เฟซบุ๊กจริงใจแค่ไหนช่วยไทยกำจัดเฟคนิวส์ ผ่านมาปล่อยโพสต์หมิ่นสถาบันเกลื่อน???

0
398

(1) 4 ก.พ.63 ทำท่าดีอกดีใจยิ่งสำหรับพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์  แห่งดีอีเอส ว่าตอนนี้ที่ขึ้นบัญชีปลอมมีประมาณ 140  แอคเคาท์ แต่การติดตามจะเจอตัวหรือไม่เจอตัวนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

(2) พุทธิพงษ์ ยังบอกว่าเฟซบุ๊กจะยกเลิกแอคเคาท์ให้  ซึ่งไม่เคยทำกับใคร แต่ตนได้เดินทางไปอเมริกา พูดคุยกับเฟซบุ๊กทำให้เฟซบุ๊กเข้าใจประเทศไทยมากขึ้น

(3) คำพูดของพุทธิพงษ์ ถูกต้องแม่นยำตรงข้อเท็จจริงแค่ไหน จะต้องย้อนไปดูเพราะเรื่องระหว่างรัฐบาลไทยกับการขอให้เฟซบุ๊กจัดการกับบรรดาเพจ ข้อความมีมาหลายปีแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องหมิ่นสถาบัน

(4) 16 พ.ค.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดถึงครบกำหนดขอความร่วมมือเฟซบุ๊กปิดกั้น และลบเพจที่มีเนื้อหาที่มีความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาตรา 116 ว่า

(5) “คงไปบังคับเฟซบุ๊กไม่ได้ ที่ผ่านมาได้ขอความร่วมมือไปโดยตลอด แต่เพิ่งให้ความร่วมมือในช่วงนี้ที่มีการปิดเว็บไซต์ผิดกฎหมายกว่า 6900 URL เหลือ 131 URL” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

(6) 20 พ.ย.61 เฟซบุ๊กเผยแพร่ รายงานความโปร่งใส พบในรอบสามปีที่ผ่านมา ทำตามคำขอรัฐบาลไทยในการจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ 700 ชิ้น ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นลำดับตั้งแต่ปี 2559

(7) ในกรณีของไทย เฟซบุ๊กอ้างว่าม.ค. ถึง มิ.ย. ของปีนี้ ได้จำกัดการเข้าถึงเนื้อหาที่ผิดกฎหมายไทย 285 ชิ้น ซึ่งรวมทั้งเพจและโพสต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยมีถึง 283 ชิ้น ซึ่งเป็นไปตามคำขอของกระทรวงดิจิทัลฯ

(8) หากดูสถิติที่เฟซบุ๊กเผยแพร่ตั้งแต่ปี 2556 พบว่าเฟซบุ๊กได้ทำตามคำขอรัฐบาลไทยในการกำจัดการเข้าถึงเนื้อหาที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพทั้งหมด 735 ชิ้น

(9) 22 ต.ค. 59 พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นคุยผู้บริหารระดับสูงของกูเกิล ซึ่งดูแลเว็บไซด์ยูทิวบ์แก้ปัญหาเว็บไซต์หมิ่นสถาบันฯ ก่อนได้ข้อสรุปให้ตั้ง “ทีมเฉพาะกิจ” ที่ประเทศสหรัฐฯ ตั้งแต่ 22 ต.ค.2559 เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

(10) 27 ต.ค.59 พล.อ.อ.ประจิน เชิญผู้บริหารระดับสูงของไลน์และเฟซบุ๊กเข้าพบ ป้องกันและปราบปรามโพสต์หมิ่นสถาบันฯ

(11) 2 พ.ย.2559 พล.อ.อ.ประจิน ประสานเฟซบุ๊กขอให้ปิดเพจที่มีเนื้อหาหมิ่นสถาบันฯ โดยพบในเดือน ต.ค. 2559 มีข้อความเข้าข่ายไม่เหมาะสม 1,300 ยูอาร์แอล (1-12 ต.ค.2559 จำนวน 100 ยูอาร์แอล และ 13-31 ต.ค.2559 จำนวน 1,200 ยูอาร์แอล) ใช้อำนาจ คสช. ปิดแล้ว 200 ยูอาร์แอล และใช้อำนาจศาลปิด 700 ยูอาร์แอล

(12) 12 เม.ย.60 กระทรวงดีอี ออกประกาศกระทรวงเรื่องการงดเว้นการติดต่อกับ 3 บุคคลบนสื่ออินเทอร์เน็ตมี สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล, ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ และแอนดริว แม็กเกรเกอร์ มาร์แชล

(13) 11 พ.ค.60 ศูนย์ไซเบอร์กองทัพบกเผย ตั้งแต่เดือน ต.ค.2559 ถึงปัจจุบัน พบเว็บไซต์เข้าข่ายหมิ่นสถาบันฯ 820 รายการ แบ่งเป็น เฟซบุ๊ก 365 รายการ ยูทิวบ์ 450 รายการ และทวิตเตอร์ 5 รายการ

(14) นั่นคือข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งจะบอกว่า มีการจัดการโดยรัฐบาลบิ๊กตู่มาโดยตลอด และจะเห็นว่าเฟซบุ๊กให้ความร่วมมมือมากน้อยแค่ไหน???

