อิสราเอลห้าว จะเอาคืนอิหร่าน ขณะนานาชาติห้ามวุ่น ไม่อยากทำสงครามกับเตหะราน ผวาโดนขีปนาวุธโจมตี

0

จากกรณีที่วันนี้ (16 เมษายน 2567) สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานความคืบหน้าของสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง

โดยล่าสุด เฮอร์ซี ฮาเลวี เสนาธิการทหารของอิสราเอลได้กล่าว เมื่อวันที่ 15 เมษายน ว่าอิสราเอลจะตอบโต้การที่อิหร่านส่งโดรนและขีปนาวุธราว 300 ลูกโจมตีอิสราเอลเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากพันธมิตรของอิสราเอลให้ใช้ความยับยั้งชั่งใจเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางลุกลามบานปลายไปกว่านี้

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีสงครามเป็นครั้งที่ 2 ในระยะเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง เพื่อหารือถึงหนทางที่จะตอบโต้การโจมตีของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่อิหร่านทำการโจมตีโดยตรงต่ออิสราเอล ตามรายงานของแหล่งข่าวรัฐบาลอิสราเอล

ฮาเลวีกล่าวที่ฐานทัพอากาศเนวาติม ทางตอนใต้ของอิสราเอลที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธของอิหร่านเมื่อคืนวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมาว่า การยิงขีปนาวุธต่างๆ เช่น ขีปนาวุธนำวิถี และโดรนจำนวนมากเข้ามาในดินแดนของอิสราเอลจะต้องเจอกับการตอบโต้ อย่างไรก็ตาม ฮาเลวีไม่ได้ให้รายละเอียดว่าอิสราเอลจะทำการตอบโต้อิหร่านอย่างไร

การโจมตีในครั้งนี้ของอิหร่านมีขึ้นเพื่อโต้ตอบการที่อิสราเอลทำการโจมตีทางอากาศใส่แผนกกงสุลของสถานทูตอิหร่านในกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา และถึงแม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะช่วยยิงสกัดโดรนและขีปนาวุธของอิหร่านให้แก่อิสราเอล แต่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐได้บอกกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอลว่า สหรัฐจะไม่เข้าร่วมการโจมตีตอบโต้กลับต่ออิหร่านแต่อย่างใด ตามรายงานของเจ้าหน้าที่สหรัฐเมื่อวันที่ 14 เมษายน

นายโจเซฟ บอเรลล์ ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของสหภาพยุโรป กล่าวกับสถานีวิทยุของประเทศสเปนถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในขณะนี้ว่า ตอนนี้เรากำลังอยู่บนขอบหน้าผาและเราต้องถอยออกมา เช่นเดียวกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส นายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ ของเยอรมนี ลอร์ดแคเมอรอนแห่งชิปปิงนอร์ตัน ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ และนายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ ก็ได้ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจ

ขณะที่ในวันที่ 15 เมษายน นายจอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาวสหรัฐ ได้ปฏิเสธที่จะบอกว่าในระหว่างการพูดคุยเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 13 เมษายน ประธานาธิบดีไบเดนของสหรัฐได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูของอิสราเอลใช้ความยับยั้งชั่งใจในการตอบโต้อิหร่านหรือไม่ แต่นายเคอร์บีกล่าวว่า เราไม่อยากเห็นการทำสงครามกับอิหร่าน และเราไม่อยากเห็นความขัดแย้งในภูมิภาค

และเป็นเรื่องที่อิสราเอลจะต้องตัดสินใจว่าพวกเขาจะตอบโต้อิหร่านหรือไม่อย่างไร ด้านทางการรัสเซียได้ปฏิเสธที่จะวิจารณ์การโจมตีของอิหร่าน ซึ่งเป็นพันธมิตรกับรัสเซีย แต่ก็ได้ออกมาเรียกร้องเช่นกันให้มีการใช้ความอดกลั้น

ภายหลังการโจมตีของอิหร่าน หลายประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส เบลเยียม และเยอรมนีได้เรียกเอกอัครราชทูตอิหร่านเข้าพบ โดยกระทรวงต่างประเทศของฝรั่งเศสระบุว่าฝรั่งเศสกำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อลดความตึงเครียดของสถานการณ์ ขณะที่ผู้นำสหรัฐได้เน้นย้ำความมุ่งมั่นของสหรัฐที่มีต่อความมั่นคงของอิสราเอลก่อนหน้าการหารือกับนายโมฮัมเหม็ด เซีย อัล-ซูดานี นายกรัฐมนตรีอิรัก ซึ่งกล่าวว่าถึงแม้มุมมองของเขาและไบเดนเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางจะแตกต่างกัน แต่ทั้งสองต้องการที่จะหยุดไม่ให้ความขัดแย้งขยายวงออกไป

ขณะที่นายกรัฐมนตรีริชี ซูแน็ก ของอังกฤษได้ออกมาเปิดเผยว่า กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ (จี 7) กำลังทำงานร่วมกันเพื่อกำหนดมาตรการร่วมกันในการต่อต้านอิหร่าน “ผมได้พูดคุยกับเพื่อนผู้นำประเทศสมาชิกจี 7 แล้ว และเราร่วมกันประณามการโจมตีในครั้งนี้”

นายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าว ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นประธานของจี 7 เปิดกว้างที่จะให้มีการคว่ำบาตรต่อบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีอิสราเอล รัฐมนตรีต่างประเทศของอิตาลีเผยว่าการคว่ำบาตรรอบใหม่ใดๆ จะต้องได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกจี 7 ทั้งหมด รวมถึงมาตรการรอบใหม่จะพุ่งเป้าไปที่รายบุคคลมากกว่าที่จะพุ่งเป้าไปที่ประเทศ