ปากกล้าขาสั่น!?กลาโหมUKโวยเรือรบขาดอาวุธจำเป็นบู๊เยเมน สู้ตัวต่อตัวไม่ได้ กองทัพเรือUSขาดทหารประกาศรับวุ่น

0

สหรัฐฯประกาศกล้าชวนพวกไปถล่มเยเมน ปราบกลุ่มฮูตีไม่ให้แข็งข้อไล่บี้เศรษฐกิจอิสราเอล ทั้งๆที่สถานการณ์ในบ้านกำลังคุโชน กลับมีรายงานว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ ดิ้นรนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการสรรหาบุคลากร โดยระบุว่าประกาศนียบัตรมัธยมปลายไม่จำเป็นอีกต่อไป

ขณะที่สื่ออังกฤษสัมภาษณ์รมว.กลาโหมออกมาโวยเองว่า กองทัพเรืออังกฤษไม่มีอาวุธสำคัญที่จะใช้ปราบเยเมนหรือเผชิญหน้ากับรัสเซียหรือจีน ซึ่งตะวันตกเชื่อว่าหนุนหลังกลุ่มนี้อยู่นอกเหนือจากอิหร่าน เรียกว่าเริ่มรู้สึกหนาวเสียแล้ว เพิ่งโดนโจมตีเรือขนน้ำมันไปหมาดๆ เรือรบสหรัฐฯที่มาคุ้มกันก็ยังช่วยอะไรไม่ได้ ตอนนี้บริษัทประกันภัยทางทะเลก็ประกาศไม่รับประกันภัยให้เรือของอิสราเอล-สหรัฐฯและอังกฤษแล้ว เพราะผลงานของเยเมนชัดว่า สหรัฐฯ-อังกฤษเอาไม่อยู่

วันที่ ๒๙ สำนักข่าวสปุ๊ตนิกและอัลมายาดีนรายงานว่า เรือรบอังกฤษขาด ‘ความสามารถที่จำเป็น’ ในการโจมตีเยเมน

รายงานของ The Telegraphเกี่ยวกับกองทัพเรืออังกฤษที่ส่งไปยังทะเลแดงไม่มีอาวุธขีปนาวุธที่สามารถโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินในเยเมนได้ แหล่งข่าวด้านกลาโหมของอังกฤษเปิดเผย

เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว รัฐบาลอังกฤษประกาศว่าได้ส่งเรือหลวง HMS Diamondภายใต้ข้ออ้างในการ “เสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาค” ในอ่าวเปอร์เซียและมหาสมุทรอินเดีย

แหล่งข่าวระบุ เรือพิฆาตไดมอนด์ที่ประจำการอยู่ในทะเลแดงไม่ได้โจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินของกองทัพเยเมน (YAF) เนื่องจากขาดความสามารถที่จำเป็น 

อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักร มาร์ก ฟรองซัวส์ อ้างว่ากองทัพเรืออังกฤษขาดอำนาจการยิงมีการอ้างอิงในรายงานของคณะกรรมการกลาโหมเมื่อหลายปีก่อน และขีปนาวุธที่มีความสามารถยังคงใช้งานไม่ได้

อดีตพล.ร.ท. คริส แพร์รีแห่งกองทัพเรืออังกฤษ เปิดเผยว่ากองทัพเรืออังกฤษไม่สามารถ “สู้ตัวต่อตัว” กับกองเรือรัสเซียหรือจีนได้ และขีปนาวุธโจมตีทางเรือที่ผลิตในนอร์เวย์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในการทดลองถือเป็นการบลัฟฟ์ฝ่ายตรงข้าม เขากล่าวย้ำว่า “กองเรืออังกฤษขาดขีปนาวุธจากพื้นสู่พื้นเห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องอื้อฉาวและไม่น่าพอใจเลย”

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กองทัพเรือเยเมน (YAF) โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอังกฤษมาร์ลิน ลูอันดาในอ่าวเอเดน จนทำให้เกิดเพลิงไหม้ โฆษกของ YAF พลจัตวา ยาห์ยา ซารี กล่าวในประกาศทางโทรทัศน์ เพื่อตอบโต้การรุกรานเยเมนของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรซานาประกาศว่า “ผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศได้กลายเป็นเป้าหมายที่ถูกต้องตามกฎหมาย ” สำหรับกองทัพและวันจันทร์วันนี้ก็ส่งโดรนโจมตีเรือรบอังกฤษที่ทะเลแดงอีกแล้ว

อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหราชอาณาจักร แม็ตธิว กอร์ดอน-แบงก์ Matthew Gordon-Banks พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ในขณะที่เรือพิฆาตอเมริกันสามารถยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์กได้ กองทัพเรืออังกฤษส่วนใหญ่ใช้ขีปนาวุธต่อต้านเรือแบบฉมวก ซึ่งต่อมาเลิกใช้ไปแล้วในปี ๒๐๒๓

ที่ปรึกษาด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อดีตสมาชิกรัฐสภา และนักวิจัยอาวุโสเกษียณอายุของ UK Defence Academy ระบุว่า ผู้นำอังกฤษคำนวณผิดอย่างชัดเจนเมื่อตัดสินใจเข้าร่วม กลุ่มปฏิบัติการ ทางทหารในตะวันออกกลางของวอชิงตัน

ในขณะที่สหรัฐฯกำลังถล่มเยเมนอย่างดุดัน มีรายงานว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ ดิ้นรนสรรหาบุคลากร โดยระบุในการประกาศว่าประกาศนียบัตรมัธยมปลายไม่จำเป็นอีกต่อไป

พลเรือเอก ริก ชีสแมน หัวหน้าฝ่ายบุคลากรของกองทัพเรือสหรัฐฯกล่าวว่า “ทุกปี เรามีคนหลายพันคนเข้ามาในสถานีรับสมัครของเราที่ต้องการเข้าร่วมกองทัพเรือ แต่ไม่มีวุฒิการศึกษาและเราก็แค่ปฏิเสธพวกเขาไป”

ขณะนี้กองทัพเรือจะยอมรับผู้ที่มีศักยภาพบางส่วนที่ไม่มีประกาศนียบัตรมัธยมปลายหรือ GED โดยสมมติว่าพวกเขาสามารถทำคะแนนได้ 50 หรือสูงกว่าในการทดสอบคุณสมบัติ

กองทัพอากาศสหรัฐฯ ยังรายงานว่าล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายการสรรหาบุคลากร ขณะที่กองทัพบกระบุว่ามีจำนวนไม่ถึงเป้าหมาย ๑๕,๐๐๐ คน มีเพียงนาวิกโยธินและกองกำลังอวกาศที่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นที่บรรลุเป้าหมาย

ปัญหาการสรรหาบุคลากรเกิดขึ้นในขณะที่ฝ่ายบริหารของ Bidenเพิ่งประกาศการเจรจาเพื่อยุติการประจำการทางทหาร ๒๐ ปีของประเทศในอิรัก ไบเดนเป็นประธานในการถอนตัวออกจากอัฟกานิสถานอย่างวุ่นวายในปี ๒๐๒๑ ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าชาวอเมริกันมีความเชื่อมั่นในกองทัพของประเทศถึงระดับต่ำสุดในรอบสองทศวรรษ

จะว่าหน้ามืดหรือหลังพิงฝาทั้งคู่US-UK ทั้งๆที่เสียงตะโกนจากคนของตัวเองกระหึ่มสื่อทุกวัน เตือนว่าสู้ไม่ได้แน่จ่อแพ้ แต่ไม่ฟังบ่งบอกทางเลือกของคนชั้นสูงในหมู่แองโกลแซกซอนมหาอำนาจเดี่ยวที่นำโดยสหรัฐฯมีทางเดียวคือสงครามใหญ่ เพื่อบรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์รักษาอำนาจครองโลกเบ็ดเสร็จ แต่วันนี่โลกหลายขั้วผงาดแข็งแรง นานาชาติตื่นรู้เมินหน้าหนีมากขึ้นเพราะเห็นโฉมหน้าที่แท้จริง รออยู่ว่าการแลกหมัดระหว่างสองขั้วอำนาจในจุดวาบไฟทั้งยุโรป ตะวันออกกลาง เอเชีย-แปซิฟิกใครจะเพลี่ยงพล้ำ ที่แน่ๆแค่Resistanceในตะวันออกกลางเมกาก็เอาไม่อยู่เสียแล้ว!