ชาวแพร่ควรแจ้งความ “บัณรส บัวคลี่” ชี้รื้อบอมเบย์ฯ มีความผิด สำเร็จตาม พรบ.พรบ.โบราณสถาน -ดร.สุวินัยหนุนด้วย

0

จากที่มีการรื้อถอนอาคารไม้เก่าแก่อายุกว่า 131 ปีบริษัททำไม้ภาคเหนือและภูมิภาคบอมเบย์เบอร์มาสวนรุกขชาติเชตะวันสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ในแพร่ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่ขณะนี้

 นายบัณรส บัวคลี่ ผู้ประสานงานสภาลมหายใจเชียงใหม่ -สื่อมวลชนอาวุโส   แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวระบุว่า..ผมคิดว่าชาวแพร่ควรแจ้งความ ให้ตรวจสอบเอาผิดนะ เมื่อวานรัฐมนตรีออกมาให้ข่าวกับสื่อ รีบเข้าข้างลูกน้องเต็มๆ แทนที่จะตรวจสอบอะไรให้ชัดก่อน ในเมื่อพึ่งพากลไกกระทรวงไม่ได้ ก็ต้องพึ่งพากลไกอื่น

1/ เจตนารื้อทิ้ง ไม่ได้คิดจะประกอบใหม่ตามหลักอนุรักษ์ หรือไม่ ?

หลักฐาน คือ TOR ขอบเขตงาน การตั้งงบประมาณแค่ 4.5 ล้าน นอกจากนั้นพฤติกรรม ระหว่างการรื้อ ก็ไม่แสดงเจตนาให้เห็น ไม้เก่า องค์ประกอบที่สำคัญของอาคาร เช่นลายฉลุ ลายขนมปังขิง ของมีค่าทางสถาปัตยกรรม ก็รื้อทิ้ง ไม่เก็บจริง ไม่มีขั้นตอนการสำรวจอะไร – ใช่ไหม นี่สามารถเรียกเอกสารราชการดูได้ มีแปลนประกอบบูรณะใหม่ หรือที่เรียกว่า ผาติกรรมไหม

บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า
บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า

2/ หากมีเจตนารื้อทิ้งสร้างใหม่ อาจขัด พรบ.ราชพัสดุ และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา และการใช้ที่ราชพัสดุ 2546

อาคารเป็นราชพัสดุ การจะรื้อมีขั้นตอนแจ้งยังธนารักษ์พื้นที่ แม้แต่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใดๆ นี่เป็นการรื้อ สร้างใหม่ แต่เลี่ยงบาลีเป็น ซ่อมแซมหรือเปล่า? เพราะการขอสร้างอาคารใหม่ มันยุ่งยาก

3/ มีความผิดlสำเร็จตาม พรบ.พรบ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ 2535 แล้ว

สถานะของ โบราณสถาน /โบราณวัตถุ ไม่จำเป็นต้องขึ้นทะเบียน แค่ความผิดแตกต่างกัน กรณีขึ้นทะเบียนแล้วก็ผิดเยอะหน่อย

ความผิดต่อ โบราณสถานที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน จำคุก 7 ปี ปรับ 700,000 บาท — ไม่น้อยนะครับ

พรบ.ตัวนี้ นิยาม “โบราณสถาน” เอาไว้ ตามบทแก้ไขปี 2535 ถ้า อาคารดังกล่าว มี “ประวัติ” เป็นประโยชน์ในทางประวัติศาสตร์โบราณคดีของชาติบ้านเมือง ก็เข้าข่าย ลักษณะการก่อสร้าง รูปแบบสถาปัตยกรรม ก็เข้าข่าย ..อายุก็เข้าข่าย อย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าข่ายได้หมด

อาคารหลังนี้มีประวัติ เรื่องราว สะท้อนประวัติศาสตร์ชาติโดยเฉพาะกิจการทำไม้ที่มีฝรั่งเข้ามา ในยุค ร.5 ไหมล่ะ ? ถามหน่อยครับ

เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานและให้เกิดการตรวจสอบโดยกฎหมาย และหากมีการแถลงข่าวใด ๆ สังคมอย่าปล่อยให้พูดลอยๆ ต้องทวงถามเอกสารราชการ และที่สำคัญการดำเนินการใดๆ จากนี้ ควรมีหน่วยงานอื่น กับ มีตัวแทนประชาชนเข้าร่วมเท่านั้น เรื่องนี้ต้องให้เกิดความกระจ่าง

หลังจาก นายบัณรส บัวคลี่ ได้ถูกเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก อาทิ ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย  ได้กล่าวว่า “เห็นด้วยครับ”

ผมคิดว่าชาวแพร่ควรแจ้งความ ให้ตรวจสอบเอาผิดนะ เมื่อวานรัฐมนตรีออกมาให้ข่าวกับสื่อ รีบเข้าข้างลูกน้องเต็มๆ…

Posted by Bunnaroth Buaklee on Wednesday, June 17, 2020