(15) 19 ม.ค.63 พุทธิพงษ์ ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัว ระบุว่า…ไปอเมริกาคราวนี้ได้พูดคุยกับเฟซบุ๊ก จนตกลงตั้งคณะทำงานระหว่าง #facebook และกระทรวงดิจิทัลฯ จัดการเนื้อหาเท็จ ข่าวปลอม ให้รวดเร็ว

(15.1) “ที่ผ่านมาแจ้งไปหลายหมื่นเรื่องก็เงียบ เราทำอะไรไม่ได้เพราะเป็น platform เอกชน ต้องให้ทางเฟซบุ๊กดำเนินการ จากนี้คงแก้ปัญหาได้เร็วขึ้นตามที่ได้หารือกัน”

(16) คำถามก็คือทุกวันนี้เฟซบุ๊กดำเนินการตามคำขอของรัฐบาลไทยด้วยความจริงใจมากน้อยแค่ไหน??? เพราะบางครั้งก็เห็นว่า มีการเลือกปฏิบัติหรือไม่???

(17) กรณีของ​เฟซบุ๊ก โทนี่​ คาตาลัคชี่​ ถูกลบโดยอ้างว่าเป็นเว็บข่าวปลอม​ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุเพราะมีการเปิดเผยข้อมูลด้านลบของอเมริกา

(18) ทั้งยังมีข้อสงสัยเฟซบุ๊ก ได้ใช้เอ็นจีโอบางกลุ่ม​ส่งข้อมูล​ โดยเฉพาะข้อมูลฝ่ายหนุนคสช.​ว่าเป็นข่าวปลอมหรือไม่??? ซึ่งพฤติกรรมนี้ถูกตั้งข้อสังเกตุ หน้าอย่าง​ หลังอย่างหรือไม่ด้วย!?!

(19) 25 ก.ค.62 เฟซบุ๊กกล่าวว่ามีกลุ่มคนเปิดบัญชีปลอม เนื้อหาบางส่วนเผยแพร่สร้างความแตกแยกเกี่ยวกับการเมืองไทย ความสัมพันธ์อเมริกา-จีน การประท้วงที่ฮ่องกง และวิพากษ์วิจารณ์นักเคลื่อนไหวด้านประชาธิปไตยในประเทศไทย

(20) หนึ่งในเพจที่หายไปก็คือเพจของ โทนี คาตาลัคซี่ ที่สื่อไทยมักอ้างอิงในฐานะ “นักวิชาการอิสระ” เป็นนักวิเคราะห์อิสระชาวอเมริกันที่เชี่ยวชาญด้านภูมิรัฐศาสตร์

(21) 8 มิ.ย.57 โทนี คาตาลัคซี โพสต์เฟซบุ๊คแฉ สาวตรี สุขศรี ,กลุ่ม”ขบวนการนิติราษฏร์ ” และ ”ประชาไท” รับกองทุนสนับสนุนจากสหรัฐ

(22) 7 เม.ย.61 โทนี่ คาตาลัคชี่ เผยแพร่ความเห็นต่อพรรคอนาคตใหม่ผ่านเฟซบุ๊ค ‘Anthony Cartalucci‘ โดยระบุว่า “ประเทศไทย: พรรคอนาคตใหม่ อ้างว่าพรรคฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

(22.1) แต่ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคฯ นายปิยบุตร แสงกนกกุล แท้จริงแล้วเป็นล็อบบี้ยิสต์ (นักวิ่งเต้นทางการเมือง) ให้กับนายทักษิณ โดยที่ผู้ร่วมก่อตั้งอีกหลายรายเป็น ผู้ปลุกปั่นที่มีประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นนายทุนอยู่เบื้องหลัง”

(22) นั่นคือสิ่งที่ปรากฏออกมาและได้รับผลกระทบจากมาตรการของเฟซบุ๊ก แม้ที่ผ่านมาจะทำตามคำขอของทางการไทยอยู่บ้าง แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าเป็นไปด้วยความจริงใจ??? และไม่เอนเอียงเลือกเฉพาะคน-เฉพาะกลุ่ม???

 

#ปอกเปลือก#ปอกให้เห็นความจริง