สนธิญาณฟันธงลุงตู่เห็นด้วยเปลี่ยน กก.บห.พปชร.เท่ากับเปลี่ยนหัวหน้าและเลขาพรรค รู้ ลุงป้อม ทำเพื่อใคร

0

ในรายการ สนธิญาณ ชัด ครบ จบ จริง” ทางช่องสถาบันทิศทางไทย เผยแพร่ผ่านทางยูทูป  ทางด้าน สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม” ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกระแสข่าวที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ จะเข้าไปนั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และการปูทางสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไปนั้น 

โดย “สนธิญาณ”ระบุว่า ปัญหาเรื่องพรรคพลังประชารัฐ ถามกันมามากว่าท่าทีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ เพราะกระแสข่าวที่ถูกเปิดขึ้นมานั้น คือพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ อยากขึ้นมานั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อที่จะชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากลุงตู่ หรือว่าจะรอคิวเป็นนายกรัฐมนตรีลำดับต่อไป เป็นการวางแผนที่จะขึ้นสู่อำนาจ เป็นความทะเยอทะยานใช่หรือไม่

ข่าวถูกปล่อยเป็นแบบนี้คำถามจึงมีเข้ามามาก ดังนั้นจะลำดับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเมื่อนักข่าวไปถามพลเอกประยุทธ์เรื่องการปรับเปลี่ยนหัวหน้าพรรคและการปรับคณะรัฐมนตรี ครม. พลเอกประยุทธ์มีความเห็นอย่างไร

โดยนายกระบุว่า “เป็นธรรมดาของพรรคเขาที่จะมีการปรับคณะกรรมการบริหารพรรค ก็เรื่องของเขา เป็นเรื่องของพรรคพลังประชารัฐ ผมก็เห็นหลายพรรคเขาก็ปรับกรรมการบริหารพรรคมาตลอด ครั้งนี้ก็อย่าลืมว่าเขาจัดตั้งมาก่อนเลือกตั้ง มันก็นานพอสมควรแล้ว ก็เป็นเรื่องของเขาที่จะพิจารณาต่างๆ อย่าเอาผมไปเกี่ยวเลย ผมไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค เป็นเรื่องของพรรค ไม่เกี่ยวกับเรื่อง ครม.”

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

“สนธิญาณ”กล่าวต่อ ดูเหมือนว่านายกลุงตู่แยกชัด แต่ตนเรียนว่า พรรคถ้ามาทำแบบนี้ และทำให้กระทบกระเทือนเสถียรภาพรัฐบาล เพราะว่าประชาชนเบื่อหน่ายสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น รับรองได้ว่าโดนนายกลุงตู่จวกไปแล้ว

แต่คำตอบนี้ไม่ได้จวก เป็นเรื่องของพรรคเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องทำ และ “ก็อย่าลืมว่าเขาจัดตั้งมาก่อนเลือกตั้ง มันก็นานพอสมควรแล้ว ก็เป็นเรื่องของเขาที่จะพิจารณา” คำว่านานพอสมควรแล้วหมายความว่ามันถึงเวลาเหมาะสมใช่หรือไม่ ต้องไปคิดและพิจารณาเอาเอง ซึ่งนี่คือท่าทีของนายกลุงตู่

มาดูทางด้านพลเอกประวิตร โดยข้อเท็จจริงตนได้เรียนมาโดยตลอดว่า พี่น้อง3ป. เขาผูกเป็น ผูกตายกันมาตั้งแต่ยึดอำนาจเมื่อปี 2549 จนมาถึงยึดอำนาจเมื่อปี 2557 ไม่ต้องนับประวัติศาสตร์ตั้งแต่ครั้งเป็นร้อยตรี … “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา-พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา-พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ” นอนบ้านหลังเดียวกัน  ไม่ต้องนับ “บูรพาพยัคฆ์” เอาเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นจะเห็นได้ว่าทั้งสามคนมีความผูกพันกันอย่างไร “สนธิญาณ”กล่าว

และสำหรับคำถามพลเอกประวิตรบ้าอำนาจทะเยอทะยานจริงหรือไม่? ต้องดูสิ่งที่พลเอกประวิตรได้ให้สัมภาษณ์ไว้ เมื่อนักข่าวถามว่ามาเป็นหัวหน้าพรรคหวังจะเป็นนายกหรือไม่ พลเอกประวิตรตอบว่า “นายกจบ ผมก็จบ ผมไม่เล่นไม่เอาต่อ ใครบอกว่าผมจะมาแทนนายก ไม่มีแทน ไม่เอา ผมไม่เป็น ผมช่วยนายกอย่างเดียว”  นี่คือสิ่งที่พลเอกประวิตรพูด

“สนธิญาณ”กล่าวต่อด้วยว่า เพราะฉะนั้นถามว่าที่พลเอกประวิตรจะเข้าไปเป็นหัวหน้าพรรคเพราะทะเยอทะยานเหมือนกับที่สื่ออาวุโสบางคนบอกว่าจะหามเอาคนแก่มาเป็นหัวหน้าพรรคซึ่งตลกมากสื่ออาวุโสคนนั้น อายุ 73 ปีพลเอกประวิตรอายุ 74 ปี

ที่หยิบยกมาให้เห็นนั้นเป็นเรื่องที่พลเอกประวิตรแสดงท่าทีชัดเจนว่าทั้งหมดทำเพื่อนายกลุงตู่ หากถามว่าพลเอกประวิตรเคยทำแบบนี้มาแล้วหรือไม่ ตอบ..เคยทำมาแล้ว โดยหักเพื่อนรักที่ชื่อ “หม่อมอุ๋ย-ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ” ซึ่งเป็นเพื่อนรัก “เซนต์คาเบรียล คอนเนกชั่น” จับมือรักผูกพันกัน เชิญหม่อมอุ๋ยมาเป็นรองประธานมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ5จังหวัด ท้ายที่สุดพลเอกประยุทธ์ต้องการเอาหม่อมอุ๋ยออกจากครม.เศรษฐกิจ เอาทีมดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มาแทน ซึ่งพลเอกประวิตรยอมหักกับหม่อมอุ๋ย เพื่อหนุนน้องตู่สุดที่รัก เป็นสิ่งที่พลเอกประวิตรได้พิสูจน์ให้นายกลุงตู่เห็นมาแล้ว

“สนธิญาณ”สรุปว่า ดังนั้นเที่ยวนี้ถามว่าจะมาเป็นหัวหน้าพรรคเพราะเหตุผลอะไรนั้น โดยก่อนหน้านี้พรรคพลังประชารัฐเละตุ้มเป๊ะ เพราะหัวหน้าพรรคกับเลขาธิการพรรคไม่ได้เป็นหัวหน้าและเลขาธิการตัวจริง เป็นในทางกฎหมาย แต่ในการบริหารพรรค เป็นเรื่องของพลเอกประวิตรในฐานะกรรมการยุทธศาสตร์ แต่อำนาจทางกฎหมายไม่มี  เมื่อเกิดการช่วงชิงความสำคัญ/ผลประโยชน์/ตำแหน่ง ระหว่างส.ส.ในพรรค นักการเมืองที่ไม่ได้เรื่องทั้งหลายทำให้เกิดสภาพที่พี่น้อง3ป.ต้องขบคิดกันหรือไม่ ว่าจะต้องให้พลเอกประวิตรเข้าไปคุมพรรคให้อยู่หมัด เพื่อพลเอกประยุทธ์จะได้บริหารราชการในฐานะนายกรัฐมนตรีได้อย่างสงบ นี่คือประเด็น ส่วนประเด็นการปรับครม.หรือไม่ต้องติดตามกันในตอนต่อไป