เปิดประวัติ “ต๊ะ นารากร” พิธีกรหญิงดีกรีไม่ธรรมดา ผลงานการันตีความสามารถ

0

จากกรณีการปะทะคารมกันระหว่าง “ดร.บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” นักแสดง พิธีกรชื่อดัง และ “น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์” ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โดยทั้งคู่ต่างออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อกฎหมายคดีข่มขืน การคุกคามทางเพศ

จนต่อมากลายเป็นกระแสร้อนแรง เมื่อทางรายการแฉ ทางช่อง GMM25 ที่มดดำ คชาภา ได้เชิญ “เอ๋ ปารีณา” มาร่วมพูดคุยกรณีที่มีปัญหาดราม่ากับ “บุ๋ม ปนัดดา” จนถึงขั้นต่างฝ่ายต่างจะฟ้องกัน ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ชมไลฟ์สดทางเฟซบุ๊กทะลุถึง 4 แสนคน โดนใจกลุ่มที่ไม่ชอบ “เอ๋ ปารีณา” ต่างชื่นชมการทำหน้าที่ของ “มดดำ คชาภา” แต่ในทางตรงกันข้ามชาวโซเชียลบางคนต่างมองหาความเป็นกลาง และการให้เกียรติของพิธีกร

เกี่ยวกับประเด็นนี้ทางด้าน “ต๊ะ นารากร ติยายน” ผู้ประกาศข่าวรุ่นพี่ได้ออกมาวิเคราะห์ถึงเรื่องดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงความเหมาะสมในการทำหน้าที่พิธีกรอย่างมืออาชีพว่า ในฐานะรุ่นพี่ในวงการ ขอวิเคราะห์การปะทะ กันระหว่าง #ปารีณา x ปนัดดา #ในรายการ “แฉ”

 

 

 

 

1) ถ้าเป็นเวทีมวย จะตัดสินว่าแมทช์นี้ “กรรมการลำเอียง” เข้าข้างปนัดดาแบบออกนอกหน้า แต่ปารีณาสู้ได้อย่างสูสีไม่ออกอาการเพลี่ยงพล้ำ พกสติมาเต็ม

2) ถ้าเป็นงานสื่อสารมวลชน เหตุการณ์แบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น การเอาคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายมาเผชิญหน้ากัน โดยพิธีกรใช้วาจาติดตลก เสียดสีผู้ร่วมรายการ ชี้นำให้ผู้ชม “รู้สึก” อย่างใดอย่างหนึ่ง

3) ถ้ามองว่าเป็นรายการวาไรตี้ ชมเพื่อความบันเทิง สนุกสนาน รายการตอนนี้ให้คะแนนเต็ม 100 ไม่หัก

ต๊ะเลือกคำตอบของปารีณาบางช่วงมาตัดต่อเป็นคลิปสั้น ๆ จะเห็นว่าปารีณาตั้งสติได้ดี มีความรู้กฎหมาย และรู้จักเลือกใช้คำที่ให้ประโยชน์กับตัวเอง

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ในฐานะรุ่นพี่!! “ต๊ะ นารากร” สอน “มดดำ คชาภา” รายการแฉสัมภาษณ์”เอ๋-บุ๋ม”ทำโซเชียลวิจารณ์สนั่น ลั่นถ้าเวทีมวยแมทช์นี้ “กรรมการลำเอียง”

 

ขณะที่ทางด้าน “มดดำ คชาภา” ก็ได้เปิดใจว่า ไม่ได้จัดฉากรายการ “ที่บอกว่าจัดฉากมั้ย ที่คุณบุ๋มไม่ให้นั่งคู่ก็เพราะบุ๋มเขามาขายของ จริงๆ เราเองก็โทรบอกบุ๋มก่อนเขาก็โอเค แต่เขาก็ไม่เข้าร่วมซีนด้วย ที่จริงมันไม่ได้มีอะไรหรอก อย่างปารีณาเอง โดยส่วนตัวเขาก็รู้จักกับมดดำอยู่แล้ว บางคนบอกว่ามดดำติดต่อเองเหรอ ขอบอกตามตรงทีมงานเป็นคนติดต่อทุกอย่าง โอเคเมื่อบุ๋มมาปุ๊บจะให้บุ๋มมาคนเดียวทำไม

