Thai Move Talk : ถาม!! เลือดที่อยากหลั่งถ้าเป็นเลือดของ แม่ ภรรยา หรือลูก ของธนาธรยอมได้หรือไม่

0

ในรายการ “Thai Move Talk” ทางช่องสถาบันทิศทางไทย เผยแพร่ผ่านทางยูทูป  โดย“สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม” ได้แสดงความคิดเห็นทางการเมืองในหัวข้อ.. ถาม!! เลือดที่อยากหลั่งถ้าเป็นเลือดของ แม่ ภรรยา หรือลูก ของธนาธรยอมได้หรือไม่

“สนธิญาณ” เริ่มต้นกล่าวว่า ต่อเนื่องจากทำประกาศของ “ธนาธร จึงรุ่งเรื่องกิจ” เรื่องการแก้ไขรัฐธรมนูญ ว่ามีทางเลือกอยู่ 2 ทาง ทางเลือกแรกก็คือต้องมีการหลั่งเลือดหากไม่มีการยินยอม หรือไม่ก็คือการยินยอมของทุกฝ่ายในการแก้รัฐธรรมนูญ

เรื่องนี้มีความซับซ้อนทางความคิดของ”ธนาธร” ว่าความหมายที่ต้องการจะแก้นั้นรวมความมาตั้งแต่ประเด็นแรก ประเด็นเดิมอันเกี่ยวเนื่องในเรืองของสถาบันพระมหากษัตริย์ตามทิศทาง อุดมการณ์ของ “ธนาธร” และพรรคอนาคตใหม่หรือไม่

ถ้าเป็นประเด็นนี้ สิ่งที่”ธนาธร”พูดในทางเลือกแรก ในการหลั่งเลือด มีโอกาสจะเกิดขึ้นแน่นอน โอกาสที่สองความหมายที่ว่าจะมีการยินยอมพร้อมใจจากทุกฝ่ายนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้

“มีคำถามว่าเลือดที่ธนาธรว่าจะต้องหลั่งนั้น เป็นเลือดของใคร เป็นเลือดของประชาชนที่มาชุมนุม เชียร์  “ธนาธร” ด้วยความรัก ความศรัทธา หรือว่าเป็นเลือดของประชาชนคนไทยอีกฝั่ง อีกฝ่าย หนึ่งที่ไม่รับกับแนวคิดของ “ธนาธร” หรือเป็นเลือดของทหาร ตำรวจ ข้าราชการที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพราะการชุมนุมในปัจจุบันต้องมีการขออนุญาต และหากมีการฝ่าฝืนหรือการเคลื่อนไหวที่แหลมคม และจะต้องมีการดำเนินการทางกฎหมาย นั้นหมายความว่าคือการหลั่งเลือดของธนาธรใช่หรือไม่” สนธิญาณตั้งคำถาม

สนธิญาณกล่าวต่อด้วยว่า เวลาจะหลั่งเลือดกันมันง่าย ประเด็นที่จะต้องศึกษาและเรียนรู้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ก็คือ เมื่อเกิดการหลั่งเลือด ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ 14ตุลา 2516 , 6 ตุลา2519 , พฤษภา 2535,การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในช่วงปี 2548-2549 ,การชุมนุมของพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดง 2552-2553 หรือการชุมนุมของพี่น้อง กปปส. 2556-2557 ทุกครั้งจะมีการแทรกแซง มีการผลักดันอยู่ข้างหลังจากคู่ความขัดแย้งของทั้ง 2 ฝ่าย ที่ต้องการให้เกิดความรุนแรงขึ้น เพื่อหวังที่จะได้ประโยชน์ จากสถานการณ์ของความรุนแรงนั้น

หลังจากเกิดเหตุการณ์แล้ว สิ่งที่ได้พบได้เห็นก็คือ ปรากฏวีรบุรุษของในเหตุการณ์ที่ทั้งบาดเจ็บ ล้มตาย  และชัดเจนคนที่บาดเจ็บ ล้มตาย  กลายเป็น “วีรบุรุษ” ไม่ต้องไปนับคนที่อยู่ข้างหลัง ทั้งที่เป็นพ่อ แม่ เป็นญาติพี่น้องของบุคคลเหล่านั้นจะคิดอะไร

แต่สิ่งที่ติดตามมาคือจะมีคนจำนวนหนึ่ง ที่ได้เสวยสุข ได้ประโยชน์ หลังจากที่เกิดเหตุการณ์นั้น ได้ตำแหน่งทางการเมือง ได้ประโยชน์ทางการเมืองติดตามมา และสิ่งที่เราได้เห็น ประโยชน์ทางการเมืองที่บุคคลเหล่านั้นได้ไม่เคยทำให้ประเทศเจริญรุ่งเรือง

