นพ.คณะแพทยศาสตร์จุฬาฯ ค้านTravel bubbles ขอนายกฯชะลอ อย่าปล่อยการเมืองมาคุม

0

จากที่สื่อต่างประเทศรายงานพื้นที่ “เขตเฟิงไถ” ในกรุงปักกิ่งถูกกำหนดให้อยู่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินภาวะสงคราม และห้ามเดินทางท่องเที่ยวหลังจากพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งคาดว่า มาจากตลาดค้าส่งแห่งใหญ่ที่เป็นต้นตอระบาดระลอกสองนั้น

ขณะที่เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.63 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) แถลงนายกรัฐมนตรี และที่ประชุมศบค. เห็นชอบในหลักการ การเปิดประเทศเพื่อท่องเที่ยวอย่างจำกัด ตามที่การท่องเที่ยวเสนอเป็น “ทราเวลบับเบิล” (Travel Bubble)

ทั้งนี้โดยต้องเลือกเป้าหมาย ประเทศที่ควบคุมการระบาดที่ดี และตรวจเชื้ออย่างเข้มงวดตั้งแต่การออกนอกประเทศ จนมาถึงประเทศไทย มีการใช้แอปพลิเคชันติดตามตัวตลอดการเดินทาง และต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดการเดินทางเพื่อความปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรการป้องกันการโรคโควิด-19 ประเดิมคู่แรกไทย-จีน

ต่อมา รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความถึงเรื่องการจับคู่นักท่องเที่ยวผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอคัดค้านการดำเนินนโยบาย Travel bubbles ครับ”

ขอเรียกร้องต่อทางศบค. โปรดทบทวนการอนุมัติในหลักการตามที่มีการแพร่ข่าวทางสื่อมวลชนวันก่อน กราบเรียนเสนอนายกรัฐมนตรี ได้โปรดชะลอ และลงมาบัญชาการด้วยตนเอง ขอให้งดการมอบหมายให้กระทรวงที่เกี่ยวกับสุขภาพ ท่องเที่ยว และเดินทางดำเนินการเรื่องนี้ เพราะคุมโดยวงอำนาจการเมืองวงเดียว และอาจมีการตัดสินใจที่ส่งผลต่อประชาชนโดยมิได้มีการถ่วงดุลอำนาจครับ

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญยิ่งและส่งผลต่อสวัสดิภาพความปลอดภัยของทุกคน จึงจำเป็นต้องขับเคลื่อนโดยกลไกกลาง น่าจะทำให้มีความรอบคอบ มั่นใจต่อทุกคน ทั้งเรื่องวิธีการ เงื่อนเวลา และกลไกติดตามกำกับในระยะยาว ด้วยรักต่อทุกคน

ล่าสุดวันนี้(15มิ.ย.63) นพ.ธีระ ได้โพสต์ข้อความถึงเรื่องดังกล่าวลงในเฟซบุ๊กอีกครั้งว่า  ตอนนี้ไทยเราตรวจคัดกรองไปกว่าห้าแสนคน อัตราตรวจพบตอนนี้เฉลี่ย 0.1% ในกลุ่มที่สุ่มตรวจ จะเห็นได้ว่า ท่านนายกฯ ตัดสินใจถูกต้องที่ดำเนินการมาตรการเข้มข้นตอนมีนาคมตามที่โรงเรียนแพทย์เสนอ เพราะในขณะนั้นความชุกพุ่งไปถึง 3%

ผมจำได้แม่นว่าวันที่ 19 มีนาคม หลังนำเสนอสถานการณ์และมาตรการที่รัฐควรพิจารณาดำเนินการจบ มีตัวแทนหน่วยงานรัฐยังพยายามเถียงว่าเอาอยู่ มาตรการเดิมดีแล้ว จนผมนั่งอยู่ท้ายโต๊ะ ฟังแล้วส่ายหัวตลอดการพูดของเค้า และเดาเอาว่าท่านนายกคงเห็นอาการของผม จนตอนจบประชุม ผมยืนอยู่หน้าห้องน้ำ ท่านเดินมาตีพุงผมพร้อมกระเซ้าว่า “อย่าโกรธกันนะ”

การตัดสินใจตั้งศบค.และดำเนินการมาตรการเข้มข้นดังที่ได้นำเสนอไป จึงเป็นสาเหตุหลักควบคู่กับความมุ่งมั่นตั้งใจและความพร้อมเพรียงของประชาชนไทย ที่อธิบายความสำเร็จในการจัดการโรคระบาดระลอกแรกของเรา โดยปราศจากอำนาจการเมืองมายุ่งเกี่ยว

ตอนนี้ที่ไทยต้องระวังคือ วิกฤติจะกลับมา หากปล่อยให้วงเดิมมาคุมเรื่องนโยบายจัดการนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่ควรไว้ใจ ไม่ควรวางใจ จะสู้ศึกจนชนะได้นี้ ต้องตัดภาวะคุกคามที่เคยทำให้วิกฤติออกไปครับ ดีไม่ดี แม้ตอนนี้จะยังวุ่นวาย และอาจผิดหลักการศึก แต่การเปลี่ยนม้ากลางศึกอาจเป็นกลยุทธ์ที่จำเป็น ถ้าผมเป็นคนตัดสินใจ ผมจะทำดังที่กล่าวมาอย่างไม่ลังเล เพราะเรื่องนี้ส่งผลโดยตรงต่อชีวิตประชาชนไทยทุกคน

ที่มา : เฟซบุ๊กThira Woratanarat