ก็โทรหาปารีณาสิ ทีมงานแฉเป็นคนติดต่อหมด ตัวมดดำเอง ถ้ามีปัญหาปุ๊บ เดี๋ยวยกหูให้ ไม่ใช่อย่างที่ข่าวบอกมดดำทำไมเอาคนนู้น คนนี้มา ต้องยกเครดิตให้ทีมงานหมดเลย แต่ที่บอกว่าถ้าเชิญเขามาแล้วมีปัญหากันจะทำยังไง จริง ๆ มดดำว่าเขาคงไม่ตบกันออกทีวีหรอกมั้ง เขาคงเคลียร์กันไปมา ตอนแรกจริง ๆ ออกแค่เบรกเดียวด้วยนะ ทำไปทำยาวไปเลย”

สำหรับประเด็นดังกล่าว ต้องบอกว่ากระแสในโลกโซเชียลมาแรงมากทีเดียว มีเสียงชื่นชม “ต๊ะ นารากร” อย่างมาก ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ พร้อมชื่นชมว่า ตัวอย่างมืออาชีพเขาทำงานกันแบบนี้ ไม่ใช่ลำเอียงชัดเจน

วันนี้เราจะไปทำความรู้กับ “ต๊ะ นารากร” พิธีกรมากกว่าความสามารถคนนี้กัน

 

 

นารากร ติยายน ชื่อเล่น “ต๊ะ” เป็นชาวจังหวัดเชียงใหม่ อดีตผู้ประกาศข่าวที่มีชื่อเสียงจากสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ต่อมาก็ได้ไปอยู่ที่ไทยทีวีสีช่อง 3 และต่อมาก็ได้เป็นผู้ดำเนินรายการ (พิธีกร) ในหลายรายการ เช่น รายการเจาะใจ รายการขบวนการแก้โกง และกลับมาอยู่ที่ไอทีวีอีกครั้ง และเป็นอดีตผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี จนเป็นผู้อำลาการออกอากาศวันสุดท้ายของสถานี อดีตผู้ประกาศข่าวช่อง 7 สี รองผู้อำนวยการฝ่ายข่าว บริษัท มีเดียส์ สตูดิโอ จำกัด รวมทั้งเคยเป็นผู้ประกาศข่าวและผู้อำนวยการฝ่ายข่าวช่องวัน

ปัจจุบันยังเป็นพิธีกรรายการ นาทีระทึก ทาง อมรินทร์ทีวี อีกด้วย

 

 

ในแง่มุมของการทำงานในวงการข่าว เจ้าตัวได้รับรางวัลการันตีความสามารถมากมาย

1. รางวัลโทรทัศน์ทองคำ สาขาผู้ประกาศข่าวหญิงดีเด่น ประจำปี 2541

2. รางวัลจากนิตยสารเปรียวประจำปี 2541

3. รางวัลจากนิตยสาร COSMOPOLITAN ประจำปี 2543

4. รางวัลจากนิตยสารกุลสตรี ประจำปี 2544

5. รางวัลผู้ประกาศข่าวยอดเยี่ยม Top Awards 2552 จากนิตยสาร ทีวีพูล

6. ผู้ประกาศข่าวยอดเยี่ยม จากรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2553 จากรายการ ประเด็นเด็ด 7 สี

 

ที่ผ่านมาเจ้าตัวมักจะมีประเด็นถูกพูดถึงบนโลกโซเชียลในการทำงานที่เป็นมืออาชีพ อย่างกรณีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่มีเหตุกราดยิงโคราช และสื่อบางสำนักก็ทำข่าวเรียกเรตติ้งมากจนเกินไป จนลืมนึกถึงความรู้สึกของคนที่ต้องสูญเสีย เจ้าตัวก็ได้ให้ข้อคิดเตือนใจคนทำงานข่าวว่า “ถ้าเรายังอยู่ในตำแหน่งผู้อำนายการฝ่ายบริหารงานข่าว สถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งอยู่ เราจะตัดสินใจยังไง จะทำดราม่าข่าวเรียกเรตติ้ง หรือเก็บข้อมูลเงียบๆ รอให้ทุกอย่างคลี่คลายแล้วค่อยนำเสนอ ยอมรับว่า ให้คำตอบกับตัวเองยังไม่ได้

