วิ่งไล่ลุง-เดินเชียร์ลุง สู่สงครามปชช.?!? ความคิดธนาธรและสัญลักษณ์ที่ชื่อประยุทธ์???

0

(1) จบที่สวนรถไฟแว่วว่าจะมีครั้งที่สองที่เชียงใหม่กับงานวิ่งไล่ลุง ซึ่งทีมจัดรวมทั้งธนาธรและสาวกต่างดีอกดีใจกับจำนวนคนที่ร่วม???

(2) อยากจะบอกธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ว่าแม้กิจกรรมครั้งล่าสุดนี้ดูเหมือนว่า จะประสบความสำเร็จ แต่ความจริงคือล้มเหลว!?!

(3) ต้องไม่ลืมว่ากิจกรรมทุกครั้งที่อนาคตใหม่หรือธนาธรจัดมา นับแต่ อยู่ไม่เป็น หรืองานวิ่งก่อนนี้ และการปลุกระดมไปหน้าสน.ปทุมวัน ล้วนเป็นมุกแป้ก!!!

(4) กระนั้นเมื่อจัดที่สวนรถไฟจะมีคนมามากว่าทุกครั้ง แต่นั่นอยากจะบอกว่า เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนหรือปริมาณคนร่วม หากแต่นี่คือการเปิดสงครามประชาชน???

(5) เป็นสงครามประชาชนของเครือข่ายคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีอนาคตใหม่เป็นตัวแทน แนวคิดเป้าหมายหลักที่ดูได้จากหนังสือ ” Portrait ธนาธร”

(6) ธนาธรให้สัมภาษณ์เปลือยความคิดที่แท้จริงของตัวเองไว้อย่างชัดแจ้ง การนำพาส.ส.เข้าสภาให้ได้มากที่สุด เพื่อนำไปต่อรองกับ…???

(7) ธนาธรเป็นคนที่ชัดเจนในความคิดของตัวเอง เขาบอกว่า “ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด เป้าหมายสูงสุดคือการเปลี่ยนประเทศ” (หน้า 270)

(8) ธนาธรมองว่า คุณสมบัติสำคัญของผู้นำประเทศ ต้องมีเจตจำนงทางการเมืองเป็นหลัก เมืองไทยมีคนเก่งกว่าเขาเยอะแยะไปหมด แต่มีตัวเขาคนเดียวเท่านั้นที่มีเจตจำนงทางการเมืองที่ต้องการ “ให้ไทยออกจากวังวนของเผด็จการ วังวนของอำนาจนิยมที่รับใช้ชนชั้นนำให้ได้” (หน้า 273)

(9) ธนาธรไม่เคยมองว่าตำแหน่งนายกฯ คือ ลิมิตสูงสุดของตัวเขา … ในฐานะผู้นำทางการเมือง ธนาธรมุ่งเป้าไปที่การทำให้ตัวเขา “มีอำนาจมากพอที่จะไปต่อรอง (กับ)××××”  (หน้า 277)

(10)  “ถามว่าเรารู้มั้ย รู้ … มันก็รู้เหมือนกันหมดแหละ ปัญหาคือใครจะทำยังไง  เราคิดว่า วิธีการของเราคือต้องมีอำนาจและต่อรอง (กับ)××××  นี่ต่างหากคือเป้าหมาย ถ้าจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ เอาทหารออกจากการเมืองไม่ได้หรอก จัดการเรื่องนี้ไม่ได้ จัดการเรื่องศาลไม่ได้หรอก  จัดการอะไรไม่ได้”  (จากหนังสือ Portrait ธนาธร)

(11) และไม่เพียงธนาธรเท่านั้น ในพรรคอนาคตใหม่มีทั้งปิยบุตรและช่อ พรรณิการ์ ที่มีแนวคิดแบบไหนอย่างไรต่อสถาบัน??? สังคมได้เห็นและรับรู้มาโดยตลอดอยู่แล้ว

(12) ทั้งในเรื่องความคิดแก้ไขมาตรา 112 การพูดของปิยบุตรหลายต่อหลายครั้ง รวมทั้งการโพสต์ของช่อ พรรณิการ์อันไม่สมควรยิ่ง!?!

(13) กระนั้นการสู้ของธนาธร และฝ่ายเชียร์พลเอกประยุทธ์ ก็ถูกมองว่า ตัวลุงตู่เป็นเพียงสัญลักษณ์เท่านั้น???

(14) หลายครั้งจะเห็นว่า ประชาชนที่ออกมาให้กำลังใจสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ เพราะมีจุดเด่น ซึ่งเป็นที่ยอมรับสูงสุนั่นคือความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

(15) เช่นนี้จึงมองธนาธรได้ด้วยเช่นกันหรือไม่ว่า การออกมาสู้กับพลเอกประยุทธ์นั้นหาใช่เป้าหมายที่แท้จริง?!?

(16) คำถามใช่หรือไม่ คงตอบได้ไม่ยาก หากย้อนไปดูที่ธนาธรให้สัมภาษณ์ไว้ในหนังสือ ” Portrait ธนาธร”

(17) การจัดงานล่าสุดเมื่อเห็นคนมามากกว่าทุกครั้งที่จัดงานทำให้ธนาธรหลงคิดว่าจุดติดแล้ว ขณะความเป็นจริงงานที่สวนลุมฯมีจำนวนผู้เข้าร่วมมากกว่าด้วยซ้ำ???

(18) และต้องไม่ลืมว่า การชุมนุมที่ผ่านมาในประเทศไทย กลุ่มกปปส.คือการชุมนุมทางการเมืองที่มีคนเข้าร่วมมากที่สุด

(19) ที่น่าสนใจและอยากจะตั้งเป็นคำถามไว้ก็คือ เมื่อถึงเวลาหนึ่ง กลุ่มคนเหล่านี้จะออกมาอีกหรือไม่ ซึ่งแน่นอนรู้กันอยู่ว่าอยู่ฟากฝ่ายไหน???

(20) อย่างไรก็ตามทางรัฐบาลเองต้องสรุปบทเรียนด้วยเช่นกัน ในความอ่อนด้อยในเรื่องการข่าว ประชาสัมพันธ์ การต่อสู้ในเรื่องข้อมูลข่าวสาร ที่จะเห็นว่ารัฐบาลยังไม่ตระหนักและตกเป็นฝ่ายรับตั้งมาโดยตลอด!?!

(21) ในขณะการเผชิญหน้ากำลังจะเกิดขึ้น??? ซึ่งแน่นอนเราต่างปฏิเสธความรุนแรง แต่นั่นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า สงครามประชาชนกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว?!?

 

#ปอกเปลือก#ปอกให้เห็นความจริง