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือวงจารอุบาท ที่กอบโกยจากการเมือง สร้างความร่ำรวยให้กับเครือข่ายพรรคพวกของตัวเอง เป็นวงจรอุบาทที่ไม่มีที่สิ้นสุด.. สนธิญาณกล่าวย้ำ

คำประกาศหลังเลือดของบาด “ธนาธร”  หลายคนที่เชียร์ อาจจะรู้สึกสะใจหรือว่ารอเวลา รอโอกาส ซึ่งตนเองเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เป็นความเป็นความตายเข้าไปเสี่ยงชีวิต ปี2519 ในเหตุการณ์ 6ตุลา อยู่ที่จ.นครศรีธรรมราชก็ต้องหนีหัวซุกหัวซุน เพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ส่งเสบียงให้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เป็นแนวร่วม  ต่อมาปี2520  เข้ามาอยู่ที่ม.รามคำแหง ก็เป็นผู้บุกเบิกขบวนการนักศึกษายุคใหม่ขึ้น จะต้องฝึกฝนกองกำลังติดอาวุธ เพื่อต่อสู้กับฝ่ายตรงกันข้ามที่เข้ามาลอบทำร้ายขบวนการนักศึกษาในขณะนั้น ที่ยังเหลือจากเหตุการณ์ 16ตุลา

สนธิญาณกล่าวอีกว่า ต่อมาพฤษภา 2535 ตนเป็นผู้ที่เข้าไปยึดรถดับเพลิงชุดแรก เพื่อจะฉีดน้ำใส่ตำรวจทหาร กันประชาชนกับทหารออกจากกัน เพราะเห็นว่าผู้ที่เคลื่อนมีอบบางส่วนเคลื่อนไหวเพราะต้องการให้เกิดความรุนแรง ไปที่ม.รามคำแหง เกือบจะมีการยิงกับ “จตุพร พรหมพันธุ์” เพราะเครือข่ายเพื่อนฟูงขอให้ไปช่วยจัดการ และเอาพรรคพวกที่ยังใช้อาวุธเป็น เพื่อไปตั้งรับกับฝ่ายทหารในม.รามตำแหง  ซึ่ง“จตุพร” ไม่เข้าใจถึงขนาดเกือบจะชักปืนยิงกัน  “วีระศักดิ์ พงศ์อักษร” ซึ่งเป็นผู้นำนักศึกษาอยู่ในขณะนั้น  อยู่ในเหตุการณ์

สำหรับเหตุการณ์ของกลุ่มพันธมิตรฯไม่ได้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง เห็นคนตายก็รู้สึกสะท้อนใจ  ส่วนเหตุการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี 2552-2553 รู้ว่ามีขบวนการแทรกซึมเพื่อต้องการให้มีคนตาย ที่เรียกว่า “ชายชุดดำ” เพื่อต้องการบีบบังคับ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ปลุกเร้าประชาชนขึ้นมีการเตรียมการได้แต่สะท้อนใจ เมื่อเห็นคนไทยด้วยกันเอง ต้องบาดเจ็บและล้มตายลง  ไม่ต้องนับ กปปส. ที่เข้าไปมีส่วนร่วม ตนรู้สึทุกครั้งเมื่อคิดถึงคนอื่นที่ต้องบาดเจ็บและเสีบชีวิต

“วันนี้มีคำถามต่อธนาธร ว่าตัวคุณเองพร้อมที่จะตายเป็นคนแรกหรือไม่ พร้อมที่จะหลั่งเลือดเป็นคนแรกหรือไม่ หรือถ้าเลือดที่คุณประกาศจะหลั่งนั้น เป็นเลือดของแม่คุณ ของภรรยาคุณ  ของลูกคุณ …คุณจะรู้สึกอย่างไร? คุณมีความรู้สึกที่พร้อมจะให้บุคคลอันเป็นที่รักของคุณหลั่งเลือดเพื่ออุดมการณ์ในการแก้รัฐธรรมนูญของคุณด้วยใช่หรือไม่”

ชมคลิป  https://www.youtube.com/watch?v=I50dKWgp1w4&feature=youtu.be&fbclid=IwAR1D0p6_os8jVTouoH_XMKIkcTLvtt823gEBr6QWi92n_CnBLpCvnf4uxTg