นับถอยหลังล่มสลาย! ไบเดนเปิดหน้าชนเท็กซัส โหมวิกฤตขัดแย้งปะทะเหนือใต้ ส่อล้มเลือกตั้ง

0

เกิดอะไรขึ้นที่เท็กซัส สหรัฐอเมริกา ฮือฮาไปทั่วโลกเมื่อกระแสแยกประเทศของเท็กซัสกำลังเป็นที่จับตาของคนทั้งโลก ในขณะที่สหรัฐฯหนุนประเด็นเอกราชไต้หวันในทางพฤตินัย ปากบอกหนุนจีนเดียว หนุนอิสราเอลยึดแผ่นดินปาเลสไตน์ไล่บี้เยเมนฐานต่อต้านอิสราเอล คนตะวันออกบอกนี่กรรมหนักกำลังทำงาน

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ‘ขบวนรถติดอาวุธ’ เคลื่อนไหวรณรงค์ไปยังชายแดนเท็กซัสสัญญาว่าจะหยุดผู้อพยพที่ชายแดนเท็กซัส

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่าเมื่อเดือนที่แล้วว่ามีผู้อพยพประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คนพยายามข้ามเข้าสหรัฐอเมริกาจากเม็กซิโกแค่เดือนเดียวเท่านั้น

เท็กซัสดินแดนการชิงดำระหว่างรีพับลิกันกับเดโมแครต สื่อรัสเซียเปิดโปงว่าโซรอสสนับสนุนการผลักดันพรรคเดโมแครตให้ยึดพื้นที่นี้แทนรีพับลิกัน แม้จะไม่เบ็ดเสร็จแต่ผลงานการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เสียงสนับสนุนเดโมแครตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ฝั่งรีพับลิกันจึงตั้งข้อสงสัยว่า แผนการพลิกเท็กซัสให้กับพรรคเดโมแครต ภายใต้การสนับสนุนของโซรอส โดยใช้เล่ห์เหลี่ยมทุกรูปแบบจะเกี่ยวข้องกับนโยบายเปิดชายแดนให้ผู้อพยพไหลบ่าเข้าสหรัฐฯของไบเดนมีวาระซ่อนเร้น

วันที่ ๒๙ ม.ค.๒๕๖๗ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์และยูเอสเอทูเดย์รายงานว่า คณะผู้จัดงานขบวนรถขนาดใหญ่ ซึ่งมีรายงานว่านำโดยพันโทกองทัพสหรัฐฯ ที่เกษียณอายุแล้ว เตือนว่าขบวนนี้จะเดินทางถึงชายแดนในรัฐเท็กซัสในสัปดาห์หน้า เพื่อหยุดยั้งการข้ามแดนอย่างผิดกฎหมายจากเม็กซิโก เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นระหว่างผู้นำของรัฐทางใต้และรัฐบาลกลางเกี่ยวกับการอพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย

กลุ่มที่เรียกว่า ‘Take Our Border Back’ มีผู้ติดตามมากกว่า ๒,๑๐๐ คนบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก Telegram เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งผู้สนับสนุนการเคลื่อนไหวได้แบ่งปันข้อมูลสำหรับขบวนรถสี่วันที่วางแผนไว้ซึ่งจะเริ่มในวันจันทร์ กลุ่มนี้ยังตั้งใจที่จะจัดการชุมนุมในเท็กซัส แคลิฟอร์เนีย และแอริโซนา

พีท แชมเบอร์ส ผู้จัดขบวนรถซึ่งมีรายงานว่าเป็นผู้พันกองทัพสหรัฐฯ ที่เกษียณอายุแล้ว กล่าวกับอเล็กซ์ โจนส์ นักจัดรายการวิทยุของสหรัฐฯ เมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า “สิ่งที่พาเราไปหาศัตรูได้อย่างรวดเร็วคือการค้นหา แก้ไข และเสร็จสิ้น” “นั่นคือสิ่งที่เราทำในซีเรียเมื่อเรากำจัด ISIS ออกไปอย่างรวดเร็ว”

แชมเบอร์ส ซึ่งอ้างว่าเป็น ‘หน่วยกรีนเบเร่ต์’ อธิบายว่า “ตอนนี้เราไม่มีอำนาจที่จะทำให้เบ็ดเสร็จ ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้คือแก้ไขตำแหน่งของคนร้ายและจับคู่กับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่มีความชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ” “นั่นคือสิ่งที่ Green Berets ทำ สงครามแหวกแนวคือขนมปังและเนยของเรา ตอนนี้เรากำลังทำการป้องกันภายในภายในประเทศ”

