“หมอบรรจบ” เสนอ 7 นโยบาย เกาให้ถูกที่คัน แก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5

0

เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 63 สถาบันทิศทางไทย ได้จัดโซเชียลเสวนา “ทิศทางไทย ทางออกสร้างสรรค์รับมือวิกฤติ Outbreak โคโรน่า และฝุ่นพิษ pm2.5” นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล คณบดีวิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ หนึ่งในผู้ร่วมเสวนา ได้เสนอมาตราการการกำจัด ฝุ่นพิษ pm2.5 ระบุว่า

ฝุ่นพิษPM2.5 อันตรายแน่นอน ฝุ่นพิษมีขนาดเล็กมากเล็กกว่าขนจมูกเรา และเมื่อสูดเข้าไปมันก็ทะลุทะลวงถึงถุงลม ปอด

แกนการของฝุ่นพิษเป็นสารโลหะหนักและห่อหุ้มด้วยคาร์บอน ถ้าเป็นฝุ่นที่มาจากการก่อสร้างเป็นฝุ่นจากทราย โดยซิลิก้า ก็คือเศษแก้วและหุ้มด้วยคาร์บอนอีกทีเพราะฉะนั้นเมื่อสูบเข้าไป ก็เหมือนนำกระดาษทรายถูไปตามทางเดินหายใจของตัวเอง เมื่อถึงที่ถุงลมเนื่องจากมีขนาดเล็กมากมันทะลวงถุงลมเข้าเส้นเลือดเลย จากนั้นเส้นเลือดก็ส่งไปตามอวัยวะต่างๆ จมูกของเราใกล้สมองฉะนั้นเส้นเลือดเส้นหนึ่งที่ผ่านจากจมูกส่วนหนึ่งอาจจะทะลุทะลวงเข้าสมอง

หลายท่านอาจจะสังเกตในช่วงสองปีที่ผ่านมามีผู้ที่มีชื่อเสียงในสังคมจู่จู่ก็Drop dead (ตายเฉียบพลัน) ทั้งที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ สะท้อนให้เห็นว่าจริงๆแล้วมีสิ่งที่มองข้ามคืออันตรายจากการที่เราน่าจะถูกฝุ่นพิษ ถึงแม้ไขมันเลือดของเราจะปกติแต่ที่แท้แล้วตายด้วยPM 2.5

ฝุ่นพิษทำให้เกิดการป่วยหมู่  ปีที่ผ่านมาทั้งปีตอนที่ฝุ่นมากโรงพยาบาลก็รับคนไข้ไม่หวาดไม่ไหว ป่วยหมู่เสร็จตายเดียว ไป Drop dead ตายด้วยโรคหัวใจตายนิรนาม ไม่รู้ว่าเป็นอะไรตาย อีกหนึ่งอันคือป่วยยาวตายยากคือมะเร็ง ฝุ่นพิษสร้างให้เกิดสิ่งเหล่านี้

สำหรับสถานการณ์PM2.5  นพ.บรรจบ ได้กล่าวเน้นย้ำว่า “ต้องเกาให้ถูกที่คัน”  ขณะนี้PM2.5เกิดจากการเผาในที่โล่ง 2แสนตันต่อปี มาจากควันรถยนต์ 5หมื่นตันต่อปี  (ที่โล่งเยอะกว่ามาก4เท่าตัว) จากโรงงานอุตสาหกรรม 1หมื่น5พันตันต่อปี

ถ้าเกาให้ถูกที่ประการแรกต้องจัดการเรื่องการเผาในที่โล่ง ตนจึงเสนอทั้งหมด7ประการ

1 จัดการกับเรื่องการเผาไร่อ้อย ซึ่งต้องทำอย่างมีธรรมาภิบาล ในเรื่องนี้มีห่วงโซ่อยู่3ห่วงคือ รัฐบาล ,โรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาล และชาวไร่ รัฐบาลจะต้องประกาศเลยว่าห้ามการเผาไร่อ้อยโดยตั้งเป้าหมายว่าภายในกี่ปี สมมุติว่ามีแผนการภาย 3 ปี ในการกำจัดการเผาไร่อ้อยให้หมด  ทั่วประเทศตอนนี้มีไร่อ้อยประมาณ630,000ไร่ กำจัดปีแรก อาจจะ25% ปีที่2อีก25% และปีที่3มีความชำนาญแล้วกำจัด 50% พ้น3ปีจับอย่างเดียว ต่อมาอาจจะต้องกำหนดว่า ต่อไปให้ปลูกอ้อย แบบมีการเว้นระยะที่รถตัดอ้อยสามารถเข้าไปตัดได้ หากถามว่ารถตัดอ้อยมาจากไหน..ก็อาจจะออกกฎหมายว่าโรงงานน้ำตาลจะต้องเป็นผู้ลงทุนในการซื้อเครื่องจักรตัดอ้อยสำหรับลูกไร่ของไร่อ้อยทุกไร่ หรือไม่ก็เป็นการลงทุนร่วมกันระหว่างรัฐบาลกับโรงงานน้ำตาล

