สหรัฐฯขนหัวลุก! ส.ส.รัสเซียเสนอจัดนิวเคลียร์ตั้งที่คิวบาหลังบ้านUS ปูตินยันเบลารุสจัดเต็มพร้อมชนนาโต้

0

แสบสะเด็ดอีกแล้วเมื่อส.ส.รัสเซียออกมาพูดในสภาเสนอแนะว่ามอสโกว์ควรติดตั้งขีปนาวุธในประเทศที่ “เป็นมิตร”เพิ่ม หลังปธน.ปูตินกล่าวว่า ตอนนี้ไซต์งานนิวเคลียร์เกิดแล้วที่เบลารุสนอกเหนือไปจาก จัดขีปนาวุธนิวเคลียร์ยุทธวิธีติดตั้งพร้อมใช้เมื่อเกิดสถาณการณ์จำเป็น

แนวคิดนี้ถูกใจสายแข็งในรัสเซียมากกว่า เป็นการตอบสนองที่สมน้ำสมเนื้อกับการที่สหรัฐฯออกมาแย้มว่าจะส่งอาวุธนิวเคลียร์ให้อังกฤษ สื่อรายงานแต่ทางการสหรัฐฯไม่รับและไม่ปฏิเสธก็หมายความว่าน่าจะจริง หรือมีอยู่แล้วเหมือนอย่างที่ปธน.ไบเดนเคยพูดขู่เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

วันที่ ๓๐ ม.ค.๒๕๖๗ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์รายงานว่า สมาชิกสภานิติบัญญัติรัสเซีย อเล็กเซย์ จูราฟเลฟ โพสต์บน Telegram Zhuravlev เขาเป็นรองประธานคนแรกของคณะกรรมการป้องกันรัฐสภารัสเซียและผู้นำพรรค Rodina (มาตุภูมิ) ชี้ให้เห็นว่าอังกฤษมีอาวุธนิวเคลียร์เป็นของตัวเอง และสหรัฐฯ ได้ติดตั้งปรมาณูบางส่วนแล้ว มีคลังแสงหลายประเทศในยุโรปใกล้กับรัสเซีย “ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นไปได้ที่การติดตั้งเพิ่มเติม อาวุธนิวเคลียร์ไปยังสหราชอาณาจักร จะส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองและการทหาร”

เขาแนะนำว่ามอสโกควรพิจารณาติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ของตนเองใกล้กับสหรัฐฯ และส่งพวกเขาไปยัง“ประเทศที่เป็นมิตร เช่น คิวบา เวเนซุเอลา และนิการากัว”

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยอมรับว่าระบบอาวุธรัสเซียได้ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบาในปี ๑๙๖๒ “ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงของรัสเซียที่ยิงจากดินแดนของเราจะไปถึงสหรัฐฯ ได้เร็วกว่าขีปนาวุธความเร็วต่ำกว่าเสียงที่ยิงจากของอเมริกามาหาเรา”

เขายังชี้ให้เห็นว่ารัสเซียมีการบินเชิงกลยุทธ์ เช่นเดียวกับคลังแสงเรือดำน้ำจำนวนมหาศาลที่ประจำการอยู่ในสถานที่ที่ไม่รู้จักทั่วมหาสมุทรทั่วโลก

“เรามีวิธีการตอบสนองต่อการบุกรุกใดๆ ก็ตามโดยสหรัฐฯ และ NATO ซึ่งสหรัฐฯ เป็นผู้ควบคุม”

ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตะวันตกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งจากสหราชอาณาจักร เยอรมนี เอสโตเนีย และแม้แต่ประธานคณะกรรมการทหารของ NATO ก็ได้ปลุกปั่นให้เกิดความกลัวว่ารัสเซียจะโจมตียุโรปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และเรียกร้องให้รัฐบาลและพลเมืองของชาติตะวันตก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความขัดแย้งครั้งใหญ่กับมอสโกว์

รัสเซียปฏิเสธอย่างฉุนเฉียวว่ามีแผนจะรุกรานประเทศเพื่อนบ้านในยุโรป โดยโฆษกเครมลิน มิทรี เปสคอฟ เรียกคำกล่าวอ้างดังกล่าวว่าเป็น“การหลอกลวง” ประธานาธิบดีปูติน แห่งรัสเซียยังเน้นย้ำว่า มอสโก“ไม่มีผลประโยชน์… ในทางภูมิศาสตร์การเมือง เศรษฐกิจ หรือการทหารในการทำสงครามกับนาโตแต่ต้องการที่จะปรับปรุงความสัมพันธ์กับกลุ่มที่นำโดยสหรัฐฯ แทน”

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่า “มินสค์ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรก ซึ่งสร้างโดยโรซาตอม ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานปรมาณูของรัสเซีย”  ทำให้เกิด “อุตสาหกรรมใหม่ทั้งหมด” ปูตินย้ำว่าเบลารุส ได้เข้าร่วมชมรม”พลังนิวเคลียร์”ของโลกแล้ว

