หมอธีระวัฒน์ แนะ 5 สิ่งที่ต้องทำ เพื่ออยู่ร่วมกับโควิด

0

นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา โพสต์แนะนำแนวทางการอยู่ร่วมกับโควิด-19 แบบการ์ดไม่ตก และสิ่งที่ควรต้องทำ เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย

ในวันที่ 15 มิ.ย.63 ทางด้านของ “นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา” หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ ร่วมมือกับทางด้านของ ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน ได้โพสต์ข้อความถึงแนวทางในการอยู่ร่วมกับโควิด-19 เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดอีกครั้ง โดยได้ระบุข้อความดังต่อไปนี้

ทำอย่างไรจะเสริมความมั่นใจร่วมกับการ “ไม่การ์ดตก”
ศ.นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา
ดร.ภก. อนันต์ชัย อัศวเมฆิน

ณ วันนี้ผ่านระยะแรกจากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนจนกระทั่งลงไปถึงพื้นที่ระดับหมู่บ้าน

อุปสรรคที่สำคัญในปัจจุบันที่ไม่สามารถขยับ ขับเคลื่อนการทำงาน การทำกิจกรรม การเดินทาง และสถานที่พักต่างๆโดยไม่มีความรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน ว่าจะเกิดการระบาดอย่างรุนแรงอีกหรือไม่ คือการที่ไม่สามารถ “ประเมินความเสี่ยง” ในระดับบุคคลและในระดับพื้นที่หรือจังหวัด ได้ด้วยความมั่นใจ ทั้งนี้เนื่องจากการแพร่เชื้อในปัจจุบันขณะนี้ ที่สามารถเกิดขึ้นได้นั้น เกิดจากคนติดเชื้อที่แพร่โดยไม่มีอาการ เป็นส่วนมาก

สิ่งที่สามารถกระทำได้

1. เปิดการตรวจ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจหาเชื้อโดยตรงโดยการแยงจมูก หรือการตรวจเลือดด้วยการเจาะปลายนิ้ว ทั่วทุกพื้นที่ เท่าที่จะเป็นไปได้

ทั้งนี้คนที่สงสัยตัวเอง หรือไม่แน่ใจว่าติดเชื้อหรือไม่เนื่องจากไปมีกิจกรรมในที่ชุมชนค่อนข้างหนาแน่น สามารถเดินเข้าไปตรวจเอง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และมีแอปพลิเคชั่นติดตามรายงานผลอยู่แล้ว

2. ตู้ในการตรวจเหล่านี้มีอยู่ทั่วไปอยู่แล้ว คล้ายตู้โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในตู้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ชุดอวกาศ

3. ผลจากการตรวจนั้นมีสองระยะด้วยกัน

ก. รู้ผลในเวลาเป็น นาที โดยการเจาะปลายนิ้วด้วย Chula Strip test ซึ่งมีความไวมากและแม้ว่าจะได้ผลบวก ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อโควิด-19 จริงหรือเป็นผลบวกซึ่งเกิดจากการที่คนนั้นมีภาวะร่างกายไม่สมบูรณ์ มีโรคประจำตัวอักเสบเรื้อรังซ่อนอยู่ ซึ่งให้ผลบวกได้

ก็ทำการตรวจยืนยันได้โดยนำเลือดส่งไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการของศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่คณะแพทยศาสตร์สภากาชาดไทย อีกเป็นการยืนยัน โดยใช้เวลาครึ่งวัน

ข. รู้ผลในเวลาไม่เกินหนึ่งวัน โดยการตรวจด้วยการแยงจมูกหาเชื้อโดยตรง

4. การตรวจหาเชื้อ จะได้ผลบวกเมื่อมีเชื้อในจำนวนที่ตรวจจับได้ และจะตรวจเจอหลังจากที่ติดเชื้อไปแล้วระยะหนึ่ง อย่างน้อยก็สี่วันขึ้นไปและความไวในการตรวจจะลดลงตามลำดับหลังจากวันแรกที่ตรวจเจอ ในกรณีที่ไม่มีอาการใดๆ

“การตรวจเลือด” จะเริ่มได้ผลบวกหลังจากที่ติดเชื้อไปแล้วตั้งแต่ประมาณสี่ถึงหกวันไปและแล้วจะได้ผลบวกต่อเนื่องไปตลอด เป็นหลายเดือน แต่สามารถแยกได้ว่า ติดเชื้อมาหมาดๆ ภายในเจ็ดวันหรือติดเชื้อมาระยะหนึ่งแล้วคือตั้งแต่ 12 ถึง 14 วันที่แล้ว

5. การที่ไม่มีเชื้อแต่มีผลเลือดเป็นบวกจากแสดงว่ามี “พาสปอร์ต” และสามารถสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยกับตนเองและกับสังคมได้ เช่นเดียวกับคนที่ไม่มีเชื้อและผลเลือดเป็นลบก็สร้างความมั่นใจให้กับตนเองได้ว่าไม่เคยติดเชื้อมาก่อน

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ต้องไม่อาศัยความกลัวหรือความเชื่อส่วนตัวในการตัดสินเรื่องสำคัญของประเทศ การอยู่รอดของประชาชนและเศรษฐกิจโดยที่ต้องไม่ทำให้เกิดโรคระบาด

ประเทศจะเจริญได้ ด้วย พื้นฐานของความจริงทางวิชาการและวิทยาศาสตร์ และข้อมูลที่เป็นจริงเท่านั้น

ทำอย่างไรจะเสริมความมั่นใจร่วมกับการ “ไม่การ์ดตก”ศ นพ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑาดร. ภก. อนันต์ชัย อัศวเมฆิน15/6/63ณ…

Posted by ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha on Sunday, June 14, 2020