อนาคตใหม่=อนาคตประชาธิปไตย​?

0

อนาคตใหม่=อนาคตประชาธิปไตย​?
.
ดร.เวทิน​ ชาติกุล นักวิชาการสถาบันทิศทางไทย
.
(1) หลักการ​ “ประชาธิปไตยสมัยใหม่” โดยตัวมันเองไม่ผิด​ในแง่ที่มันเป็นวิธีทางการเมืองแบบหนึ่งของการได้มาซึ่งรัฐ​ ง่ายๆก็คือ​ รัฐจะได้มาโดยใช้วิธีใด​ (เช่น​ เลือกตั้ง)
.
(2) โดยตัวเองประชาธิปไตยไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับพื้นฐานหรือรากฐานวัฒนธรรมเดิมของตะวันออก​ (คือ​ “ปรับ-ปรุง” เข้าหากันได้)​ (เช่น​ พระมหากษัตริย์สามารถอนุญาตให้มีการเลือกตัวแทนได้​ หรือ​ประชาชนสามารถเลือกว่าจะกลับไปใช้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชที่ให้เสรีภาพกับตนในระดับหนึ่งได้)​
.
(3) แต่สิ่งที่พ่วงมาด้วยกับ​ “ประชาธิปไตยสมัยใหม่” ​คือ​ “ความคิดเสรีนิยม” หรือ​ ความคิดเสรีแบบฝรั่ง​ตะวันตก หลักการของความคิดนี้คือการบอกว่า​ รัฐควรมีอำนาจแค่ไหน?
.
(4) คำตอบสุดโต่งก็คือ​ รัฐไม่ควรมีอำนาจเหนือปัจเจกบุคคล​ หรือรัฐควรมีอำนาจน้อยที่สุดเท่าที่จะทำงานไปได้
.
(5) หรือในทางกลับกันปัจเจกควรทีอำนาจมากที่สุดตราบเท่าที่ไม่เกิดอันตรายต่อผู้อื่นและสังคม
.
(6) ความคิดแบบนี้ตรงข้ามกับธรรมเนียมและ​ “กรอบชีวิต” ของสังคมตะวันออกหรือสังคมไทยแน่นอน(ไม่ได้บอกว่าอย่างไหนถูกหรือผิด​ แต่ขัดแย้งกันแน่ๆ)​ เพราะสังคมตะวันออกเป็นสังคมที่มีลำดับชั้นและพึ่งพากันโดยระบอบอุปถัมภ์​ ไม่ได้เน้นความสำคัญของ​ “ปัจเจก” ในฐานะ​ “บุคคล”
.
(7) นี่คิดความคิดจริงๆที่อยู่เบื้องหลัง​ ธนาธร​ ปิยบุตร​ อนาคตใหม่​ และนักวิชาการสายปฏิกษัตริย์นิยม​ แต่ไม่พูดถึง​ตรง​ หากใช้วาทกรรมประชาธิปไตยมาเอ่ยอ้างแทน
.
(8) จะว่าไป​ ทั้งประชาธิปไตยและเสรีนิยม​ โดยหลักการก็สวยหรู​ แต่สังคมฝรั่งตะวันตกเองก็ยังทำตามที่ตัวเองอยากให้เป็นไม่ได้​ เช่น​ อังกฤษ​ ฝรั่งเศส อเมริกา อ้างประชาธิปไตยมาเพื่อคุกคาม​ ล่าอาณานิคม​ หรือสร้างอิทธิพลเหนือการเมืองโลก​ หรือ​ สังคมเสรีนิยมตะวันตก​ (+ทุนนิยม)​ ก็กำลังเจอวิกฤติในตัวเอง (ความเหลื่อมล้ำ​ ความเหยียด)​ จนแทบอยู่บนปากเหว
.
(9) ธนาธร​ ปิยบุตร​ และพรรคอนาคตใหม่ ไม่ผิดที่จะคิดแบบประชาธิปไตย​และเสรีนิยม​ แต่ถ้าผิดก็ผิดตรงที่​สิ่งที่ทำอยู่นั้นไม่ได้สนับสนุนให้เกิดประชาธิปไตยหรือเสรีนิยมที่แท้จริง​แต่อย่างใดเลย​ นั่นคือ
.
(9.1) 1.​ นำเอาการต่อต้านสถาบันฯมาใช้สร้างคะแนนนิยมทางการเมืองให้ตัวเอง​ (คือสร้างฐานมวลชนเพื่อมีอำนาจต่อรองกับสถาบันฯ​ โดยอ้างความเป็นธรรม​ ความเท่าเทียม) ซึ่ง​จริงๆแล้ว
.
(9.1.1) การดำรงอยู่ของสถาบันฯไม่ได้ขัดแย้งกับหลักการประชาธิปไตย​ (ตามข้อ​ 2) และ
.
(9.1.2) ความขัดแย้งระหว่าง​ เสรีนิยม​(ใหม่)​ กับ​ จารีตนิยม​(เก่า)​ ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือหาเสียง​ (วาทกรรมเผด็จการ, วาทกรรมกะลาแลนด์, วาทกรรมประเทศกูมี)​ จะทำให้เกิดความขัดแย้งและการปะทะอย่างรุนแรงในสังคมไทย​ (อันตรายยิ่งกว่าสมัยสงครามเย็น​ที่แบ่ง​ “ซ้าย-ขวา”)​ และอาจเป็นอันตรายถึงรากฐานเดิมในสังคมที่ดี​
.
(9.2) 2.​ มีพฤติกรรม​ “ต่อต้านเสรีนิยม” ภายในพรรค​ (เช่น​ ขับไล่​ 4​ ส.ส.​ หรือ​ แทรกแซงไพมารี่โหวต) ตัวเองก็ไม่ได้ทำตามหลักที่ตัวเองอ้าง
.
(9.3) 3.​ ที่สำคัญที่สุดคือ​ ในกระบวนการสร้างประชาธิปไตยของพรรค(บนโลกออนไลน์)​ไม่ได้ทำให้เกิดการศึกษา​ เรียนรู้​ และสร้าง​ “ปัจเจก” ที่มีคุณภาพ​ของระบบเสรีประชาธิปไตยขึ้น​ได้เลย​ มีแต่การชักจูง​ ครอบงำ​ ให้เกิดพวกที่เหยียดฝ่ายตรงข้าม(อนุรักษ์)​ คนที่เกลียดชังจารีตเดิม​ แบ่งเขาแบ่งเรา​ แบ่งมึงแบ่งกู​ (ตัวอย่างเช่น​ ศ.โกวิท, จอนห์​ วิญญู, สฤณี, ยุทธเลิศ​ ฯลฯ)​ (แบบเดียวกับฝ่ายที่ตรงกำลังกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการ)
.
(10) การใช้มวลชนเป็นเครื่องมือเพื่อบรรลุเป้าหมายเพื่อ​ เอาชนะทางการเมือง​ (คือสร้างฐานมวลชนเพื่อมีอำนาจต่อรองกับสถาบันฯ)​ โดยปราศจากการเคารพเสรีภาพ​ ความเสมอภาพ​ ภราดรภาพ​ แท้จริง​ (หรือพยายามจะทำให้บังเกิด)​ตามที่กล่าวอ้าง​ ยังนึกไม่ออกว่าจะทำให้ประชาธิปไตยของประเทศไทยมึอนาคตขึ้นได้อย่างไร