สารพัดปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ-แบงก์ชาติลดดอกเบี้ยเหลือ1%ถูกแล้วช่วยพยุงได้

0

คุณประวิทย์ เรืองศิริกูลชัย ผู้อบรมหลักสูตรIgnite Thai Move ผู้นำใหม่ ทิศทางใหม่ นำไทยสู่ศตวรรษที่21รุ่น3ได้แสดงความคิดเห็น ผ่าน “สถาบันทิศทางไทย”   เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ระบุว่า…สารพัดปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ อาจแบ่งได้เป็น 3 เรื่องใหญ่ๆ

 

1.ไวรัสอู่ฮั่นจะลดนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนได้ถึง 2-3 ล้านคน เป็นเงินราว 1.5 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังมีผลกระทบลดการส่งออกไปประเทศจีน 5 หมื่นล้าน รวมและผลกระทบเรื่องนี้อาจสูงถึง 2 แสนล้านบาท

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

แม้ว่าตัวเลขการติดเชื้อจะเริ่มชะลอตัวลงจากวันละ 4,000 เหลือราววันละ 3,000 คน ซึ่งเป็นผลดีที่ดูเหมือนกันควบคุมโรคจะได้ผล  แต่ตัวเลขที่ประกาศอย่างเป็นทางการของอัตราการตายที่ 2%นั้น ความจริงแล้วไม่ถูกต้องควรจะคิดอัตราการตายจากบุคคลที่ตายหารด้วยจำนวนคนที่ถูกรักษาสำเร็จทั้งตายและหายจากโรค หากเป็นเช่นนี้แล้วตัวเลขจะสูงถึง 26%  แม้จะลดลงจากตัวเลขกว่า 50% ในช่วงแรกก็ตาม  ซึ่งนั่นหมายถึงความรุนแรงของโรคที่หนักหนามากมายกว่าที่คาดคิดไว้แต่แรก

2.ภาวะภัยแล้งซึ่งมีผลต่อการผลิตทางการเกษตรอาจจะมีผลกระทบต่อเชิงเศรษฐกิจได้ 5-6 หมื่นล้านบาท

3.งบประมาณที่ล่าช้าซึ่งจะกระทบงบลงทุนราว 5 แสนล้านบาท  ความล่าช้านี้อาจกระทบจีดีพีได้ถึง 1 แสนล้านบาท

รวมแล้ว 3 เรื่องจึงเป็นปัจจัยที่หนักหนาสาหัสเลยทีเดียวซึ่งอาจจะกดการคาดการณ์ของ GDP ประเทศไทยในปี 2563 นี้จาก 2.8% เหลือต่ำกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ได้เลย

คราวนี้มาดูวิธีรับมือกันบ้าง

1.นโยบายการเงิน  เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วที่ธนาคารแห่งประเทศไทยลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25 เปอร์เซ็นต์เหลือ 1% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์  มีแนวโน้มว่าอัตราดอกเบี้ยที่สามารถลดลงได้อีก ก็จะเป็นการช่วยพยุงเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง

2.นโยบายการคลัง แม้จะมีความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณด้านการลงทุนรัฐบาลควรจะเพ่งเล็งไปในการพยายามอัดฉีดเพิ่มกำลังซื้อเพื่อฟื้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างเร่งด่วน

3.นโยบายด้านการท่องเที่ยว ตลาดหุ้นเอเชียใต้รวมถึงอาเซียนมีขนาดประชากรถึง 2 พันล้านคน  ททท.ทำงานหนักขึ้น ก็อาจดูประชากรในกลุ่มนี้ด้วยถึง 0.2 เปอร์เซ็นต์หรือ 4 ล้านคนมาเที่ยวประเทศไทยได้  และหากพวกเขาชื่นชอบประเทศไทยในอนาคตอาจจะมีประชากรถึง 1% หรือราว 20 ล้านคนมาเที่ยวไทย  ซึ่งนับว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพเทียบเคียงกับตลาดจีนได้เลย

4.นโยบายไท้เก๊ก ซึ่งเป็นการยืมพลังจากแหล่งอื่นที่ไม่ต้องใช้เงินงบประมาณของรัฐบาลเลยแม้แต่บาทเดียวก็สามารถเร่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว  ตามผมเคยอธิบายไว้แล้วในเรื่องของ” ยุทธศาสตร์777″ ซึ่งเป็น 7 นโยบายที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตได้ 7 เปอร์เซ็นต์โดยเห็นผลภายใน 7 เดือน โดยไม่ต้องใช้เงินงบประมาณเลยแม้แต่บาทเดียว แต่เป็นการยืมพลังจากแหล่งอื่นแทน

ด้วยนโยบายทั้ง 3 ด้านนี้ก็น่าจะสามารถผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 3 เปอร์เซ็นต์ หรือน่าจะสูงกว่านั้นได้  ไม่ใช่ถูกปรับลดลงเหลือเพียงต่ำกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ตามที่หลายสำนักคาดการณ์ครับ