หญิงวัย 50 เสียชีวิต บริจาคอวัยวะช่วยผู้ป่วยอื่น 4 คน ครอบครัวยินดีได้สร้างกุศลยิ่งใหญ่

0

น.ส.วิไลวรรณ เลิศสงคราม อายุ 50 ปี ชาวอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ หลังประสบอุบัติเหตุทางถนนทำให้สมองตาย ญาติพี่น้องตัดสินใจบริจาคอวัยวะสำคัญทั้งดวงตา และไต ซึ่งสามารถนำไปช่วยชีวิตผู้ป่วยรายอื่นได้อีก 4 ชีวิต

พญ.นาตยา มิลล์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบึงกาฬ เปิดเผยว่า ได้ทำการผ่าตัดนำเอาอวัยวะต่าง ๆ ที่สำคัญ เช่น ดวงตา 2 ข้าง และไต 2 ข้าง ของ น.ส.วิไลวรรณ ที่ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มสมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก ถูกส่งตัวเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลบึงกาฬ

คณะแพทย์พยาบาลได้ช่วยกันดูแลรักษาจนสุดความสามารถแล้ว แต่เกิดสมองตาย จึงได้ปรึกษาหารือกับครอบครัวของผู้ป่วยทั้งคุณพ่อ และน้องสาวจนเป็นที่เข้าใจ จึงมีประสงค์จะบริจาคอวัยวะสำคัญดังกล่าวให้กับบุคคลอื่น จึงได้มีการผ่าตัดนำเอาอวัยวะสำคัญส่งต่อให้กับผู้ป่วยรายอื่นที่เข้าคิวรออยู่ โดยมีคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสภากาชาดไทยเดินทางมาลงมือผ่าตัดเอาอวัยวะ

ทั้งนี้ คณะแพทย์ได้ใช้เวลาผ่าตัดอวัยวะ ประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งหลังจากการผ่าตัดเสร็จคณะแพทย์ พยาบาล ทำการขอขมาและคารวะร่างผู้ป่วย ก่อนจะนำอวัยวะมีดวงตา 2 ข้าง และไต 2 ข้าง ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่งสภากาชาดไทย นำไปผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะให้กับผู้ป่วยรายอื่นต่อไป ซึ่งการเดินทางมารับและนำส่งอวัยวะในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 บึงกาฬอำนวยความสะดวกสนาม ฮ.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบึงกาฬ คอยอำนวยความสะดวก

ด้าน นายหนูใจ เลิศสงคราม อายุ 80 ปี พ่อของ น.ส.วิไลวรรณ เปิดเผยว่า ลูกสาวคนนี้เป็นคนที่ 3 ของลูก ๆ ทั้ง 5 คน ได้ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนตร์เสียหลักล้ม และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอำเภอโซ่พิสัย และส่งต่อมายังโรงพยาบาลบึงกาฬ ซึ่งแพทย์ได้แจ้งว่าสมองกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจนสมองตาย ไม่สามารถรักษาได้ จึงได้ปรึกษาทีมแพทย์ และครอบครัว ตกลงมอบอวัยวะให้กับแพทย์เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นที่ยังรอโอกาสอยู่

ส่วนน้องสาวของ น.ส.วิไลวรรณ กล่าวว่า ครั้งที่พี่สาวยังมีชีวิตอยู่ก็จะพูดคุยกันเป็นประจำ เวลาดูข่าวว่ามีการบริจาคอวัยวะ เอาไปช่วยเหลืออีกหลายชีวิตที่เขารออยู่ ไม่รู้ว่าเขาจะเอาอวัยวะของเราไหมเพราะเราทำงานหนัก ถ้าเขาเอาเราก็พร้อมที่จะให้ ถ้ามันเป็นประโยชน์กับคนอื่นหากว่าตายไปแล้ว ดีกว่าจะเอาไปเผาทิ้งสิ่งที่บริจาคไปจะช่วยได้หลายชีวิต ซึ่งก็คุยกันมาตลอด ที่สำคัญพี่สาวเป็นคนใจบุญและชอบทำบุญ

นายหนูใจ ผู้เป็นพ่อกล่าวทิ้งท้ายว่า ความรู้สึกหลังได้รู้จากหมอว่าลูกสาวสมองตายแล้ว อวัยวะต่าง ๆ ยังดีอยู่อยากจะทำบุญร่วมบริจาคอวัยวะให้กับลูกสาวไหม หลังได้ยินเท่านั้นแหละผมภูมิใจยินดีเลย ในชีวิตถือว่าครั้งนี้เป็นการทำบุญครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต