เราจะอยู่รอดได้ไหม ถ้าเราไม่มีอากาศหายใจ

0

นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าคนเรานั้นไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้หากขาดออกซิเจน แต่บางคนก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้

เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อสายเคเบิ้ลที่ยึดติดระหว่างนาย lemon กับเรือได้ขาดออกจากกัน ท่ออากาศหายใจ และสายสัญญาณสื่อสาร และตัวเขาก็จมลงสู่ก้นทะเล

ขณะที่เพื่อนๆของเขากำลังตื่นตระหนักกับสัญญาณชีวิตของนาย เลมอน ที่ริบหรี่ลง เลม่อนกลับไม่ได้ยินเสียงใดๆเลย ทันใดนั้น เขาก็ถูกเหล็กขนาดใหญ่เกี่ยวเขาไว้และจมลงไปก้นทะเลทางกลับสู่เรือของเขาถูกตัดขาด พร้อมกับความหวังที่จะกลับไปบนเรือนั้นริบหรี่ลงทุกที อากาศที่ใช้ก็เริ่มหมดลง เหลือเพียงอากาศสำรองทีสามารถใช้ได้เพียงแค่ 6-7 นาทีเท่านั้น แต่ใครจะไปรู้ ว่าเลมอนได้จมอยู่ใต้ก้นทะเลเป็นเวลากว่า 30 นาที โดยที่ไม่มีอากาศหายใจ

“ผมไม่แน่ใจว่าผมจะทำอย่างไรดีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” เลม่อนพูด “หลังของผมพึ่งสัมผัสพื้นทะเลไป และล้อมรอบไปด้วยความืดมิด ผมรู้สึกว่ามีอากาศอยู่น้อยนิด และความหวังของผมก็เช่นกัน”

เลม่อน เป็นนักดำน้ำที่ทำหน้าที่ในการซ่อมท่อน้ำมันที่อยู่ในบริเวณบ่อน้ำมัน ห่างออกไปประมาณ 204 กิโลเตร จากชายฝั่งตะวันออกของ Aberdeen ในประเทศสก็อตแลนด์ งานของเขาคือ ต้องใช้เวลาเกือบเดือน ที่นอน กิน และก่อสร้างอยู่ในห้องของเรือดำน้ำ ซึ่งถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเพียงแค่แผ่นเหล็กหน้าและกระจกใสที่มีความยาว 6 เมตร นักดำน้ำทั้งสามคน ต้องเจอกับแรงดันน้ำภายใต้ทะเลนั้น

มันเป็นความโดดเดี่ยวแปลกๆ เพราะนักดำน้ำเหล่านั้นสามารถติดต่อกับลูกเรือภายนอกห้องนั้นได้ แต่ขณะเดียวกัน ก็ไม่สามารถเห็นหน้าของลูกเรือเหล่านั้น ลูกทีมทั้งหมดต้องทำงานโดยขึ้นอยู่กับลูกเรือเหล่านั้น พวกเขาต้องอยู่ในห้องนั้นถึง 6 วัน ก่อนที่จะไปทำอย่างอื่นได้

มันเหมือนความสิ้นหวังกำลังคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ ผมจำได้ว่าผมกำลังถูกครอบงำจากความท้อแท้อยู่

“มันเป็นความรู้สึกแปลกๆ” เลม่อนพูด “เหมือนกับว่าคุณต้องอาศัยอยู่ภายในเรือที่เต็มไปด้วยผู้คนภายนอก ที่ห่างจากคุณเพียงแค่แผ่นเหล็กเพียงแผ่นเดียว”

“กลับจากดวงจันทร์ยังใช้เวลาเร็วกว่าออกจากทะเลลึกแห่งนี้”

การลดความดันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะว่าก๊าซไนโตรเจนที่นักดำน้ำสูดเข้าไปนั้น สามารถละลายเข้าไปในเลือดของพวกเขาในขณะที่อยู่ในภาวะความดันสูง แรงดันน้ำรอบๆตัวนั้นสามารถทำให้แก๊สไนโตรเจนกลายเป็นฟอกอกาศได้ในชั่วพริบตา ซึ่งอาจเกิดอันตรายกับนักประดาน้ำ อาจทำให้บาดเจ็บจนถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิตได้”

นักดำน้ำที่ทำงานนี้ อย่างไรก็ตามต้องทำงานผ่านความเสี่ยง สำหรับเลม่อนนั้น เขาก็ค่อนข้างกังวลกับคู่มั่นของเขา ซึ่งไม่ค่อยมีเวลาให้กันเท่าไรนัก

