นพ.จุฬาฯเผยใน3วันมีกลับตปท.มาอีก1,600กว่าคน ทั้งอเมริกา-ยุโรป

0

จากที่วันนี้(4 มิ.ย.63) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงมีผู้ป่วยโควิดรายใหม่ 17 ราย กลับจากประเทศคูเวต 13 ราย ประเทศกาตาร์ 2 ราย และประเทศซาอุดิอาระเบีย 2 ราย อยู่ในสถานกักกันโรคที่รัฐจัดให้ โดยไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศ

ทั้งนี้ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,101 ราย รักษาหายแล้ว 2,968 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม คงอยู่ที่ 58 ราย ขณะที่ รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กระบุด้วยว่า ช่วงวันที่ 4-6 มิถุนายนนี้ เราจะต้อนรับคนไทยจากต่างประเทศกลับมาสู่มาตุภูมิอีกราว 1,600 กว่าคน

มีจากทุกทวีป ทั้งอเมริกา แอฟริกา เอเชีย ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง และยุโรป ขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัย ผ่านการตรวจคัดกรองอย่างราบรื่น และกักตัวเฝ้าสังเกตอาการตามที่รัฐได้จัดระบบไว้อย่างดี ใจจริงภาวนาว่าขอให้ทุกท่านไม่ติดเชื้อไวรัสโรค COVID-19 เท่าที่ผ่านมา เราพบว่ามีเคสติดเชื้อรายใหม่จากต่างประเทศแทบทุกวัน

วันนี้มีถึง 17 คน มาจากทางตะวันออกกลาง ทั้งที่ไปทำงานและไปเรียน ขอให้หายไวไวนะครับ สำหรับในประเทศไทย สิ่งที่รัฐควรพิจารณาดำเนินการคือ หนึ่ง มาตรการสร้างค่านิยมในการใช้ชีวิตแบบตั้งการ์ดให้เป็นวัฒนธรรมประจำถิ่น สอง ชะลอการพิจารณาโปรโมทการท่องเที่ยวภายในประเทศ จนกว่าจะไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศครบ 2-4 สัปดาห์

ถ้าใจร้อน ก็ขอให้เลข 0 ภายในประเทศครบ 15 วัน ด้วยเหตุผลหลักคือธรรมชาติของโรคจะมีระยะฟักตัวราว 2-14 วัน แต่มีโอกาสหลุดสัก 5% สำหรับคนที่ติดเชื้อแต่มีระยะฟักตัวนานกว่าปกติ ถ้าใจเย็นหน่อย ไม่อยากพลาด ก็ขอให้เลข 0 ภายในประเทศครบ 30 วัน เพราะมีหลักฐานวิชาการพบว่ามีการติดเชื้อแล้วระยะฟักตัวยาวไปเป็นเดือนได้ ถ้ารอได้แบบนี้ เป็นมาตรการแบบเน้นความปลอดภัย ความมั่นใจการปลอดโรคจะมากขึ้น

สาม ปิดประตูเรื่องการท่องเที่ยวจากต่างประเทศต่อไปก่อน เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของมิตรประเทศต่างๆ ยังมีอยู่มากทุกทวีป ควรขยายเวลาการปิดจากสิ้นเดือนมิถุนายนไปเป็นสิ้นเดือนกรกฎาคม และพิจารณาขยายเวลาต่อตามสถานการณ์

สี่ ควรขันน็อตระบบการติดตาม กำกับ ตรวจสอบมาตรฐานการดำเนินการตามกฎระเบียบสำหรับธุรกิจ ห้างร้านต่างๆ รวมถึงในหน่วยงานรัฐเองด้วย ว่าได้ปฏิบัติเรื่องการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโรค COVID-19 หรือไม่

ดำเนินการ “เตือน ปรับ จับ ปิด” ทั้งกับบุคคลและหน่วยงานรัฐและเอกชน ศาสตร์และศิลป์ในการปรับพฤติกรรมคงต้องได้รับการนำมาใช้อย่างเต็มที่ ประเมินดูแล้วรู้สึกตุ๊มๆ ต่อมๆ เพราะการ์ดไม่ค่อยแข็งแรงกันนัก อีกสองสัปดาห์ต้องรอดูกัน ว่าภายในประเทศจะยังเป็นศูนย์หรือไม่ หรือจะขึ้น จะขึ้นเท่าใด บอกตรงๆ ไม่อยากให้ขึ้นเลยครับ…

ที่มา : เฟซบุ๊กThira Woratanarat