ฝ่าดงขู่! ปูตินให้สัมภาษณ์ทักเกอร์กระหึ่มโลก เปิดโปงสหรัฐฯสั่งบึ้มท่อนอร์ดสตรีม อีลิทอำนาจเงาคุมรัฐบาล

0

สะดุ้งกันเป็นแถวทั้งสหรัฐฯและพวกที่กำลังโหมกระแสสงครามใหญ่นาโต้-รัสเซียนักข่าวอเมริกันชื่อดังเดินทางมาสัมภาษณ์ประธานาธิบดีรัสเซีย ขู่สารพัดถึงขั้นเอาชีวิตแต่ไม่ยักกลัว เดินหน้าทำเรื่องที่นักข่าวหลายคนอยากทำแต่ทำไม่ได้

มีประเด็นหลากหลายแต่ที่น่าสนใจและปักหมุดรอคือทำไมสหรัฐฯจึงกระตุ้นความขัดแย้งไปทั่วโลก ใครกันแน่ที่บึ้มนอร์ดสตรีม สองปียังไม่มีผลการสืบสวนเผยออกมา และอื่นๆอีกมากมายที่เหมือนน้ำร้อนสำหรับนักการเมืองสหรัฐฯ

การสัมภาษณ์เต็มไปด้วยชีวิตชีวา และฮือฮาด้วยประเด็นร้อนที่ถูกใจคนที่สนใจเกาะติดเรื่องราวข่าวต่างประเทศทั่วโลก

เรื่องเด็ดที่บ่งบอกธาตุแท้สหรัฐฯกรณีทำลายท่อก๊าซในยุโรป ปธน.ปูตินชี้เป้าไปที่ CIA ว่าเป็นหน่วยงานภายใต้USที่ต้องถูกตำหนิสำหรับการระเบิดท่อส่งก๊าซในทะเลบอลติกปี ๒๕๖๕ ที่วันนี้ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าใครทำ สวีเดนออกมายอมรับว่าจะเลิกสอบสวน 

ครั้งนี้ปูตินฟาดเต็มๆว่า กลุ่มชนชั้นสูงหรืออีลิทเป็นรัฐบาลเงาอยู่เบื้องหลังบงการรัฐบาลUS ไม่ว่าใครเป็นปธน.ต้องเล่นตามโพย แฉกันชัดๆว่าจะไบเดน หรือทรัมป์นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯจะไม่เปลี่ยนแปลง

วันที่ ๙ ก.พ.๒๕๖๗ สำนักข่าวรัสเซัยทูเดย์-สปุ๊ตนิกและทาซซ์รายงานว่า ปธน.ปูตินแห่งรัสเซียให้สัมภาษณ์ ทักเกอร์ คาร์ลสันนักข่าวชื่อดังปากคมที่วันนี้เป็นอิสระจากเคยสังกัดฟอกซ์ ปูตินพูดชัดเรื่องท่อนอร์ดสตรีมที่ต.ต.พยายามกลบเกลื่อนว่า “สหรัฐฯคือผู้อยู่เบื้องหลังการก่อวินาศกรรม Nord Stream”

ปูตินระบุว่า “ปธน.สหรัฐฯ มีแรงจูงใจที่ชัดเจนในการเตรียมการเหตุระเบิดที่ท่อส่งก๊าซคู่ Nord Stream ในปี ๒๕๖๔ และแนวทางที่จะทำเช่นนั้น ท่อส่งก๊าซธรรมชาติที่สร้างขึ้นเพื่อส่งก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียไปยังเยอรมนีผ่านทะเลบอลติกมีเป้าหมายในเดือนกันยายน ๒๕๖๕ ประเทศในสหภาพยุโรปหลายประเทศเริ่มการสอบสวนการโจมตีดังกล่าว แต่ไม่มีการเผยแพร่ผลลัพธ์

เมื่อคาร์ลสันถามโดยตรงใครเป็นผู้ระเบิดท่อส่งก๊าซ ปูตินตอบว่า“คุณแน่นอน”หมายถึงสหรัฐอเมริกา “บางทีคุณอาจมีข้อแก้ตัวเป็นการส่วนตัว แต่ CIA ไม่มี”“ฉันจะไม่ลงรายละเอียด ในกรณีเช่นนี้ คุณต้องค้นหาใครก็ตามที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการก่อวินาศกรรม“ใครมีความสามารถ”ในการดำเนินการ การวางระเบิดบนพื้นทะเลเป็นคำถามสำคัญ

ปูตินกล่าวเสริม“ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเข้าถึงก้นทะเลบอลติกและทำการระเบิดได้” เขารู้สึก“ประหลาดใจ”กับการที่เยอรมนีนิ่งเงียบเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้งๆที่เป็นผู้รับผลกระทบโดยตรง

ปูตินและเจ้าหน้าที่อาวุโสในมอสโกว์กล่าวว่าสหรัฐฯ ได้ประโยชน์มากที่สุดจากการก่อวินาศกรรมครั้งนี้ และชี้ไปที่การที่วอชิงตันต่อต้านการก่อสร้างท่อส่งก๊าซดังกล่าวมาตลอด นอกจากนี้ชาติตะวันตกยังขัดขวางการสอบสวนอย่างโปร่งใส

