ยิ่งดูยิ่งจงใจ หมอวรงค์ หวังดักคอ กลุ่มเดิม โหม’วันเฉลิม’ ปลุกระดมทางการเมือง ไม่ใช่ห่วงใยกันจริงๆ

0

หลังจากมีการสร้างประเด็นเกี่ยวกับการอุ้มหาย นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมทางการเมือง และผู้ต้องหาคดีกระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ขณะลี้ภัยอยู่ในกัมพูชา เมื่อ 4 มิ.ย.63

พร้อมกับปริศนาเสียงสุดท้าย  “โอ๊ย หายใจไม่ออก” นั้น จนกลายเป็นกระแสวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในสังคมโซเชียลมีเดีย ในลักษณะรับลูกต่อ ๆกันไป โดยไม่รู้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน หรือมีข้อมูลข้อเท็จจริงแต่ก็น้อยมาก ที่สำคัญมีการกล่าวหาทำนองว่าเป็นปฏิบัติการ “อุ้มข้ามชาติ” หรือไม่

9  มิ.ย.63 มีความเคลื่อนไหวจากทางด้านเฟสบุ๊ค Warong Dechgitvigrom ของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.)ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวระบุว่า…ห่วงกันจริงๆหรือหวังโหนเพื่อปลุกระดม พยายามติดตามชีวิต ประวัติ และการหายตัวของวันเฉลิม เพราะไม่รู้จักเขาทำให้ทราบว่าเขาลี้ภัยการเมืองไปอยู่กัมพูชามานาน และเป็นผู้ต้องหาคดีคอมพิวเตอร์

แต่สับสนข้อมูลธุรกิจส่วนตัว เนื่องจากมีรายงานผ่านสื่อว่า ลักลอบปลูกกัญชาในเขมร รวมทั้งอาจมีความขัดแย้งธุรกิจนี้ อย่างไรก็ตามการหายตัวไปของเขา เป็นหน้าที่ที่รัฐบาลไทยต้องช่วยติดตาม

แต่อย่าลืมว่า เหตุทั้งหมดเกิดในแผ่นดินกัมพูชา ไม่ใช่แผ่นดินไทย กลุ่มที่ออกมาเรียกร้อง ก็ต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วย ที่เป็นห่วงเป็นใยจริงๆ แต่การแสดงออกและขานรับกันกับคนหน้าตาคุ้นๆ มันสื่อนัยยะว่า ต้องการเอามาปลุกระดมทางการเมืองมากกว่า ที่เป็นห่วงจริงๆ

โดยเฉพาะนักการเมืองบางคนถึงขนาด เอาไปเทียบกับจอร์จฟลอยด์ โดยเฉพาะการที่จอร์จฟลอยด์พูดคำว่า” I can’t breathe” และมีการมาเล่าต่อว่า ได้ยินประโยคสุดท้ายของวันเฉลิม “ผมหายใจไม่ออก” ยิ่งดูยิ่งจงใจเพื่อนำมาเป็นประเด็นทางการเมืองมากกว่า โดยเฉพาะคำพูด”ผมหายใจไม่ออก”

จอร์จฟลอยด์เขาใช้เวลานานถึง 8 นาทีเศษ พร้อมเสียงครวญ ความเจ็บปวดอื่นแทรกเข้ามา แต่ของวันเฉลิม แค่ประโยคเดียว มันจึงไม่เนีนน

ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า คนกลุ่มเดิม ไม่ใช่ห่วงใยกันจริงๆ แต่ต้องการสร้างกระแส เพื่อปลุกระดมทางการเมืองเท่านั้น

ห่วงกันจริงๆหรือหวังโหนเพื่อปลุกระดมพยายามติดตามชีวิต ประวัติ และการหายตัวของวันเฉลิม…

Posted by Warong Dechgitvigrom on Monday, June 8, 2020