ในวันที่ 18 กันยายน 2012 เขาก็เริ่มงานปกติ กับเพื่อนร่วมทีมของขา Dave youasa และ Duncan allcock ทั้งสามคนก็ปีนไปที่ ระฆังดำน้ำที่ถูกส่งออกไปด้านล่างของเรือ สู่ก้นทะเล ที่ที่เขาสามารถทำงานซ่อมแซมของเขาต่อได้

“หลายๆครั้ง มันก็เป็นแค่การทำงานธรรมดาในออฟฟิส” เลม่อนกล่าว แต่มันก็ไม่เหมือนกับคนอื่นๆเพราะเขามีประสบการณ์มากกว่าแปดปีในการดำน้ำ “ในทะเลมันอาจจะดูยาก แต่มันก็ข้างล่างนั่นน้ำก็ใส”

ในทะเลนั้นอาจดูยาก แต่อย่างไรก็ตาม มันจะมีโซ่ที่คอยล้องกับตัวนักดำน้ำถูกควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์นำทางอยู่ เพื่อให้เขาสามารถทำงานใต้น้ำได้ดีขึ้น แต่ในขณะที่เลม่อนและ youasa กำลังทำงานของเขาอยู่นั้น ระบบ air lock ก็เกิดปัญหา ทำให้การระบุตำแหน่งนั้นผิดพลาด และเรือดำน้ำก็จมลงทันที ที่พื้นทะเลนั้น เสียงสัญญาณเตือนก็ดังขึ้น แต่พวกเขาก็พย่ายามปีนกลับมาที่ระฆังดำน้ำแต่ว่าเรือดำน้ำนั้นได้หล่นลงมาพร้อมกับท่อนเหล็กขนาดใหญ่

พวกเรามองหน้ากันแล้วก็รู้สึกว่าเริ่มแย่แล้ว

พอเราใกล้จะถึงแล้ว สายคล้องตัวของเลม่อนเกิดติดกับท่อนเหล็กที่กำลังจมลงไป ก่อนที่ที่จำทำให้เขาจมลงไปพร้อมกับเรือนั้น

“เดฟรู้สึกว่ามีบางย่างแปลกๆเข้ามาที่ด่านหลังเขา” เลม่อนกล่าว หลายๆคนบอกว่านี่เหมือนกับลมหายใจสุดท้ายของเขา “พวกเราร็สึกแปลกๆขณะที่มองหน้ากัน แล้วทันใดนั้น เราก็แยกจากกันทันที่เพราะว่าเรือดังผมออกไป ก่อนหน้านี้ผมคิดไม่มีอากาศให้หายใจด้านล่างนั้นแน่นอน เพราะว่าสายเคเบิ้ลมันรัดแน่นมาก

สายเคเบิ้ลที่คล้องตัวนั้น จะมีเชือกและสายไฟพันอยู่ แต่มันก็ถูกดึงให้ตึงขึ้นเรื่อยๆ เขาจึงเปิดอากาศสำรอง ก่อนที่จะจมลงไปจนถึงก้นทะเลในที่สุด

ในความมืดมิดนั้น เขาก็พยายามที่จะขึ้นมาด้านบนให้ได้ แต่ความหวังก็ลดลงไปเรื่อยๆ

ในภาวะที่เราขาดออกซิเจน ปกติแล้วร่างกายคนเราจะอยู่ได้เพียงไม่กี่นาทีแค่นั้นเอง เพราะกลไกร่างกายจะเริ่มเสียไปเรื่อยๆ

“ตอนที่ถึงก้นทะเล ผมไม่เห็นระฆังดำน้ำอีกแล้ว” เลม่อนพูด “ผมคำนวณอากาศที่ผมเหลืออยู่นั้น เหลือแค่ประมาณ 6-7 นาทีแค่นั้นเอง เลยคิดว่าคงจะไม่มีใครจะช่วยผมขึ้นไปได้อีกแล้ว”

ในภาวะขาดออกซิเจน คนเราไม่สามารถอยู่รอดได้นานนัก เพราะว่าระบบการทำงานของร่างกายจะพังลง สัญญาณกระแสประสาท ในสมองก็จะลดลงไปเรื่อยๆเช่นกัน  “การที่ขาดออกซิเจน มีโอกาสน้อยมากที่เราจะอยู่รอดได้” Mike Tipton หัวหน้าของนักวิทยาศาสตร์ในมหาลัย Portsmouthกล่าว “ปกติแล้วมนุษย์เราจะเก็บออกซิเจนได้ไว้ไม่มากนัก อาจจะแค่ลิตรกว่าแค่นั้น แต่การใช้ออกซิเจนในร่างกายนั้น ขึ้นอยู่กับระบบเผาผลาญของเรา”

