เพนกวิน จะไม่ทนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้มีไว้ควบคุมโรคระบาด ไดอาร็อคคุ้นๆ “เราเป็นเจ้าของประเทศ”

0

เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์  จะไม่ทนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้มีไว้ควบคุมโรคระบาด ไดอาร็อคคุ้นๆ “เราเป็นเจ้าของประเทศ”

สืบเนื่องจากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เคาะประกาศต่ออายุ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน หรือที่เรียกเต็มๆว่า พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นครั้งที่3 ยืดไป 1 เดือน จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน

นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน  นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ แกนนำนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.)โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก เพนกวิน – Parit Chiwarak ว่า …ทุกวันนี้ พวกเราก็คงเห็นได้ชัดแล้วว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้มีไว้ควบคุมโรคระบาด แต่มีไว้ควบคุมประชาชน จะได้กอดอำนาจตัวเองไว้ต่อไปอีกนาน ๆ ถ้ารัฐบาลจะทำอย่างนั้น ก็ขอให้นึกถึงพี่น้องแรงงานหาเช้ากินค่ำที่ต้องเดือดร้อนจากมาตรการดังกล่าวด้วย ลำพังประชาชนเดือดร้อนจากโรคระบาดและสภาวะข้าวยากหมากแพงอยู่แล้ว ยังจะต้องมาเดือดร้อนเพราะมาตรการรัฐอีก ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความหวงอำนาจของคนไม่กี่คนเท่านั้น

การต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินคือการเหยียบย่ำซ้ำเติมประชาชน พอได้แล้วครับ อย่าเห็นประชาชนเป็นเบี้ยครับ เราเป็นเจ้าของประเทศ ถ้าไม่มีเราก็ไม่มีคุณ.

ทุกวันนี้ พวกเราก็คงเห็นได้ชัดแล้วว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้มีไว้ควบคุมโรคระบาด แต่มีไว้ควบคุมประชาชน…

Posted by เพนกวิน – พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak on Thursday, May 28, 2020

 

อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 28 พ.ค. 2563 นายพริษฐ์ พร้อมคณะ เดินทางไป ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล  ได้ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เรื่อง รัฐบาลต้องยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และแจกเงินเยียวยาให้ประชาชนอย่างทั่วหน้า

โดยแถลงการณ์ระบุว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548) ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 63 จนถึงสิ้นมิ.ย. 63 ซึ่งการขยายระยะเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สร้างความลำบากให้แก่ประชาชนจำนวนมาก ตลอดระยะเวลาสองเดือนที่มีการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน นั้นกลับมี เหตุการณ์จับกุมหรือข่มขู่ดำเนินคดีข้อหาละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กับนิสิตนักศึกษานักเคลื่อนไหวทางสังคม

และแม้กระทั่งประชาชนทั่วไปที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเกิดขึ้นหลายครั้ง โดยแต่ละครั้งเจ้าหน้าที่มักจะกล่าวหานิสิตนักศึกษาและประชาชนเหล่านั้น กระทำการอันขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือสร้างความวุ่นวายในสังคม ไม่ได้กล่าวถึงการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่อย่างใด แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมโรคแต่ใช้เพื่อควบคุมประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล การขยายระยะเวลาการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงเป็นการช่วยโอกาสปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยใช้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นข้ออ้างเท่านั้น

การขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สร้างความลำบากให้กับประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ใช้แรงงานที่ขาดแคลนรายได้เนื่องจากถูกเลิกจ้างหรือไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ อีกทั้งมาตรการจำกัดการออกจากเคหะสถานในยามวิกาล (เคอร์ฟิว) ยังส่งผลให้ประชาชนและพี่น้องผู้ใช้แรงงานที่ทำงานในช่วงกลางคืนประสบความยากลำบากในการเดินทาง รัฐบาลยังไม่ให้ความสำคัญกับการเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนดังจะเห็นว่ามาตรการเยียวยาของรัฐบาลที่ดำเนินไปแล้วเต็มไปด้วยความล่าช้าและไร้ประสิทธิภาพ เป็นผลให้ประชาชนจำนวนมากตกหล่นจากมาตรการเยียวยาของรัฐ โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบและแรงงานในภาคเกษตรกรรม การขยายอายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพียงเพื่อให้รัฐบาลได้รักษาอำนาจของตนไว้ จึงถือเป็นการซ้ำเติมประชาชนอย่างเลือดเย็นและยังเป็นการดูถูกประชาชนอย่างที่สุด

ในขณะนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคระบาดได้ทุเลาความรุนแรงลงไปมาก ดังจะเห็นได้จากจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตลดลงจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดใช้เชื้อโรคเป็นข้ออ้างในการเหยียบหยามประชาชน

พวกเรานิสิตนักศึกษานักเรียนและผู้ใช้แรงงานจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ ดังต่อไปนี้

1.ยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และนำกฎหมายที่สามารถใช้ควบคุมโรคแต่ไม่สามารถใช้จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน เช่น พระราชบัญญัติโรคระบาดร้ายแรง พ.ศ.2558 มาใช้แทน

2.เยียวยาประชาชนทุกคนอย่างถ้วนหน้า โดยผู้ใช้แรงงานทุกภาคส่วนเช่นแรงงานนอกระบบประกันสังคม แรงงานที่จ้างตัวเอง แรงงานในภาคเกษตรกรรม ต้องได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียม เพื่อให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างทั่วถึงเท่าเทียมและทันท่วงที

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่ามกลางสถานการณ์อันยากลำบากเช่นนี้ รัฐบาลจะยึดถือประโยชน์ของประชาชนมากกว่าการรักษาอำนาจตัวเอง เพราะประเทศไทยย่อมเป็นของประชาชนไทยทุกคน