ส่องภาพ “ถนนข้าวสาร” โฉมใหม่ สวยหรูทันสมัยกว่าเดิม เปิดเต็มรูปแบบส.ค.นี้ งบ 48 ล้านคุ้มค่าฟื้นเศรษฐกิจ

0

“ถนนข้าวสาร” ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งสังสรรค์บรรยากาศดี ที่มีชื่อเสียงในเมืองกรุง เป็นสถานที่ติดลิสต์อันดับต้น ๆ ที่ต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลกอยากมาเยือนสักครั้ง ยิ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเล่นน้ำเป็นจำนวนมาก แต่ในช่วง 2- 3 ปีที่ผ่านมา ก็มีการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ การตั้งแผงหาบเร่ การจัดระเบียบใหม่ต่าง ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนในปี 2562 มีการตั้งโครงการปรับปรุงถนนข้าวสาร ให้มีความทันสมัยมากขึ้น ด้วยงบประมาณ 48 ล้านบาท

ล่าสุดทางด้านนายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าโครงการงานปรับปรุงพื้นที่ย่านถนนข้าวสาร และได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันโครงการงานปรับปรุงพื้นที่ย่านถนนข้าวสารทางด้านกายภาพแล้วเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่อาจจะมีความไม่เรียบร้อยในบางจุด อาทิ กระเบื้องในบางจุดมีรอยแตกร้าว การรื้อย้ายตู้สื่อสารที่ไม่ได้ใช้งานยังไม่แล้วเสร็จ จึงมอบหมายสำนักงานเขตพระนคร และผู้รับจ้าง ตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมเร่งดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จ รวมทั้งปัญหาการลักลอบนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาจอดในพื้นที่ ทำให้เกิดความเสียหายต่อพื้นผิวและเสากั้น

นอกจากนี้ ได้มอบหมายสำนักการจราจรและขนส่ง ติดตั้งเสากั้นเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการนำรถเข้ามาจอด รวมทั้งติดตั้งป้ายสัญญาณจราจร อาทิ ป้ายห้ามจอด ป้ายจำกัดความเร็ว เป็นต้น โดยประสานความร่วมมือกับสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม นอกจากนี้ ได้มอบหมายสำนักงานเขตพระนคร ประสานสำนักการระบายน้ำดำเนินการลอกท่อระบายน้ำบริเวณโดยรอบ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ด้วย สำหรับเรื่องของผู้ค้า เนื่องจากรัฐบาลยังไม่ได้เปิดให้สายการบินต่างประเทศเข้ามา ประกอบกับถนนข้าวสารนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ช่วงนี้ถนนข้าวสารจึงค่อนข้างเงียบ ยังไม่มีผู้ค้าจำหน่ายสินค้า กระบวนการอยู่ระหว่างคัดสรรผู้ค้า โดยมอบหมายสำนักงานเขตพระนครเป็นผู้ดำเนินการ ทั้งนี้โดยภาพรวมแล้วคาดว่าจะเปิดถนนข้าวสารให้ทำการค้าได้ในช่วงประมาณเดือน ส.ค. 2563

ส่วนการปรับปรุงถนนไกรสีห์ ขณะนี้ได้งบประมาณแล้ว อยู่ระหว่างการออกแบบและหาตัวผู้รับจ้าง ส่วนในระยะต่อไปก็จะปรับปรุงถนนรามบุตรีและถนนตานี เพื่อให้ถนนในโซนบางลำภู ทั้ง 4 เส้นทางที่ขนานกันมีความสวยงามและมีรูปแบบที่เป็นไปในทางเดียวกัน โดยในบางเส้นทางที่ไม่ได้เป็นถนนสำหรับทำการค้าก็จะเพิ่มต้นไม้ให้มากขึ้น เพื่อให้เป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญคือต้องการให้โซนนี้ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศที่นักท่องเที่ยวสนใจ มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงามมากขึ้นกว่าเดิม

อย่างไรก็ตามเมื่อปี 2562 การดำเนินการดังกล่าวจะใช้งบประมาณ 48 ล้านบาท โดยคาดว่าจะจัดหาผู้รับจ้าง และจัดซื้อจัดจ้างตามระบบอี-บิดดิง และลงนามสัญญาจ้างได้ภายใน ต.ค.นี้ โดยจะใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 4-5 เดือน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน ก.พ. 2563 ซึ่งก็เป็นไปตามที่กำหนด หลังจากนี้ต้องรอให้สถานการณ์โควิด-19 ในต่างประเทศมีแนวโน้มดีขึ้นเสียก่อน เชื่อว่าในช่วงเดือนส.ค. 63 ไปจนถึงปลายปี การท่องเที่ยวในเมืองกรุงจะกลับมาคึกคัก และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากันอย่างล้นหลาม

เนื่องจากตัวเลข 5 อันดับ ประเทศที่ติดเชื้อสะสมสูงสุด ได้แก่

1. สหรัฐอเมริกา 2,163,290 ราย
2. บราซิล 955,377 ราย
3. รัสเซีย 552,549 ราย
4. อินเดีย 366,946 ราย
5. สหราชอาณาจักร 300,717 ราย

ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ในแถบยุโรปเริ่มมีสถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ หากมีการเปิดน่านฟ้า และสายการบินอีกครั้ง ไทยน่าจะเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางมาเยือน ด้วยความปลอดภัยและมาตรการที่เข้มงวด จนทำให้บ้านเราได้รับคำชื่นชมจากนานาประเทศ และยังมีตัวเลขอันดับที่ 2 ที่ฟื้นฟูวิกฤตโควิดได้รวดเร็ว การันตีอีกด้วย

 

ขอบคุณภาพจาก ทวิตเตอร์ @Pacharapapon