Russian President Vladimir Putin, right, and Cuban President Miguel Diaz-Canel shake hands during their meeting at the Novo-Ogaryovo residence outside Moscow, Russia, Tuesday, Oct. 29, 2019. Putin hailed Cuba’s resilience in the face of the U.S. pressure as he hosted Diaz-Canel for talks on expanding cooperation between the old allies. (Alexander Nemenov/Pool Photo via AP)

ในปี ๒๐๒๓มอสโกว์ยังได้ประจำการอาวุธนิวเคลียร์ในเบลารุส ตามคำขอซ้ำๆ จากมินสค์ ผู้นำเบลารุสอ้างถึงนโยบายเชิงรุกของชาติตะวันตก และการรับรู้ถึงภัยคุกคามที่เกิดจากอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ บนผืนดินของพันธมิตรบางส่วนของวอชิงตันในยุโรป รัสเซียยังส่งสัญญาณถึงความพร้อมในการใช้อาวุธใดๆ เพื่อปกป้องเบลารุส หากเบลารุสถูกโจมตี

ความร่วมมือทางทหารระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านกระชับมากขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่างเคียฟและมอสโกว์ ปูตินประกาศการตัดสินใจติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ในเบลารุสในเดือนมีนาคม ๒๐๒๓ เพื่อตอบสนองต่อแผนการของสหราชอาณาจักรที่จะจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ยูเรเนียมที่หมดสภาพให้ยูเครนซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่มอสโกว์โจมตีว่าประมาทเลินเล่อและขาดความรับผิดชอบ

เรียกว่าพร้อมลุยทั้งรัสเซียและพันธมิตรที่ชิดใกล้อย่างเบลารุส การเคลื่อนไหวของNATO ล่าสุดที่ออกมาประกาศอื้ออึงว่าจะซ้อมรบครั้งใหญ่ที่สุดหลังสงครามเย็นด้วยกำลังพล ๙ หมื่นนายจากประเทศสมาชิก ๓๑ ประเทศทั่วโลกกำลังจับตาว่าจะคิ๊กออกประเทศไหนก่อนในสัปดาห์นี้

ซินหัวสื่อจีนรายงานว่า นักวิเคราะห์มองการซ้อมรบครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น มุ่งเป้าไปที่รัสเซีย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้กำลังใจยูเครน ซึ่งพ่ายแพ้ในสนามรบ และแสดงสิ่งที่เรียกว่า “ภัยคุกคามของรัสเซีย” เพื่อชักชวนสมาชิก NATO ให้สนับสนุนการขยายกำลังทหารและเตรียมพร้อมสำหรับการทำสงคราม

การเคลื่อนไหวดังกล่าวกระตุ้นให้เกิดการเผชิญหน้าและเป็นอันตรายต่อสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคอย่างโจ่งแจ้ง

ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลินกล่าวว่า NATO ไม่ได้พยายามปิดบังความจริงที่ว่าการฝึกซ้อมดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายต่อต้านรัสเซีย

Russian President Vladimir Putin shakes hands with Venezuela’s Nicolás Maduro during a meeting outside Moscow on Dec. 5

นักวิเคราะห์ยังชี้ให้เห็นว่ามาตรการเผชิญหน้าที่นำมาใช้โดย NATO ไม่สามารถแก้ไขข้อกังวลด้านความปลอดภัยของประเทศสมาชิกได้ แต่กลับทำให้ความเป็นปรปักษ์ระหว่างยุโรปและรัสเซียลึกซึ้งยิ่งขึ้น และทำให้ความมั่นคงของภูมิภาคย่ำแย่ลง

ชัดแล้วว่าเจตนาของNATO ที่นำโดยสหรัฐฯมุ่งเป้าต่อต้านรัสเซีย ทำให้จุดวาบไฟในยุโรประอุคุกรุ่นไม่เจือจาง แม้ทุกฝ่ายจะมีความหวังว่าศึกยูเครน-รัสเซียจะพัฒนาไปสุ่การเจรจา การขยับของNATOเป็นการส่งสัญญาณบอกให้รัสเซียและโลกรู้ว่าสหรัฐฯจะไม่ยอมให้ยุโรปสงบ ขณะที่กำลังโรมรันกับฝ่ายต่อต้านในตะวันออกกลาง พร้อมๆไปกับกระตุ้นความขัดแย้งในเอเชียแปซิฟิก ทั้งกรณีทะเลจีนใต้ ไต้หวันและสองเกาหลี-ญี่ปุ่น แบบนี้มหาอำนาจโลกหลายขั้วจะยับยั้งสงครามใหญ่ได้อย่างไร แค่ศึกกาซาก็ไม่สามารถห้ามปราบอิสราเอลล้างเผ่าพันธ์ได้จนถึงขณะนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งหลายภูมิภาคทั่วโลกถูกโหมสู่การเผชิญหน้า ด้วยเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของกลุ่มมหาอำนาจเดี่ยว ที่ดูเหมือนว่าจะเชื่อกลยุทธ์ก่อสงครามเท่านั้นจึงจะแก้ปัญหาทั้งหมดของตัวเองได้  โลกจึงถูกผลักเข้าสู่ห้วงอันตรายของศึกใหญ่อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง!