ชุดใหญ่! บอย ชาติชาย-ก๊วนสามนิ้ว รับข้อหาผิดม.112 พ่วง ม.116 ชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมัน อ่วมโดนหมิ่นสถาบัน5คดี

0

จากเมื่อวันที่ 1 มีนาคม  2567  ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ชาติชาย แกดำ หรือ “บอย”, ฉัตรรพี อาจสมบูรณ์ และ ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา รับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

โดยในคดีนี้ มีอานนท์ กลิ่นแก้ว แกนนำกลุ่มศูนย์รวมปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีนักกิจกรรมทั้งสามราย ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ  โดยมี พ.ต.ท.ปรีชา วรรณหงษ์ เป็นพนักงานสอบสวนที่ออกหมายเรียกเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567

ทั้งนี้พ.ต.ท.ปรีชา ได้แจ้งพฤติการณ์แห่งคดี โดยมีใจความสำคัญสรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน  2564 เวลาประมาณ 17.00 น. ผู้ต้องหากับพวก และกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 1,000 คน ได้นัดหมายรวมตัวกัน จากนั้นได้เดินขบวนมาถึงบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตสหพันธสาธารณรัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทย และร่วมกันทำกิจกรรม

โดยชาติชายได้ขึ้นพูดกล่าวนำถึงวัตถุประสงค์ของกลุ่ม, ณวรรษอ่านแถลงการณ์ตามข้อความที่อยู่บนแผ่นป้ายไวนิลสีขาว โดยมีข้อความขึ้นต้นว่า “แถลงการณ์ ประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 10 ต่างจากประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 9 เรากำลังเดินทางถอยหลังสู่การปกครองในระบอบ…”

ขณะที่พนักงานสอบสวนแจ้งว่า การกระทำของผู้ต้องหาทั้งสามดังกล่าว เป็นความผิดฐาน ร่วมหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใด อันมิใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ และมิใช่การแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล เพื่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบ หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116

นักกิจกรรมทั้ง 3 ราย ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้อมลงลายมือชื่อในบันทึกประจำวันของตำรวจ โดยจะยื่นคำให้การเป็นหนังสือเพิ่มเติมภายในวันที่ 20 มีนาคม 2567

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนไม่ได้ควบคุมตัวทั้งสามไว้ เนื่องจากมาพบตามหมายเรียก ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และนัดหมายมาพบอีกครั้งเพื่อส่งตัวให้อัยการในวันที่ 2 เมษายน 2567

สำหรับการชุมนุมซึ่งเป็นเหตุในคดีนี้ มีขึ้นในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2564 โดยนักกิจกรรมหลายกลุ่มนัดหมายชุมนุมเพื่อแสดงจุดยืนในการต่อต้านระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

อันเป็นผลมาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2564 ที่วินิจฉัยว่า การปราศรัยในการชุมนุม #ม็อบ10สิงหา ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

หลังการชุมนุม ชาติชายและผู้ชุมนุมอีก 5 คน ถูก สน.ปทุมวัน ออกหมายเรียกในข้อหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แล้ว โดยชาติชายเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 16 ก.พ. 2565 ปัจจุบันคดียังอยู่ในชั้นสอบสวน

เป็นที่น่าสังเกตว่าในเหตุการณ์ชุมนุมดังกล่าวเกิดขึ้นและผ่านมาราว 2 ปี แต่ยังคงมีการดำเนินคดีในข้อหาตามมาตรา 112 อย่างต่อเนื่อง โดยผลของการออกหมายเรียกนักกิจกรรมทั้งสามเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในคดีนี้ ทำให้มีจำนวนคดี ม.112 เพิ่มเป็น 291 คดี และมีผู้ถูกดำเนินคดี 266 คน แล้ว สำหรับชาติชายและฉัตรรพี ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 คดีนี้เป็นคดีแรก ส่วนณวรรษนับเป็นคดีที่ 5 แล้ว