แก๊งค้ายาข้ามชาติ ใช้วิธีฟอกเงินร้านทอง รวมอีก 4 ธุรกิจใหญ่บังหน้า เบื้องหลังเงินสะพัดอู้ฟู่

0

จากกรณีที่มีการบุกทลายร้านทองย่านวังบูรพา กทม. ที่บังหน้าฟอกเงินขายยาเสพติดมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเครือข่ายของแก๊งดาวเรือง เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ จนต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจจะขยายผลจับกุม พบว่ายังมีร้านทองเยาวราช 2-3 ร้านที่เข้าข่าย โดยขณะนี้สามารถจับได้ 300 คน จาก 400 คนแล้วนั้น

ล่าสุดมีรายงานความคืบหน้า เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ขยายผลจนพบอีกว่า นอกจากเครือข่ายค้ายาเสพติดดาวเรือง ฟอกเงินจากร้านทองแล้ว ยังมีการฟอกเงินผ่านธุรกิจซื้อขายน้ำมัน และธุรกิจอื่น ๆ อีก รวมเป็นมูลค่าในการฟอกเงินครั้งนี้เกือบ 2 แสนล้านบาท

(ภาพจาก สถานีโทรทัศน์สํานักงานตํารวจแห่งชาติ)

สำหรับขบวนการค้ายาเสพติดดาวเรือง เป็นขบวนการค้าทั้งยาไอซ์ และยาบ้า จากข้อมูลพบว่าทำมาซักระยะแล้ว ซึ่งกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดมีข้อมูลอยู่แล้ว และยังพบว่าผู้บงการของเครือข่ายนี้ยังมีความเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศ ซึ่งมีบางส่วนสั่งการมาจากในเรือนจำ ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการประสานกับอธิบดีกรมราชทัณฑ์มาตลอด

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

นอกจากนี้ตามหลักพฤติกรรมศาสตร์การฟอกเงินของขบวนการยาเสพติดประเทศเพื่อนบ้าน เดิมทีเมื่อได้เงินค่ายาเสพติดจากเอเยนต์ในประเทศไทยแล้ว กลุ่มค้ายาข้ามชาติจะใช้วิธีลำเลียงเงินสดผ่านช่องทางธรรมชาติ แต่เนื่องจากวิธีการนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ก่อน จึงเริ่มหันมาใช้วิธีการฟอกเงินแปรเปลี่ยนให้เป็นเงินถูกกฎหมาย ในลักษณะของการลงทุน

โดยวิธีการฟอกเงินของกลุ่มค้ายาข้ามชาติในลักษณะการลงทุนนั้น จะมีด้วยกันประมาณ 4 ประเภท คือ

1. ลงทุนทำธุรกิจซื้อขายทองคำกับร้านทอง

2. การลงทุนซื้อขายน้ำมันข้ามประเทศ

3. การลงทุนธุรกิจวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง

4. การลงทุนธุรกิจซื้อขายอุปกรณ์ทางการเกษตร

อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางด้านพันตำรวจเอก วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผู้กำกับการ กองกำกับการ 6 ได้มีการเรียกเจ้าหน้าประชุมหารือร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ ปปง. เพื่อวางแนวทางการขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินต่าง ๆ ของบริษัท บจก.ชมพู (บ้วนหลี) เพื่อหาความเชื่อมโยงไปยังผู้ร่วมกระทำผิดรายอื่น ๆ และตรวจสอบให้แน่ชัดว่า นอกเหนือจากเงินที่ได้รับจากขบวนการยาเสพติดมาฟอกเงินนั้นยังมีเงินผิดกำหมายจากธุรกิจสีเทาอย่างอื่นอีกด้วยหรือไม่

เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางตำรวจกองปราบปรามเข้าจับกุมคณะกรรมการบริหาร บริษัท ชมพู (บ้วนหลี) จำกัด ประกอบกิจการเกี่ยวกับจำหน่ายเครื่องทองรูปพรรณ ย่านวังบูรพา กทม. จำนวน 10 ราย ในความผิดฐานฟอกเงิน