นพ.จุฬาฯสุดทน!พวกแถเอาการเมืองมาป่วนโรค ลต.ครั้งหน้าปชช.รู้ใครดี-เลว?

0

จากที่วันนี้(29พ.ค.63) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 แถลงมีผู้ป่วยรายใหม่ 11 รายทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,076 ราย หายป่วยสะสม 2,945 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม

ขณะที่วันเดียวกันนี้(29 พ.ค.63)  รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความถึงสถานการณ์ดังกล่าวลงในเฟซบุ๊กด้วยว่า 11 คน…เลขสองหลักติดต่อกันเป็นวันที่ 2 รวมแล้วติดเชื้อไปทั้งสิ้น 3,076 คน

มีคนอยู่จำนวนหนึ่งที่มักเลี่ยงบาลี และกล่าวโทษว่ารัฐใช้ยาแรงเกินเหตุ ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ บังคับล็อคดาวน์เป็นระยะเวลานาน จนลำบากกันถ้วนหน้า ด้วยการนำเสนอข่าวให้สาธารณะได้เข้าใจกันผิดๆ ว่า โรคระบาดไม่เห็นรุนแรงเท่าที่ได้มีการคาดการณ์ไว้หลายแสนคนเลย เอาเข้าจริงก็แค่สามพันเอง

คนประเภทเหล่านั้นน่าสงสารนะครับในสายตาของผม การที่หลายต่อหลายคนรวมถึงรัฐบาลได้ทำ”คุณประโยชน์”ให้ ด้วยการรักษาชีวิต ป้องกันการติดเชื้อ จนควบคุมได้เหลือระดับพันนั้น น่ายินดีอย่างยิ่ง ที่เราเหลือระดับหลักพันนี้ เป็นผลจากการที่รัฐตัดสินใจเชื่อคำแนะนำของทีมโรงเรียนแพทย์ ไม่เชื่อลมปากของเหล่าการเมืองและวงอำนาจเดิม

ตัดสินใจปรับเปลี่ยนวงจรบริหารจัดการ และปรับมาตรการให้เข้มข้นต่างจากเดิมราวฟ้ากับเหว อย่างทันเวลา  เราจึงไม่ติดเชื้อลามไปหลักแสน เหลือเพียงหลักพัน…โปรดเข้าใจไว้ด้วย ถ้าไม่ปรับมาตรการ ณ เวลานั้น การติดเชื้อจะลามทวีคูณจนคุมไม่อยู่ และมีแนวโน้มบานปลายเหมือนอเมริกา ยุโรป หรือประเทศอื่นๆ ได้ นี่คือความจริงที่อธิบายว่า เหตุใดเราจึงคุมอยู่จนมีสถานการณ์ดีกว่าประเทศอื่นๆ หลายต่อหลายประเทศ

ยิ่งแถกันไปเท่าไหร่ ยิ่งเอาการเมืองการมุ้งมาป่วนมากเท่าไหร่ ยิ่งจะสำแดงให้เห็นชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า ประชาชนที่มีสติ มีปัญญา และติดตามสถานการณ์มาตลอด จะตัดสินใจได้ว่า เลือกตั้งครั้งถัดๆ ไป พรรคไหนคือเทพ พรรคไหนคือมาร อย่างแท้จริง เพราะสถานการณ์วิกฤติ คุกคามต่อชีวิตและสวัสดิภาพของประชาชนแบบโรคระบาดครั้งนี้ถือเป็นตัวพิสูจน์”การตัดสินใจ”ของคน

คนจะดีหรือไม่นั้นดูกันตอนยามวิกฤติที่คุกคามชีวิต ว่าเอาเข้าจริงแล้ว ให้ความสำคัญกับชีวิต หรือให้ความสำคัญกับการช่วงชิงโอกาสหาเสียง เอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่น บาปกรรมมากนะครับ  เอาล่ะ…ช่วงนี้เรากำลังจะปลดล็อคระยะที่สาม ส่วนตัวแล้วผมรอฟังศบค.ว่าจะวางแผนปลดล็อคอะไร อย่างไรบ้าง

อยากเน้นให้ระมัดระวังในการใช้ชีวิตมากๆ นะครับ รักตัวเอง รักครอบครัว ก็ควรใส่หน้ากากเสมอ ล้างมือบ่อยๆ รักษาระยะห่างจากคนอื่น พบปะคนให้น้อยลงสั้นลง ใช้เทคโนโลยีให้มากขึ้น เพื่อที่จะรักษาเนื้อรักษาตัว รอเวลาในการพัฒนายาและวัคซีน ศบค.ไม่ควรสู้ศึกหลายด้านในแต่ละครั้ง ระยะสาม ควรปลดเฉพาะกลุ่มกิจการที่แน่ใจว่ามีมาตรการป้องกันดีเพียงพอ และปลดการเดินทางระหว่างจังหวัด

สู้แค่นี้สำหรับระยะที่สามก็น่าจะพอแล้ว อย่าเพิ่งไปแตะเรื่องการโปรโมทการท่องเที่ยวเลยครับ สำหรับพวกเราทุกคน การปลดล็อคโรงหนัง ฟิตเนส และโรงเรียนนั้น ขอให้พิจารณาให้ดีถึงความจำเป็น และป้องกันตัวเองไว้เสมอ ในเดือนมิถุนายน น่าจะมีการเคลื่อนย้ายของประชากรมากขึ้นมาก การพบปะกันก็จะเยอะขึ้น และแน่นอนว่าความเสี่ยงจะสูงขึ้น เพราะเราไม่รู้ว่าคนที่เราเจอนั้นเค้าติดเชื้ออยู่ไหม คนติดเชื้อ 20-30% จะไม่มีอาการ  เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ

ที่มา : เฟซบุ๊กThira Woratanarat