อินโดฯห่วงนร.เลื่อนเปิดเทอมต้นปีหน้า! WHO เตือนภาวะอักเสบเด็กโยงโควิด

0

จากที่พญ.วารุณี พรรรณพานิช วานเดอพิทพ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวถึงความเชื่อมโยงโรคโควิด-19 กับโรคคาวาซากิ และกลุ่มอาการเจ็บป่วยเฉียบพลันจากการอักเสบของอวัยวะหลายระบบ

ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อต้นเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา พบว่ามีเด็กโดยเฉพาะเด็กในยุโรป ป่วยด้วยอาการอักเสบหลายอวัยวะในร่างกาย (MIC-C) ซึ่งจากการตรวจวิเคราะห์พบว่าบางรายมีการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 บางรายตรวจพบว่ามีภูมิคุ้มกันโควิด-19 แต่บางรายก็ไม่มีการติดเชื้อหรือภูมิคุ้มกันแต่อย่างใด แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องแปลกที่อยู่ๆ ก็พบโรคที่ไม่ค่อยพบมาก่อน

“จากข้อมูลตอนนี้ยังมีจำกัด จึงสรุปความเชื่อมโยงได้ไม่ชัดเจนนัก ทำให้องค์การอนามัยโลกออกมาขอให้กุมารแพทย์ทั่วโลกมีการเฝ้าระวัง และรายงานข้อมูลเกี่ยวกับโรคเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง โดยมีเกณฑ์การเฝ้าระวังในเด็กอายุ 0-19 ปี ที่มีไข้ 3 วันขึ้นไป โดยมีอาการอย่างน้อย 2 ใน 5 ข้อ คือ มีการอักเสบบริเวณผิวหนังและเยื่อบุ มีภาวะช็อคหรือความดันต่ำ มีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ หรือมีความผิดปกติทางเดินอาหาร ร่วมกับมีระดับของค่าการอักเสบในเลือดที่เพิ่มสูงกว่าปกติ ไม่พบหลักฐานว่าอาการที่เกิดขึ้น อธิบายได้จากสาเหตุอื่น มีหลักฐานของการติดเชื้อ หรือ สัมผัสโควิด-19

สำหรับลักษณะอาการที่เด็กป่วยด้วยอาการอักเสบผิดปกติรุนแรงหลายอวัยวะทุกระบบ คือ มีผื่นแดงกินพื้นที่ 60-70% ของร่างกาย มีการอักเสบของผิวหนัง ตาแดง เยื่อบุตาแดง ไม่มีขี้ตา ซึม รู้ตัวน้อยลง บางรายมีภาวะช็อก มีอาการทางเดินอาหาร ตอนแรกสงสัยว่าจะเป็นโรคคาวาซากิ ซึ่งปกติจะเกิดในเด็กประเทศแถบเอเชีย จะมีการอักเสบทั่วร่างกาย เด็กจะมาด้วยอาการไข้สูงอย่างน้อย 5 วัน

บริเวณที่เห็นเส้นเลือดชัดก็จะอักเสบชัด ปลายมือปลายเท้าบวม มีการลอกที่ปลายนิ้วเป็นจุดแรก อย่างไรก็ตาม 2 โรคนี้มีความแตกต่างกัน จุดสังเกตคือ ปกติคาวาซากิเจอในเด็กต่ำกว่า 5 ปีแต่ mic-s ในเด็กอายุเฉลี่ 7.5 ปี และมาด้วยอาการของระบบทางเดินอาหาร ส่วนคาวาซากิไม่ค่อยมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร แต่มีอาการหลอดเลือดอักเสบแต่ไม่ถึงกับมีภาวะช็อก”

นอกจากนี้เมื่อถามถึงการเปิดเรียนผู้ปกครองจะมีวิธีการสังเกตและเฝ้าระวังอย่างไรหรือไม่ พญ.วารุณี กล่าวว่า ไม่อยากให้กังวลเกินไปนัก ที่ผ่านมาอัตราการติดเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มเด็กทั่วโลก รวมถึงเด็กไทยต่ำ อยู่ที่ประมาณ 1-1.5% ขณะที่อัตราการแพร่เชื้อจากเด็กก็ไม่ง่าย เด็กไม่ได้เป็นคนแพร่เชื้อ ที่ติดกันส่วนใหญ่ก็ติดจากผู้ปกครอง เช่น ข้อมูลที่ฝรั่งเศสพบว่าเด็กติดเชื้อโควิดฯ 1 ราย ไปโรงเรียนเจอนักเรียน 170 คน ก็มีผู้ติดเชื้อเพียง 1 คน เท่านั้น

ส่วนโรค mic-s ในไทย และเอเชียยังไม่พบผู้ป่วยลักษณะดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในทางการแพทย์ไม่ประมาทอยู่แล้ว มีการติดตาม เฝ้าระวังเต็มที่ และอยากเตือนผู้ปกครองว่าในช่วงนี้หากมีโรคอะไรที่มีวัคซีนป้องกันโรคได้ อยากให้พาลูกหลานไปฉีดให้ครบ เพื่อจะไม่ได้เจ็บป่วยหลายโรค ซึ่งอาจจะทำให้อาการรุนแรงได้

ขณะที่วันนี้(4มิ.ย.63) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า​ 2019​ (โควิด-19) หรือ​ ศบค. แถลงช่วงหนึ่งว่า​ ที่ต่างประเทศ รัฐมนตรีประสานงานด้านการพัฒนามนุษย์ และกิจการวัฒนธรรมของประเทศอินโดนีเซีย ออกมาระบุว่า เตรียมผ่อนคลายทางสังคมในช่วงปลายสัปดาห์นี้ แต่ในส่วนของการเปิดเรียนนั้น จะเลื่อนไปถึงปลายเดือน ธ.ค. หรืออาจถึงต้นปีหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจขึ้นกับนักเรียนที่มีอายุน้อย แต่สำหรับประเทศไทย นั้น นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าจะให้เปิดเรียนต้นเดือนก.ค.ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงเตรียมการ

ที่มา : เว็บไซต์ https://www.hfocus.org/content/2020/06/19475