ผู้ใหญ่จะสามารถเก็บอากาศได้ประมาณ 1/5 ลิตร ทุกๆหนึ่งนาที แต่ปริมาณการใช้ออกซิเจนของคนออกกำลังกายนั้น อาจสูงถึงสี่ลิตรต่อนาที

“หากเรามีความเครียด ก็จะทำให้ระบบการเผาผลาญในร่างกายสูงขึ้นได้เช่นกัน”

พวกเขามองเลม่อนอย่างสิ้นหวัง

กลับไปที่ศูนย์บัญชาการ ทางนั้นพยายามตามหาเขาโดยใช้หุ่นยนต์ดำน้ำ จากนั้น เขาก็เจอกับร่างของเลม่อน ที่ค่อยๆเคลื่อนไหวช้าลงเรื่อยๆ

“ผมจำได้ว่าผมสูดอากาศที่เหลืออย่างเต็มที่ก่อนที่จะรู้สึกง่วงและภาพก็ตัดไป ผมจำได้ว่าผมรู้สึกโกรธและอยากขอโทษคู่มั่นของเขา ที่ไม่มีเวลาให้เขาเท่าไรนัก

ใช้เวลาเกือบ 30 นาทีก่อนที่จะสามารถเข้าไปถึงตัวของเลม่อนที่จมอยู่ใต้ทะเลได้ หลังจากช่วยขึ้นมาได้แล้ว เขาก็ทำการผายปอดแล้วทันใดนั้น เลม่อนก็ฟื้นขึ้นมา

ความจริงแล้วเลม่อนน่าจะตายไปนานแล้ว ถ้าจมอยู่ใต้ทะเลนานขนาดนั้น

“ผมรู้สึกเหมือนว่ามีแสงไฟสลัวๆ ก่อนที่ผมจะตื่นขึ้น” เล่ม่อนพูด “ผมเห็นเดฟเหนื่อยมาก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไม จนกระทั่งผ่านมาสองสามวันถึงได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม” นี่ก็ผ่านมากว่า 7 ปีแล้ว ที่เลม่อนยังมีชีวิตอยู่ได้นับจากเหตุการณ์นั้นๆ ซึ่งความจริงแล้วเขาควรจะตายไปนานแล้ว

“การที่สมองเย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว จะทำให้สมองสามารถอยู่ได้โดยที่ไม่มีออกซิเจนได้นานขึ้น” Tipton พูด “ถ้าเราลดอุณหภูมิลงจนถึง 30 องศา เราจะสามารถอยู่ได้นานขึ้น 10 – 20 นาที แต่หากว่าสมองเราเย็นไปถึง 20 องศา เราอาจจะอยู่ได้ถึงหนึ่งชั่วโมงในภาวะขาดออกซิเจน

นอกจากนี้ นักดำน้ำต้องสูดอากาศที่มีความดันสูง ซึ่งส่งผลให้ออกซิเจน สามารถละลายเข้าไปในน้ำเลือด และ เนื่อเยื่อของเขา ทำให้สามารถเก็บออกซิเจนได้นานขึ้น

อาการขาดออกซิเจน

ปกติแล้วหลายๆอาชีพที่นอกจากเป็นนักดำน้ำ ก็อาจเกิดอาการขาดออกซิเจนได้เช่นกัน เช่น นักดับเพลิง หรือ คนขับเครื่องบินเจ็ท ที่ต้องคอยใส่เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา  ในภาวะที่ขาดออกซิเจนอย่างมาก เราเรียกว่าอาการ Hypoxia ที่อาจเกิดขึ้นกับนักปีนเขา ที่ต้องเจอกับอากาศที่เบาบางด้านบน ซึ่งนี่เป็สาเหตุหลักให้เกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ หากระดับออกซิเจนในเลือดเราลดลง อาจจะทำให้เกิดภาวะ สมองขาดออกซิเจน นำไปสู่อาการสับสน และ ความสามารถในการตัดสินใจอาจจะลดลง

นอกจากนี้ คนไข้ที่เป็น stroke ก็เสี่ยงกับการขาดออกซิเจนได้จากหลอดเลือดที่อุดตัน ทำให้ไม่สามารถส่งออกซิเจนไปเลี้ยงสมองและเกิดอาการ hypoxia ได้

หลังจากขาดอากาศแล้ว อาจจะเกิดโรคต่างๆตามมาจากอาการ Hypoxia เริ่มจากสูญเสียการมองเห็น ระบบประสาทบกพร่อง หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้

