“ไต้หวัน” ชื่นชมไทย ยกเป็นประเทศเสี่ยงโควิดต่ำ ให้นักธุรกิจเดินทางเข้าได้ พร้อมเงื่อนไขพิเศษ

0

จากการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ที่มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้สามารถที่จะเปิดร้านอาหาร ให้มีเล่นดนตรีสดในร้านได้ ตามที่ได้มีการนำเสนอไปแล้วนั้น

สำหรับยอดผู้ติดเชื้อเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดเผยว่าพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 1 ราย เป็นคนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ยอดผู้ป่วยสะสม 3,147 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 58 ศพ รักษาหายเพิ่มอีก 10 ราย

ด้วยสถานการณ์ในบ้านเราที่ดีขึ้น และมีความปลอดภัยจนได้ขึ้นชื่อว่า เป็นประเทศอันดับที่ 2 ของโลกที่ฟื้นตัวจากโควิดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้หลาย ๆ ประเทศมั่นใจที่จะเปิดใจไทยเข้าเยือนแต่ละเมืองได้ อย่างล่าสุดรัฐบาลไต้หวัน ได้เตรียมพิจารณาผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทางของชาวต่างชาติ ให้ชาวไทยและประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการติดโรคติดเชื้อโควิด-19 เดินทางเข้าไต้หวันได้เพื่อทำธุรกิจได้

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

นอกจากประเทศไทยแล้ว รัฐบาลไต้หวันระบุว่า ประเทศและเขตเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงต่ำประเทศอื่น ๆ มีฮ่องกง นิวซีแลนด์ และออสเตรเลียด้วย ส่วนนักธุรกิจที่เดินทางเข้าไต้หวันจะต้องกักตัวเพื่อเฝ้าระวังโรคเป็นเวลาเพียง 5 วันจากเดิม 14 วัน

สำหรับประเทศที่อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำถึงปานกลาง ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มาเลเซีย และสิงคโปร์ นักธุรกิจจากประเทศเหล่านี้ที่เดินทางเข้าไปไต้หวันจะต้องกักตัวเป็นเวลา 7 วัน

ขณะที่ทางด้านนายเฉิน สือ-จง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิภาพไต้หวัน เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวนี้เป็นการผ่อนคลายมาตรการการควบคุมโรค เพื่อให้การทำธุรกิจข้ามพรมแดนเริ่มขึ้นได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ และการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลในวันที่ 22 มิ.ย. นี้ แต่รัฐบาลไต้หวันจะจับตาสถานกาณณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อตัดสินใจต่อไปว่า จะผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ ลงเพิ่มเติมอีกหรือไม่

อย่างไรก็ตามการเดินทางเข้าไต้หวันจำเป็นต้องมีเอกสารที่ยืนยันว่า ผลการตรวจไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (SARS-CoV-2) ในร่างกายเป็นลบ หรือ ไม่พบเชื้อ ก่อนการเดินทางไม่เกิน 3 วัน และภายใน 2 สัปดาห์นั้นไม่ได้เดินทางไปประเทศอื่นมาเลย หากใครก็ตามที่จะเข้าไปทำธุรกิจในไต้หวันเป็นระยะเวลานานกว่า 3 เดือน จะต้องกักตัวนาน 14 วันเช่นเดิม

อ้างอิง : AFP NEWS