฐอเมริกา ผู้ประท้วงต้านการเหยียดผิว ได้โค่นและเผารูปปั้นของของอัลเบิร์ต ไพค์ นายพลฝ่ายสหพันธ์หรือฝ่ายใต้ ช่วงสงครามกลางเมืองเมื่อคืนวันศุกร์ (19 มิ.ย.2563)ตามเวลาสหรัฐ หลังเสร็จสิ้นพิธีรำลึกวันเสรีภาพ หรือ Juneteenth ฉลองการเลิกทาสในรัฐสุดท้ายของสหรัฐ ทรัมป์ตำหนิตำรวจไม่ทำหน้าที่

วอชิงตันโพสและสื่อท้องถิ่นหลายสำนักรายงานว่า ผู้ประท้วงมารวมตัวกันที่จัตุรัสจูดิเซียรีบริเวณรอบรูปปั้นอัลเบิร์ต ไพค์ และทำลายผลงานศิลปะอายุ 120 ปีในเวลา 15 นาทีต่อมา

ผู้ประท้วงใช้เชือก 2 เส้นพันรอบรูปปั้นนายพลไพค์แล้วโค่นลงมา ก่อนราดน้ำมันและจุดไฟเผาด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวิตแสดงความไม่พอใจ ตำหนิตำรวจกรุงวอชิงตัน ว่าไม่ปฏิบัติหน้าที่ แต่ยืนดูผู้ประท้วงโค่นและเผารูปปั้น คนเหล่านี้ควรถูกจับกุมโดยทันที เป็นความอัปยศต่อประเทศสหรัฐอเมริกา  พร้อมกับลงชื่อบัญชีทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของนางมูเรียล บาวเซอร์ นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน พรรคเดโมแครต 

บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า
บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่ทรัมป์จะหาเสียงเลือกตั้งที่เมืองทัลซา รัฐโอคลาโฮมา ในวันเสาร์ที่ 20 มิ.ย.2563) หลังเลื่อนมาจากวันที่ 19  เพราะตรงกับวันเสรีภาพของทาส ที่กองทัพฝ่ายสหภาพหรือฝ่ายเหนือ ยอมประกาศเลิกทาสอย่างเป็นทางการที่เมืองกัลเวสตัน รัฐเท็กซัสในปี ค.ศ.2408

ในสหรัฐอเมริกาและเมืองต่างๆ มีกาทำลายรูปปั้นสมาพันธรัฐ ท่ามกลางการชุมนุมที่ชูประเด็นความเหี้ยมโหด และเลือกปฏิบัติของตำรวจผิวขาวและเจ้าหน้าที่รัฐ สถานการณ์บานปลายนี้เริ่มต้นเมื่อจอร์จ ฟลอยด์ ชายชาวอเมริกันแอฟริกันวัย 46 ปี เสียชีวิตระหว่างการจับกุมที่มินนิแอโปลิส, มลรัฐมินเนโซตา เมื่อวันที่ 25 พ.ค. หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจผิวขาวกดเข่าที่ลำคอของเขาเป็นเวลาเกือบ 8นาที จนหายในไม่ออกและเสียชีวิตในที่สุด

การเสียชีวิตของฟลอยด์ได้จุดประกายการประท้วงไปทั่วประเทศเป็นเวลาหลายสัปดาห์ รวมถึงการเรียกร้องจากผู้ร่างกฎหมายและนักเคลื่อนไหวให้รื้อถอนอนุสาวรีย์หลายแห่งที่เป็นสัญลักษณ์ของการเหยียดเชื้อชาติ การกดขี่ข่มเหงต่อคนผิวสีอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

…………………………………………………………

Cr: wtop, washingtonpost