ถอดรหัสไตรรงค์!!! ปฏิรูปปชป.ไม่ต้องรอให้ใครตาย ส.ส.กาลกิณีต้องปรับตัว???

0

(1) เย็นของวันที่ 14 ม.ค.2563 กลุ่มส.ส.และอดีตส.ส. รวมถึงกลุ่มคนใกล้ชิดอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้ร่วมจัดงานเลี้ยงปีใหม่ให้อภิสิทธิ์

(2) งานเลี้ยงมีการแจ้งให้ส.ส.ทราบหลังการประชุมพรรค และไม่ปรากฏว่ามีส.ส.ที่ใกล้ชิดจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคมาร่วมงานแต่อย่างใด

(3) ในงานนายกรณ์ ได้คุยส่วนตัวกับส.ส.ที่มาร่วมงานถึงการตัดสินใจลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พร้อมหลั่งน้ำตา

(4) รายงานข่าวแจ้งที่มาของงานเลี้ยง โดยอันวาร์ สาและ ส.ส. ปัตตานี หนึ่งในกลุ่มส.ส.ใกล้ชิดนายอภิสิทธิ์ เป็นผู้เชิญ

(5) การลาออกของกรณ์ ตามมาด้วยการลาออกของอรรถวิชช์ที่จะไปร่วมกันตั้งพรรคใหม่ และตามมาด้วยการทยอยลาออกของอดีตผู้สมัครส.ส.อีกเรื่อยๆ

(6) ข้อดีของพรรคเก่าแก่แห่งนี้คือ ไม่มีความเป็นเจ้าของพรรค แต่ความเป็นจริงที่ยากจะปฏิเสธก็คือ มีกลุ่มคนที่ยึดพรรคด้วยบารมีที่อยู่มายาวนาน

(7) ชวน หลีกภัย , บัญญัติ บรรทัดฐาน คือสองคนเก่า-คนแก่ที่คล้ายว่าเป็นเงาทาบทับพรรคแห่งนี้ ด้วยบารมีทางการเมือง

(8) การเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ครั้งล่าสุดก็ด้วยพลังบารมีของนายหัวชวนและนายหัวบัญญัติ ช่วยให้จุรินทร์ ขึ้นนั่งหัวหน้าพรรคสำเร็จ โดยมีจำนวนส.ส.ในกลุ่มของทั้งสองช่วยลงคะแนนโหวตให้!?!

(9) ดังนั้น จุรินทร์ ก็คือตัวแทนของสองผู้มีบารมีของพรรค อันหมายรวมถึงการเป็นตัวแทนของการเมืองแบบเก่า

(10) ขณะมีรายงานว่า จุรินทร์ นัดเลี้ยงข้าวอดีตส.ส.และผู้สอบตกวันที่ 28 มกราคม ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่า จะเป็นการสกัดกั้นไม่ให้เลือดไหลออกไปมากกว่านี้??? ท่ามกลางการเดินเกมของกลุ่มอภิสิทธิ์กับการคัมแบคประชาธิปัตย์!?!

(11) กระแสการพลิกขั้วจับมือของพลังประชารัฐกับเพื่อไทย และปัญหาการบริหารงานของประชาธิปัตย์ ถูกจับมาเป็นประเด็นถึงการเดินเกมปูทางการกลับพรรคของอภิสิทธิ์ซึ่งนับวันมีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ??? โดยให้จับตางานเลี้ยงส.ส.ที่จัดโดยจุรินทร์

(12) 28 ม.ค. 63 พรรคประชาธิปัตย์จัดงาน “รวมกันเป็นเกลียว เหนียวแน่นเป็นประชาธิปัตย์” มีแกนนำ และอดีต ส.ส.ส่วนหนึ่งที่มาร่วมงาน อาทิ ชวน หลีกภัย , จุรินทร์ , เฉลิมชัย ศรีอ่อน อภิสิทธิ์ รวมทั้งไตรรงค์ สุวรรณคีรี