ทั้งนี้เราอยู่ในวงการข่าวตั้งแต่ยุคอนาล็อก ทีมข่าว 1 ทีมเมื่อออกไปทำข่าวเสร็จแล้ว ต้องนำม้วนเทปกลับมาสถานี ผ่านกระบวนการ 6 ขั้นตอน ได้แก่ กระบวนการตัดต่อ ผ่านกลั่นกรองบทจากบรรณาธิการข่าว ผ่านการตัดสินใจเลือกข่าวจากบรรณาธิการบริหาร โดยทุกครั้งที่จะออกอากาศ ต้องมีบรรณาธิการควบคุมการออกอากาศ ผ่านการกำหนดลำดับข่าว (Rundown) จากที่ประชุมข่าวประจำวัน สุดท้ายบทจึงจะถึงมือผู้ประกาศข่าว

แต่วันนี้เราอยู่ในยุคดิจิทัลดิสรัปชัน (Digital Disruption) นักข่าวภาคสนาม มีโทรศัพท์มือถือพร้อมสัญญานอินเตอร์เน็ตเครื่องเดียว ก็สามารถถ่ายทอดทุกอย่างถึงผู้ชมได้ทันที ไม่มีการกลั่นกรอง ไม่ต้องถามหาจรรยาบรรณ ทุกคนทำเพื่อความอยู่รอดของตนเอง ถ้าข่าวมีเรตติ้ง รายได้เข้า ผู้บริหารสถานีพอใจ ฝ่ายข่าวก็อยู่ได้

ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา ได้ยินข่าวฝ่ายข่าวถูกสถานีเลิกจ้างพนักงานไปกี่ครั้ง กี่สถานีแล้ว 2 วันที่ผ่านมาตามอ่านความเห็นต่าง ๆ ในทุกเพจ ทุกคอมเมนต์ ทุกแฮชแทก น้ำตาไหลเมื่อเห็นภาพ พ่อแม่ลูกนอนกอดกันตาย หน่วยอรินทราช 2 นายยอมสละชีวิตเพื่อล่อให้คนร้ายออกจากที่ซ่อน คนบริสุทธิ์นับสิบต้องจบชีวิตจากเหตุการณ์นี้

“ไม่ได้บอกว่าสำนักข่าวไม่ผิด ทีวีดิจิตอล 3 ช่องที่ถูกติดแบนสื่อไร้จรรยาบรรณ ผิดเต็ม ๆ แต่ใครเป็นคนทำให้ระบบแก่งแย่งเรตติ้งบ้าบอนี้เกิดขึ้น หน่วยงานที่ควรกำกับดูแลสื่อกลับเป็นต้นเหตุให้สื่อไร้ประสิทธิภาพ ใครรู้ว่าหน่วยงานไหนช่วยบอกหน่อย”

 

อย่างไรก็ตามในส่วนของประเด็น “บุ๋ม-เอ๋ ปารีณา” เมื่อต๊ะ ได้พูดว่าพิธีกรควรมีความเป็นกลาง ทำให้ได้รับคำชื่นชมอย่างมากเลยทีเดียว เช่น เห็นด้วยค่ะพิธีกรต้องเป็นกลาง..ดูรายการนี้เหมือนกันค่ะ ไม่ได้เข้าข้างใคร แต่ดูๆไปเริ่มสงสารเธอ ประมาณเหมือนถูกเชิญมารุม..ดูแล้วเศร้าใจไร้จรรยาบรรณสิ้นดี

ห็นด้วยค่ะ สื่อไม่เป็นกลาง ไม่มีจรรยาบรรณ ชี้นำสู่เรื่องแตกแยก ผู้นำจึงไม่อยากพูดด้วย

ใช่พิธีกร ต้องเป็นกลาง คุณต๊ะพูดถูก

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : นารากร ติยายน