ขยี้เหนือชั้น! เยเมนลั่นปิดจราจรทางเรือ ๓ อ.เป็นศูนย์แล้ว ยันทุบมาแล้ว ๓๔ ครั้งอิสฯ๑๗ลำ อเมริกัน ๑๔ อังกฤษ ๓

0

ภายใต้ภาพถล่มเยเมนอย่างหนักของสหรัฐฯบดบังความพ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯไว้ไม่มิด อินซาอัลเลาะห์แห่งเยเมนสามารถเอาชนะสหรัฐฯ-สหราชอาณาจักรและอิสราเอลได้อย่างทำให้ตะวันตกตาค้าง ด้วยกลุยุทธ์เหนือชั้น โดยฟาดไปตรงกระเป๋าตังของ๓ อ. ได้ผลชะงัดยิ่งนัก

ล่าสุดเยเมนอ้างว่าได้หยุดการจราจรทางเรือไปยังท่าเรืออิสราเอลได้เต็มที่แล้วส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของพันธมิตรโหดทำลายล้างปาเลสไตน์ และพวกเขาประกาศจะไม่หยุดจนกว่าจะหยุดศึกกาซาอย่างถาวร

วันที่ ๑๕ ก.พ.๒๕๖๗ สำนักข่าวสปุ๊ตนิคและอัลมายาดีนรายงานว่า จนถึงขณะนี้ สหรัฐฯ และพันธมิตรได้รับความอับอายอย่างมากจากเยเมน ซึ่งได้ถอนการปิดล้อมในลักษณะนี้เป็นครั้งแรกโดยไม่มีกองทัพเรือดำน้ำใต้น้ำลึก ปฏิบัติการทางเรือที่มีค่าใช้จ่ายมหาศาล ขณะนี้ได้ขยายไปสู่การรณรงค์ทางอากาศต่อเยเมนแล้ว แน่ยังคงล้มเหลวโดยสิ้นเชิง และทำหน้าที่เพียงเพื่อพยายามปกป้องผลประโยชน์ของอิสราเอลเท่านั้น คำตอบในการหยุดการปิดล้อมของเยเมนนั้นง่ายมาก: ยุติสงครามในฉนวนกาซาแล้วเรือทุกลำจะผ่านไป ในทางกลับกัน สหรัฐฯ กลับเลือกที่จะกำหนดให้อันซารอลลอฮ์เป็นกลุ่มก่อการร้าย และดำเนินการยกระดับที่น่าอับอาย ไร้ประโยชน์ และมีค่าใช้จ่ายสูงต่อไป

ความพยายามของสื่อองค์กรตะวันตก โดยเฉพาะสื่อกระจายเสียง ที่จะพรรณนาสิ่งนี้ว่าเป็นวิกฤตการขนส่งทั่วโลก ซึ่งแยกออกจากประเด็น “อิสราเอล” ที่ก่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา ถือเป็นเรื่องไร้สาระและไม่สามารถระบุข้อเท็จจริงได้ 

นอกจากนี้ยังเป็นการยอมรับว่า สหรัฐฯและพวกมีความผิดด้วยการแทรกแซงทางทหารเชิงรุกนี้ทำให้ผู้เสียภาษีต้องสูญเสียโดยไม่มีเหตุผลอื่นใด 

“อิสราเอล” วันนี้ได้กลายเป็นระบอบการปกครองแบบนอกรีตในสายตาของสาธารณชนส่วนใหญ่ทั่วโลก และยังสูญเสียการสนับสนุนที่สำคัญในประเทศตะวันตกบางประเทศอีกด้วย กิจกรรมทางทหารที่นำโดยสหรัฐฯ ทั่วเอเชียตะวันตก ซึ่งออกแบบมาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของอิสราเอลและตัวเอง จึงไม่ได้รับความนิยมอย่างคาดเดาได้ ภาษาที่ใช้อธิบายการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ทั่วอิรัก ซีเรีย และเยเมน เห็นได้ชัดว่ามีความพยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อแยกมาตรการที่บานปลายเหล่านั้นออกจากความขัดแย้งระหว่างปาเลสไตน์และอิสราเอล

เยเมน ซึ่งรัฐบาลอันซาอัลเลาะฮ์มีฐานอยู่ในซานาได้ระบุอยู่เสมอว่ามีเป้าหมายคือการสนับสนุนประชาชนและการต่อต้านในฉนวนกาซา การชุมนุมจำนวนมากของประชาชนก็เพื่อสนับสนุนปาเลสไตน์ซึ่งประกอบด้วยชาวเยเมนหลายแสนคน บางครั้งมากกว่าหนึ่งล้านคน จัดขึ้นเป็นประจำทุกสัปดาห์ในเมืองซานา เป็นการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องอันท่วมท้นจากประชาชนเยเมน ที่อันซาอัลเลาะฮ์ได้ประกาศการดำเนินการครั้งแรกเพื่อต่อต้านระบอบการปกครองของอิสราเอล

นอกจากนี้ ผู้นำอันซาร์ อัลเลาะฮ์ ซัยยิด อัล-ฮูตี(Sayyed al-Houthi) กล่าวว่า “เราได้รับชัยชนะครั้งสำคัญในการป้องกันไม่ให้เรือของอิสราเอลผ่านทะเลแดง แม้จะมีการรุกรานเยเมนระหว่างอเมริกาและอังกฤษครั้งใหม่ก็ตาม

