สหภาพฯบินไทย แถลงไม่เห็นด้วยแผนฟื้นฟู “คลัง” พ้นความเป็นรัฐวิสาหกิจ

0
901
สหภาพฯบินไทย

สหภาพฯ การบินไทย ออกแถลงการณ์ ไม่เห็นด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของกระทรวงคมนาคม เสนอคลังลดสัดส่วนถือหุ้น หลุดจากสถานภาพรัฐวิสาหกิจ

สหภาพแรงงาน รัฐวิสาหกิจ การบินไทย ได้ติดตาม ความคืบหน้า ในการดำเนินการเพื่อเสนอ แผนฟื้นฟู กิจการบริษัทการบินไทย มาโดยตลอดและ ได้รับทราบ ข้อมูลล่าสุด ของแผนฟื้นฟูที่กระทรวงคมนาคมได้เสนอ คนร. พิจารณา มี 2 ประเด็น คือ

1. เสนอให้ บริษัท การบินไทย ใช้กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งบรรจุ อยู่ในกฎหมายล้มละลาย โดยผ่านกระบวนการ ศาลล้มละลายกลาง ซึ่งเป็นทางเลือกในการฟื้นฟูบริษัท สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยเห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าวและเชื่อมั่นว่าข้อเสนอของกระทรวงคมนาคม ในประเด็นนี้จะส่งผลดีกับบริษัท การบินไทยที่จะฟื้นฟูได้จริงและสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่าง มีประสิทธิภาพและผลกำไรดีกว่าเดิม

2. ประเด็นที่กระทรวงคมนาคม เสนอให้กระทรวงการคลังลดสัดส่วน การถือครองหุ้นโดยกระทรวงการคลัง ลงมา 2% นั้น สภาพฯ ขอแสดงจุดยืนคัดค้านตามข้อเสนอของกระทรวงคมนาคม ในประเด็นนี้ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

2.1 บริษัทการบินไทยกำลังเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการโดยกระบวนการทางศาล ดังนั้นการที่กระทรวงการคลังจะลดสัดส่วนการถือครองหุ้น ของบริษัทในเวลานี้ อาจจะส่งผลให้เจ้าหนี้ยื่นคัดค้านการร้องขอต่อศาล ในการขอฟื้นฟูกิจการโดยอาศัยบทบัญญัติในกฎหมายล้มละลายได้ เนื่องจากการที่บริษัทสามารถออกหุ้นกู้ และหรือขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศเจ้าหนี้และนักลงทุนมีความเชื่อมั่นในบริษัทได้ ก็โดยอาศัยสถานะ อาศัยสถานะ ความเป็นรัฐวิสาหกิจของบริษัท ดังนั้น การลดสัดส่วนหุ้นของกระทรวงการคลัง ในช่วงที่บริษัท กำลังจะเข้าแผนฟื้นฟู จึงเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของบริษัท ในสายตาของเจ้าหนี้และนักลงทุน

2.2 การลดสัดส่วนหุ้นของกระทรวงการคลังลงเหลือต่ำกว่า 50% จะ ส่งผลทำให้สภาพ แรงงาน รัฐวิสาหกิจ การบินไทยถูกควบคุมโดย ตามกฎหมาย (พ.ร.บ .แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ 2543 )ซึ่งจะส่งผล ทำให้พนักงานของบริษัท ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ในช่วงการ ดำเนินการตามแผนฟื้นฟูซึ่งในแผนฟื้นฟูฯ จะต้องมีการปรับลด พนักงาน ลด หรือยุบบางตำแหน่งงาน รวมถึง ลดสิทธิประโยชน์ และสวัสดิการอื่นๆบางประการ ของพนักงาน ดังนั้น การลดสัดส่วนหุ้น ของกระทรวงการคลังในช่วงนี้จึงอาจทำให้ถูกมองได้ว่า ไม่มีความจริงใจ ในการสนับสนุน การคุ้มครองแรงงาน ตามวิถีทางของกฎหมาย คุ้มครองแรงงาน และเลือกปฏิบัติ ในแนวทางที่ไม่คำนึงถึงสิทธิของลูกจ้าง สภาพจึงไม่เห็นด้วยในการลดสัดส่วนการถือหุ้นของกระทรวงการคลังและจะคัดค้านจนถึงที่สุด