เด็กและผู้หญิงมีโอกาสรอดสูงกว่าในสถานการณ์เดียวกับเลม่อน เนื่องจากร่างกายจะเย็นเร็วกว่าผู้ชาย

เลม่อนรอดจากอาการขาดออกซิเจน แต่ยังมีคนที่น่าทึ่งกว่านั้น  Tipton บอกว่ามีเคสที่ขาดอากาศแบบเลม่อนมากมาย หนึ่งในนั้นคือเด็กหญิงคนหนึ่งที่ขาดอากาศไปกว่า 66 นาที  แล้วรอดชีวิตกลับมาได้จากการจมน้ำ

“เด็กและผู้หญิงมีแนวโมที่จะรอดสูงกว่า เนื่องจากตัวเล็กกว่า และร่างกายเย็นตัวเร็วกว่าเยอะ” Tipton กล่าว

ในสถาณการณ์ที่นักดำน้ำเช่นเลม่อนเจอนั้น เป็นเหมือนการเตรียมร่างกายให้พร้อมที่จะเจอกับสถาณการณ์สุดโต่ง นักวิจัยชาวนอรเวย์จาก NTNU กล่าวว่า นักดำน้ำสามารถปรับตัวตามสิ่งแวดล้อมในร่างกาย โดยเม็ดเลือดของพวกเขาจะปรับตัวให้เข้ากับเหตุการณ์สถาณการณ์ได้

“เราคนพบยีนที่มีส่วนช่วยในการขนส่งออกซิเจน” Ingrid Eftedal หัวหน้านักวิจัยใน NTNU กล่าว ออกซิเจนจะถูกขนส่งผ่านโปรตีนที่ชื่อ ฮีโมโกลบิน ซึ่งเราจะเห็นยีนเหล่านี้จากฮีโมโกลบิน ที่คอยปรับตัวในสถาณการณ์คับขัน”

เหล่านักวิจัยเชื่อว่าร่างกายเรามีการตอบสนองต่อความเข้มข้นของออกซิเจนที่เราหายใจเข้าไปใต้น้ำ มันเป็นไปได้ว่า ร่างกายเราสามารถปรับตัวให้ปล่อยออกซิเจนเข้าไปในร่างกายช้าลง ส่งผลให้เราสามารถจัดการกับปริมาณออกซิเจนได้นานขึ้น การวอร์มร่างกายก่นอดำน้ำ มีส่วนช่วยในการลดโอกาสการเกิดตระคริวได้

จาการศึกษาวิจัย พบว่า นักดำน้ำหลายๆคนามารถปรับตัวกับปริมาณออกซิเจนที่มีจำกัดได้ ในประเทศอินโดนีเซีย เคยมีคนที่ดำน้ำลงไปโดยที่ไม่ใช้เครื่องดำน้ำลงไปได้มากกว่า 70m ในขณะที่ลงไปเพื่อหาปลา

 นักวิจัยด้านวิวัฒนาการพบว่า ชนเผ่า Bajau ที่ล่าปลาในทะเลด้วยหอกนั้น มีขนาดของม้ามใหญ่กว่าคนทั่วๆไปประมาณ 50%

คาดว่าการที่เรามีม้ามขนาดใหญ่ อาจเป็นส่วนช่วยให้เราสามารถกลั้นหายใจได้นานมากยิ่งขึ้น

ม้าม เป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยให้คนเราสมารถดำน้ำแบบ free dive ได้นานขึ้น

“ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีพฤติกรรมหนึ่งเรียก Dive reflex สำหรับในคนนั้น จะเกิดขึ้นเมื่อเรากลั้นหายใจ และดำน้ำลงไป เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ม้ามจะเกิดการบีบตัว และทำหน้าที่เหมือนกับเป็นที่กักเก็บเลือดที่มีออกซิเจนสูงสำหรับใช้ใต้น้ำ จากนั้น ม้ามจะค่อยๆบีบตัว เพื่อส่งเลือดที่มีออกซิเจนสูงไปเลี้ยงร่างกายเรื่อยๆ เหมือนกับการมีแท้งสำหรับช่วยหายใจในการดำน้ำ

ยิ่งมีม้ามที่ใหญ่เท่าไหร่ เรายิ่งกลั้นหายใจได้นานเท่านั้น ซึ่งนักดำน้ำบางคนใน Bajau สามารถกลั้นหายใจได้นานถึง 13 นาทีเลยทีเดียว

https://www.bbc.com/future/article/20190423-the-man-who-ran-out-of-air-at-the-bottom-of-the-ocean