ในปี ๒๐๒๓ ซีมัวร์ เฮิร์ช (Seymour Hersh) นักข่าวชาวอเมริกันที่ได้รับรางวัลเปิดโปงว่าสหรัฐฯ ทิ้งระเบิด Nord Stream ทำเนียบขาวปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวว่าเป็น”นิยายที่สมบูรณ์” ตามข้อมูลของ Hersh สื่อตะวันตกหลายแห่งรายงานว่าชาวยูเครนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด เคียฟปฏิเสธว่าไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับการก่อวินาศกรรมครั้งนี้ ที่ผ่านมากีดกันไม่ให้รัสเซียมีส่วนร่วมในการสอบสวนสุดท้าย สวีเดนประกาศไม่สืบสวนต่อสงสัยเจอตอขนาดเบิ้มเลยกลบเรื่องแบบไม่ละอายกันเลย

คาร์ลสันถามประเด็นเปิดศึกกับนาโต้: ปูตินกล่าวว่า “มอสโกว์ไม่ต้องการให้โลกเข้าสู่สงครามโลก รัสเซียไม่มีความตั้งใจที่จะโจมตีประเทศสมาชิกของ NATO และจะตอบโต้เฉพาะในกรณีที่ถูกโจมตีก่อน ประเทศตะวันตกกำลังพยายามข่มขู่ประชากรของตนเองด้วยภัยคุกคามในจินตนาการจากรัสเซียคนฉลาดเข้าใจดีว่านั่นเป็นเรื่องเท็จ”

คาร์ลสันถามอีกว่า “สามารถจินตนาการถึงสถานการณ์ที่คุณส่งกองทหารรัสเซียไปยังโปแลนด์ได้หรือไม่” 

ปูตินตอบว่า: “ในกรณีเดียวเท่านั้นจะมีการโจมตีรัสเซียจากโปแลนด์หรือไม่ ทำไม เพราะเราไม่มีผลประโยชน์ในโปแลนด์ ลัตเวีย หรือสมาชิก NATO อื่นใด”

เมื่อถูกถามว่าเขามี“เป้าหมายต่ออาณาเขตทั่วทวีปหรือไม่”ปูตินตอบว่า“ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน “คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิเคราะห์เพื่อที่จะเข้าใจว่าการเข้าไปพัวพันในสงครามโลกนั้นขัดต่อสามัญสำนึก สงครามโลกจะทำให้มนุษยชาติทั้งมวลอาจจะถูกทำลายล้าง”

ปูติตแฉอีกว่า “รัฐบาลตะวันตกกำลังใช้“กลวิธีที่น่ากลัว”เพื่อโน้มน้าวผู้เสียภาษีให้จัดหาเงินมากขึ้นเพื่อ“ทำให้รัสเซียอ่อนแอลง”ทั้งในยูเครนและที่อื่นๆ 

ยังมีประเด็นอีกมากที่ทำให้สหรัฐฯและพวกสะดุ้ง ที่คาร์ลสันถามจากปูติน แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้จะทำให้คนอเมริกันตาสว่างกันมาก ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯและอิลิทเบื้องหลังย่อมไม่พอใจ สิ่งที่ประเทศประชาธิปไตยแบบตะวันตกพากันทำคือ EU ประกาศกำลังพิจารณาห้ามทักเกอร์เข้าประเทศ ฮิลารี คลินตันพร้อมนักการเมืองสายเหยี่ยวจากทั้งสองพรรคใหญ่สหรัฐฯโวยวายให้ถือทักเกอร์เป็นกบฎ และให้จับดำเนินคดีทันทีที่กลับมาสหรัฐฯ ปูตินและสี จิ้นผิงได้แต่ยิ้มอ่อน กลัวความจริงขนาดไหน ไหนป่าวประกาสเสรีภาพประชาธิปไตยไง ปูตินไม่ใช่ไม่เคยให้สัมภาษณ์นักข่าวอเมริกันเสียเมื่อไร ทั้งหมดของปรากฎการณ์ต้องถือว่าปูตินแสบจัดรัสเซียจริงๆ ท่ามกลางการสัมภาษณ์สะเทือนโลกครั้งนี้ ก็เดินหน้าถล่มแหลกในแนวหน้าศึกตัวแทนยูเครน ไปพร้อมๆกับการทะเลาะเบาะแว้งในการนำของเซเลนสกี้กับพวก ภายในยูเครนร่อแร่ทั้งการนำและกำลังพล โปแลนด์จึงเริ่มแสดงบทบาทโดยประกาศคิ๊กออฟSpeedfaster ๒๐๒๔ ปลายเดือนนี้ จับตาไม้เด็ดปูตินปราบเคียฟข่มเอเยนต์สงครามกลุ่มใหม่ ช่วงเปลี่ยนผ่านจบหน้าหนาวก้าวเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ!!