(13) เฉลิมชัย พูดถึงวันนี้ที่อดีต ส.ส.อีสานมาร่วมงานเพียงคนเดียว คือ ศุภชัย ศรีหล้า ว่าตนไม่สามารถยืนยันได้หลังจากนี้จะมีสมาชิกลาออกอีกหรือไม่

(14) แต่ไฮไลต์สำคัญของงานกลับอยู่ที่การพูดบนเวทีของดร.ไตรรงค์ ที่มีทั้งอภิสิทธิ์ ชวน และจุรินทร์ นั่งฟังอยู่ด้วย

(15) ไตรรงค์ พูดตรงตามสไตล์แต่ตีแสกหน้าทั้งในพรรคและในสภาว่า เพราะนำของฝรั่งมาใช้ แต่ประชาธิปัตย์มีจิตวิญญาณแค่ไหน ในสหรัฐ อังกฤษ เลือกหัวหน้าพรรคไม่ขัดแย้งกัน

(16) “คนเหลืออยู่ต้องปรับปรุงอย่าอ้างอยู่มา 70 ปีต้องรักษาประเพณี เพราะหากอ้างถึง 70 ปีก็ไปไม่รอด ต้องเปลี่ยนแปลงไม่เช่นนั้นก็ไม่เจริญ ไปไม่รอด”

(17) พร้อมยกตัวอย่าง เติ้ง เสี่ยวผิง จะเปลี่ยนแปลงอะไรต้องรอจนตาย จึงเอาแนวความคิดมาใช้ได้ แต่ประชาธิปัตย์ไม่ต้องรอให้ใครตาย ต้องปฏิรูปสังคายนาพรรค

(18) กระนั้นดร.ไตรรงค์ ยังพูดถึงจุรินทร์ ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคค่อนข้างดี แต่ไม่พอสำหรับอนาคต ต้องแบ่งอำนาจหน้าที่ ไม่รวมศูนย์ ต้องกระจายอำนาจ ไม่งั้นไปไม่รอด???

(19) พรรคการเมืองมีมากขึ้น คนเก่งมากขึ้น มาลงการเมืองมากขึ้น คนชั่วก็มาลงการเมืองมากเช่นกัน ส.สจำนวนมากในรัฐสภาถูกประชาชนประณามเป็นกาลกิณีประเทศถ่วงความเจริญ

(20) “พวกกาลกิณี ต้องปรับตัวอะไรควรพูดไม่ควรพูด บางคนพูดแล้วทำประเทศเสียหาย อย่างเรื่องไวรัสโคโรนาก็พูดไม่รักษาหน้า รักษาตาของประเทศเอาเรื่องโรคมาเล่นการเมือง

(21) ผมไม่ได้รัก พล.อ.ประยุทธ์ แต่เขามาอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และที่พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่เราทำนี้ถูกต้องแล้ว”

(22) คำพูดของดร.ไตรรงค์ อาจเจ็บแสบไปถึงส.ส.ในสภา แต่ประโยคหลังนี้ตีแสกหน้าแกนนำพรรคประชาธิปัตย์บางคนที่นั่งฟังอยู่ด้วยหรือไม่???

(23) ทั้งฟังที่เฉลิมชัย พูดอยู่กับหัวหน้าพรรคคนไหนไม่เคยขัดใจ อยู่กับอภิสิทธิ์ก็ไม่ขัดใจ และมั่นใจว่าอยู่นายจุรินทร์ก็เช่นเดียวกัน เพียงแต่ตนมีหลัก คือไม่ชอบให้ใครขัดใจเหมือนกัน

(24) “ผมพยายามเดินตามหลังผู้ใหญ่แต่ไม่อาจตามทุกอย่างได้ แต่จะเป็นผู้นำให้ทุกคนเช่นกัน” ประโยคทิ้งท้ายของเฉลิมชัย ต้องการจะสื่อไปถึงใคร-ผู้ใหญ่คนใดในพรรค” ???

 

#ปอกเปลือก#ปอกให้เห็นความจริง