จตุพรกล้าพูด! ติดคุกเพราะพูดความจริง ปูดอีก1-2เดือนรู้ชะตา เตือนม็อบไร้แกนนำแรงกว่าพฤษภาทมิฬ?

0

จากที่วันนี้(18 พ.ค.63) จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ออกมาพูดถึงเหตุการณ์พฤษภาปี35 โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจใจบางช่วงว่า ฝ่ายปราบปรามเชื่อว่า ถ้าจับแกนนำได้แล้ว

“เมื่อการชุมนุมไร้แกนนำก็จะยุติ แต่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะการชุมนุมไร้แกนนำนำได้ไปสู่การล้อมปราบในคืนวันที่ 18 พ.ค. 2535 จนมีคนตายร่วมสูญหายร่วม 80 ชีวิต บาดเจ็บกว่า 6,000 คน ส่วนกรณีคณะก้าวหน้ายิงแสงเลเซอร์ตามหาความจริงนั้น ตนอยู่ในจุดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงต้องลุกขึ้นมาอธิบายเหตุการณ์ หากอธิบายไม่ระมัดระวังแล้ว ย่อมเกิดความย่อยยับอีกเช่นเคย เพราะความจริงจะเป็นเช่นไรนั้น

ทุกคนที่เกี่ยวข้องย่อมรู้ดีหมด แต่เป็นความจริงที่คนพูดความจริงต้องกลายเป็นคนผิดเสมอ เหตุการณ์พฤษภา 2553 เป็นความตายที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นคนไม่จงรักภักดี เป็นพวกเผาบ้านเผาเมือง ทั้งที่ทุกศพตายก่อนไฟไหม้ทั้งสิ้น ยกเว้น 6 ศพวัดปทุมที่ตายพร้อมไฟไหม้ ตลอดเวลา เราทวงความยุติธรรมให้กับคนตาย ซึ่งสู้ไม่ได้เลย บรรดาสารพัดโฆษกออกมายกตัวอย่างนั้น เอาเถอะท่านเป็นฝ่ายชนะ ผมเป็นฝ่ายตาย เป็นฝ่ายติดคุก ดีไม่อธิบายว่า พวกผมตายกันเองตามวาทกรรมฆ่ากันเอง แต่พวกผมรักกันมาก

6 ศพวัดปทุมฯ ถ้าไปดูสำนวนพลิกศพแล้ว จะรู้ว่า แต่ละศพเขาตายให้กัน ศพหนึ่งตาย ศพที่สองไปช่วยศพที่หนึ่ง ศพที่สามไปช่วยศพที่สอง ศพที่สี่ไปช่วยศพที่สาม ศพที่ห้าไปช่วยศพที่สี่ และศพที่หกไปช่วยศพที่ห้า นั่นละหรือครับฆ่ากันเอง เหตุการณ์ทั้งปวง พ่อแม่วีรชนอยู่ท่ามกลางความเจ็บปวด แกนนำต่อสู้ทำหน้าที่เยียวยาประคับประคองหัวใจ และต้องต่อสู้คดีในชั้นศาล เมื่อมีการพูดแต่เอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่น

แต่ถามจริงเชื่อแบบนี้หรือ ความตายร่วม 100 ศพ เขาตายจากอะไร และ 6 ศพวัดปทุมฯชันสูตรแล้วไม่มีเขม่าดินปืน ตนพูดความจริงมาตลอดจนต้องเข้าคุก และยิ่งตามหาความจริงยิ่งเจ็บปวด เพราะฝ่ายตายเป็นฝ่ายผิด ด้วยเหตุนี้ วันที่18 พ.ค.จึงเป็นรอยต่อประวัติศาสตร์ที่สำคัญ และการยึดอำนาจในปี 2557 ก็เป็นรอยต่อจากปี 2553

นอกจากนี้ประธานนปช.ยังกล่าวอีกว่า การยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน เป็นการเริ่มต้นของการพลิกฟื้น เพราะสถานการณ์โลกไม่ได้เอื้ออะไรเลย แล้วในประเทศลำบาก เราจะอยู่กันอย่างไร เพราะไม่ได้คิดแบบเอาใจเขามาใส่ใจเรา เคยบอกว่า ม็อบที่น่ากลัวคือ ม็อบไร้แกนนำปี 2535 ไม่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่ปีนี้อีก 1-2 เดือนก็รู้ชะตากันแล้วว่า อะไรรออยู่ และจะเอาไม่อยู่ ที่นำเสนอทั้งหมดไม่ได้เสนอเพื่อล้ม ถ้าต้องการให้ล้มต้องนั่งรอ

อย่างไรก็มาถึง ที่ต้องนำเสนอ เพราะไม่ต้องการให้ใครต้องบาดเจ็บล้มตายกันอีก และผมไม่ต้องการให้พฤษภาทมิฬรอบสองเกิดขึ้นมาอีก เพราะผมรู้ว่า มันจะแรงกว่า รอบที่หนึ่ง เพราะรอบที่หนึ่งไม่มีปัญหาเศรษฐกิจ แต่รอบนี้มาพร้อมปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เมื่อวันที่17 พ.ค. ที่อนุสาวรีย์วีรชนเดือนพฤษภา ภาวนาในใจว่า อย่าให้เกิดขึ้นมาอีก ได้ไปร่วมงานรำลึกเหตุการณ์พฤษภา 2535 และร่วมย้ายกระดูกวีรชนไปฝากไว้วัดชนะสงคราม เพราะจะใช้พื้นที่สร้างอนุสาวรีย์วีรชนพฤษภา 2535

“เป็นเรื่องของฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการเท่านั้น ดังนั้น ทุกฝ่ายแม้มีความเชื่อทางการเมืองอย่างไรเมื่อถึง 17 พ.ค.ของทุกปี จะมาร่วมงานกันที่สวนสันติพร ส่วนวันที่ 19 พ.ค.นี้ นปช.จะทำบุญที่วัดนวลจันทร์ เพื่ออุทิศบุญกุศลให้วีรชนที่ตายจากการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อพฤษภา 2553 ขอเชิญชวนพี่น้องมาร่วมงาน ตั้งแต่เวลา 7.00 น.” นายจตุพร กล่าว

ที่มา : เฟซบุ๊กไลฟ์รายการ PEACE TALK