ขณะเดียวกันมุมมองที่น่าสนใจของ ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนีที่โพสต์ในเฟซบุ๊คส่วนตัวระบุว่า ประวัติศาสตร์กำลังซ้ำรอย สัญญาณล่มสลายของสหรัฐอเมริกาปรากฎชัดแล้ว

ในปี ๑๙๘๙ อิมามโคเมเนอีได้ส่งสาส์นถึงกอร์บาชอฟ ประธานาธิปดีสหภาพโซเวียตในสมัยนั้น เนื้อหาในสาส์นได้เตือนถึงการล่มสลายของระบบคอมมิวนิสต์และสหภาพโซเวียตและในปี ๑๙๙๑เหตุการณ์ก็เกิดขึ้นจริงและนำสู่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต และในปี ๒๐๑๙ อิมามโคเมเนอี ผู้นำคนปัจจุบันก็ออกมากล่าวว่าสหรัฐอเมริกากำลังเข้าสู่การล่มสลาย อย่าได้มองไปถึงความยิ่งใหญ่ของอเมริกาเพราะว่าจะยิ่งใหญ่สักขนาดไหนล่มสลายได้ไม่ต่างอะไรกับเรือไททานิคซึ่งสุดท้ายก็จมทะเล และวันนี้สัญญานการล่มสลายของของสหรัฐอเมริกาก็ค่อยๆปรากฏขึ้นทุกด้านและนี่ก็คืออีกสัญญานหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าสหรัฐอเมริกากำลังจะล่มสลาย

กรณีเท็กซัส กำลังจะแยกตัวจากสหรัฐฯ สู่วิกฤตสงครามกลางเมือง !! นิตยสารนิวส์วีค รายงานว่า เท็กซัสกำลังพิจารณาแยกตัวจากสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง เหตุผลก็คือเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางไม่สนใจหรือละเลยหรือไม่สามารถปกป้องพื้นที่จากการบุกรุกของผู้อพยพ 

ขณะที่รัฐเท็กซัส ฟลอริดาและรัฐอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่งของสหรัฐอเมริกาอาจเข้าร่วมเป็นสหภาพทางการเมืองกับรัฐเท็กซัส  นอกจากนี้ผู้ว่าการรัฐโอคลาโฮมาก็ได้มีการพูดอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับสงครามกลางเมืองอันดุเดือดระหว่างรัฐทางใต้และรัฐบาลกลางเหนือชายแดน

ด้านไบเดนได้ให้เวลากับเท็กซัส ๒๔ ชั่วโมงในการรื้อถอนลวดหนามออกจากแนวชายแดน

รองผู้ว่าการรัฐเท็กซัสตอกกลับไบเดนอย่างไม่ยี่หระว่าอย่าเลือกการเผชิญหน้า

ปฏิกิริยาของรัฐบาลกลางหลังสิ้นสุดระยะเวลา ๒๔ ชั่วโมง โดยฝ่ายบริหารของ Biden ได้สั่งห้ามสัญญาส่งออกใหม่สำหรับก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) โดยสิ้นเชิง ซึ่งรัฐเท็กซัสต้องพึ่งพารายได้อย่างมาก

ผู้ว่าการรัฐเท็กซัสได้ย้ำว่า: เราพร้อมสำหรับสงครามกลางเมืองกับฝ่ายบริหารของไบเดน เจ้าหน้าที่อาวุโสตระเวนชายแดนสหรัฐฯ บอกกับ Fox News ว่ากองบังคับการตระเวนชายแดนไม่มีแผนที่จะรื้อถอนรั้วลวดหนามที่เท็กซัสติดตั้ง

ด้านทำเนียบขาวได้กล่าวว่าเท็กซัสได้ท้าทายศาลฎีกา !! มีการประกาศว่ารัฐเทนเนสซีซึ่งมีสมาชิกกองกำลังรักษาดินแดนแห่งชาติ (National Guard) ๑๑,๐๐๐ คนและเวสต์เวอร์จิเนียพร้อมสมาชิกกองกำลังรักษาดินแดนแห่งชาติ (National Guard) ๖,๐๐๐ คน ได้ตัดสินใจสนับสนุนรัฐเท็กซัสต่อต้านความรุนแรงของรัฐบาลกลางด้วย