โฆษกรัฐบาลเยเมน ซีฟูลเลาะห์ อัล-ชามี(Zaifullah al-Shami) ออกมากล่าวย้ำว่ากองทัพเรือของประเทศนี้สามารถป้องกันการเคลื่อนตัวของเรือของอิสราเอลและสหรัฐ-สหราชอาณาจักรในทะเลแดงและลดความเคลื่อนไหวลงเหลือศูนย์ได้ โดยอ้างถึงข้อเท็จจริงที่ว่ากองทัพเรือเยเมนได้ปฏิบัติการแล้ว ๓๔ ครั้ง นับตั้งแต่การรุกรานฉนวนกาซาของอิสราเอล

เขากล่าวเสริมว่าในระหว่างการปฏิบัติการเหล่านี้ เรือที่อิสราเอลเป็นเจ้าของและเกี่ยวข้อง ๑๗ ลำ เรืออเมริกัน ๑๔ ลำ และเรืออังกฤษ ๓ ลำ ถูกโจมตีต้องหันหัวกลับไม้สามารถเข้าทะเลแดงได้

ด้านดร. ไมเคิล ปาเรนตี ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารกล่าวว่า “ความรุนแรงทางเศรษฐกิจคือความรุนแรงทางกายที่เคลื่อนไหวช้าๆ ในตอนแรกกลุ่มฮูตีอาจดูเหมือนถูกกองเรือสหรัฐฯ/อังกฤษที่เหนือกว่าโจมตีเยเมนอย่างมาก แต่จริงๆ แล้วทั้งในทางการทหารและเศรษฐกิจ สหรัฐฯ และยุโรปมีความเสี่ยงมากกว่ากลุ่มฮูตีมาก พูดง่ายๆ ก็คือ ทั้งในแง่เศรษฐกิจและการทหาร สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ยุโรป และอิสราเอล มีอะไรอีกมากมายที่ต้องสูญเสีย

แม้กลุ่มฮูตีไม่จำเป็นต้องยิงเรืออีกต่อไป แค่ภัยคุกคามต่อความเป็นไปได้ที่ฮูตีหรือขีปนาวุธของพันธมิตรจะถูกยิงก็เพียงพอแล้ว ที่จะขัดขวางการขนส่งทางเรือในทะเลแดง ซึ่งขนส่งสินค้าถึง ๑๒% ของสินค้าการค้าโลกทั้งหมด และปัญหาที่น่าตกใจ ๓๐% ของสินค้าคอนเทนเนอร์ทั้งหมดเป็น “แนวร่วม” ของสหรัฐฯ/อังกฤษที่ได้ยกระดับสถานการณ์ไปสู่ระดับอันตราย ซึ่งขณะนี้ได้แทรกแซงการขนส่งทางเรือเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการจราจรบนเรือบรรทุกน้ำมันด้วย

ใครจะคิดว่าประเทศเล็กๆอย่างเยเมนจะแผลงฤทธิ์จนทำให้ยักษ์ทางสมุทรอย่างสหรัฐฯใบ้บื้อไปไม่เป็น ทุ่มถล่มด้วยขีปนาวุธราคาแพงแลกกับการโดนโจมตีด้วยโดรนราคาไม่แพงซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรียกพวกมาก็มีแต่ส่งกำลังใจ ดูเหมือนจะเหลือแค่สหรัฐฯและอังกฤษเป็นหลัก โจมตีเยเมนได้แต่ทางอากาศ ยังไม่มีวี่แววว่าจะขึ้นบกปราบนักรบอันซาอัลเลาะห์ได้เมื่อไหร่ ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ โอมานไม่เล่นด้วย สะท้อนจุดอ่อนหมดบารมีในภูมิภาคตะวันออกกลางหนักยิ่งขึ้นทุกวัน ยิ่งปกป้องอิสราเอลมากเท่าไร ก็ยิ่งควงกันจมดิ่งสู่หายนะมากขึ้นเท่านั้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมืองเหลือการทหารยังกร่างได้อยู่ เพราะไม่มีใครต้องการกระโจนสู่แผนล้างหนี้ก่อสงครามใหญ่ของอเมริกา สภาพตอนนี้อิสราเอลภายใต้เนทันยาฮูกำลังโดนรวมโดยResistance อย่างแท้จริง สหรัฐฯส่งแต่เงินและอาวุธยังไม่ส่งทหารมาเต็มรูป อาจมีแอบส่งให้ฐานะทหารต่างชาติรับจ้างเหมือนที่ทำในยูเครนก็เป็นได้  แต่มันสะท้อนการพลาดท่าในทางยุทธวิธีในภาพรวม ที่ส่งผลต่อยุทธศาสตร์ใหญ่ ที่จะปราบResistanceให้ราบ อาจโดนResistanceปราบลูกพี่อิสราเอลก่อนก็ได้ ตอนนี้ทุกสายยกระดับตอบโต้เดือดหนักกว่าเดิม ทหารIOF ดับ-เจ็บเพิ่มในแนวหน้าปิดอย่างไรก็ไม่มิด!!