2.ประกาศนโยบาย แปลงกิ่งไม้ใบหญ้าเป็นปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อไม่ให้มีการเผาขยะในที่โล่งแจ้ง

3.หยุดการเผาเอามัน คือเผาสนุกมือ ต้องสร้างจิตสำนึกรณรงค์ชุมชนไม่เผา  จ.เชียงรายทำสำเร็จแล้ว โดยเริ่มรณรงค์จากโรงเรียนไปสู่ชุมชนผ่านนักเรียนสู่ผู้ปกครอง ตามด้วยการเดินเคาะประตูบ้านบอกอย่าเผา

4.กำจัดรถควันดำออกจากท้องถนน ตรวจ จับกุมเข้มงวด ทำต่อเนื่อง  ยกตัวอย่างประเทสจีนทุ่มทุนในการใช้งบประมาณ1.9หมื่นล้านบาท เพื่อทำให้ปักกิ่งกลายเป็นที่สะอาด โดยการกำจัดรถควันดำไป3แสนคัน ประเทศไทยทำเมื่อปีที่แล้วระหว่างมี.ค.-ก.ค. กองตำรวจจราจรตรวจจับรถควันดำ ไปทั้งหมด 1.4แสนคันไม่ผ่านคุณภาพ 44% แต่ไปหยุดเมื่อก.ค. เพราะว่าประชาชนเลิกร้องเรียน   ถ้าสถานการณ์ปกติไปตรวจจับเยอะๆ ผู้เสียผลประโยชน์ออกมาโวย  แต่สถานการณ์PM2.5มีปริมาณมาก ต้องจัดการเลยในเมืองใหญ่ๆทั่วประเทศ ไม่มีใครว่า รับรองประชาชนปรบมือสรรเสริญแถมได้คะแนนนิยมด้วย

5.ต้องกล้าประกาศประเทศไทยหันใช้พลังงานสะอาด ใช้รถไฟฟ้าแทนน้ำมัน ไม่หวั่นเกรงการแทรกแซงจากชาติมหาอำนาจค้าน้ำมัน

6.กำจัด “รถตัด” รถยนต์ใช้แล้วเกิน 10 ปีจากประเทศอื่นใส่คอนเทนเนอร์มาขายเป็นอะไหล่รถมือสองที่เซียงกงในประเทศไทย เรื่องนี้รัฐบาบต้องทำจริง  แต่รัฐบาลนั้นทำไม่จริง ยกตัวอย่าง เมื่อ3เดือนที่แล้วครม.ประกาศว่า เอาเรื่องฝุ่นพิษเป็นวาระแห่งชาติ และประกาศจะไม่ยอมให้มีการนำเข้ารถมือสอง ที่ใช้แล้วเกิน 5 ปี ประกาศใช้วันที่10ธ.ค. 62 ในวันนั้นเองมีธุรกิจรับซื้อรถนำเข้ามือสองสั่งรถเข้ามา7พันล้านบาท และยังมีกลุ่มผู้ประกอบการแทรกเตอร์มือสองรวบรวมเกษตรกรจำนวนหนึ่ง ไปบีบที่กระทรวงพาณิชย์ อ้างว่ากฎหมายฉบับดังกล่าว ได้เดินทางไปทำประชาวิจารณ์แล้ว แต่ไปไม่ทัน  เพราะฉะนั้นจะขอทำใหม่ สุดท้ายทันทีในสัปดาห์นั้นมีมติของรัฐบาลที่ยอมให้นำเข้ารถแทรกเตอร์มือสองโดยเสรี และประกาศห้อยท้ายไว้ด้วย เหตุผลนอกจากลดต้นทุนของเกษตรกรแล้วยังช่วยให้ช่างท้องถิ่นมีงานทำ  นั้นก็หมายความว่า เตรียมตัวไว้ ทันทีที่นำเข้า แล้วซ่อมเลย นี่คือความไม่เอาจริงของรัฐบาล

 

7.จัดประชุมสิ่งแวดล้อมอาเซียนแก้ปัญหาเผาไร่ในประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง

นพ.บรรจบ กล่าวทิ้งทายไว้ด้วย หากทำเช่นนี้ได้  รัฐบาลมีไทม์ไลน์ ที่แน่นอนในการกำจัดฝุ่นพิษประชาชนจะเชื่อคุณ และต้องทำอย่างจริงจัง เราจะปรบมือให้