ปัจจุบัน สมาชิกกองกำลังรักษาดินแดนแห่งชาติ (National Guard) จำนวน ๑๐๒,๐๐๐ คน อยู่ภายใต้การควบคุมของสมาพันธ์ใหม่กองกำลังทั้งหมดของ United States National Guard อยู่ที่ ๔๘๓,๐๐๐ คน และคาดว่าเมื่อมีประเทศสนับสนุนเพิ่มขึ้น จำนวนนี้จะเกินอีก ๒๐๐,๐๐๐ คน

คำถามสำคัญที่กำลังแพร่ไปทั่วสังคมโลกคือ อาณาจักรที่กำลังจะพังทลายของอเมริกาได้เผชิญกับเหตุการณ์ที่ใกล้เคียงกับคดีของฟอร์ตซัมป์เตอร์หรือไม่? ครั้งเปิดฉากการต่อสู้ที่เริ่มต้นสงครามกลางเมืองอเมริกา รัฐบาลกลางพยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมรัฐที่สนับสนุนเท็กซัส แต่ก็ไม่เกิดประโยชน์

ฤ อเมริกา จะเกิดสงครามกลางเมืองจริงๆ!!หากสิ่งนี้เกิดขึ้น สังคมสหรัฐฯ อาจถูกลากเข้าสู่กระบวนการล่มสลายอย่างรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติ อเมริกา!!!

กรณีนี้ต้องขอบคุณแนวคิดของคุณซัยยิด สุไลมาน ฮูซัยนีนะคะ สถานการณ์มีความเป็นไปได้มาก

ขณะเดียวกันการที่สื่อรัสเซีอออกมาแฉขบวนการบ่อนเซาะฐานเสียงของทรัมป์โดยโซรอสซึ่งทำงานมาตั้งแต่เลือกตั้งครั้งก่อน สะท้อนให้เห็นว่ามีอะไรซับซ้อนทางการเมืองที่มีการวางแผนมาก่อนหน้าที่เราจะได้เห็นการปะทุของความขัดแย้งเหมือนฟางเส้นสุดท้ายของรีพับลิกัน แต่มันจะแตกหักจนเป็นสงครามกลางเมืองหรือไม่ต้องแกะรอยดูต่อไป เพราะผลสำรวจทุกโพลพบว่า เดโมแครตไม่อาจเตะตัดขาทรัมป์ด้วยการใช้กฎหมาย เปิดคดีฟาดทรัมป์เกือบร้อยคดีทั้งอาญาทั้งแพ่ง และรีพับลิกันพบว่ามีแต่ทรัมป์เท่านั้นจึงแข่งกับไบเดนได้ ผู้สมัครชิงตำแหน่งหลายคนจึงถอนตัวออกมาสนับสนุนทรัมป์แทนหลังพ่ายในการเลือกส่งผู้ชิงตำแหน่งของพรรคในสองเมืองสวิงหลัก เมื่อไบเดนและเดโมแครตประเมินแล้วว่าส่อแพ้ โอกาสโหมไฟขัดแย้งเพื่อไม่ต้องมีการเลือกตั้งก็เป็นไปได้ และโอกาสที่สถานการณ์จะบานปลายไปใหญ่โตคุมไม่อยู่ก็เป็นไปได้เช่นกัน แต่ทั้งๆที่ศึกภายในบ้านระอุเดือดขนาดนี้ ไบเดนยังไปก่อศึกนอกบ้านอย่างกร้าวทั้งในสมรภูมิยูเครน ตะวันออกกลาง และเอเชียแปซิฟิก ด้วยหลังพิงฝาไม่ทำจะล่มสลายและมั่นใจสงครามรีเซ็ตโลกแล้วเมกาจะเป็นผู้ชนะล้างหนี้ รีดทรัพย์จากฝ่ายแพ้สงครามเหมือนสงครามโลกครั้งที่ ๑-๒ ไฟสงครามลามทั้งโลกไม่เว้นในประเทศตัวปัญหา สถานการณ์โดยภาพรวมจึงบ่งบอกชัดว่าโลกไม่อาจจะหลีกเลี่ยงสงครามใหญ่ได้อีกต่อไป รอแต่ว่าจุดวาบไฟไหนจะตู้มก่อนกันหรือระเบิดพร้อมกันต้องติดตาม!